“ไอติม” ควงทีมบริหาร ว่าที่ รมต. พรรคส้ม เดินเท้า 4 กิโล รณรงค์กาเห็นชอบประชามติ ขอ กกต. อำนวยความสะดวก-คุ้มครองสิทธิประชาชนให้มากที่สุด ยัน เคยเสนอทางออกให้ กกต. แล้ว แต่ไม่สนใจ
วันนี้ (4 ก.พ.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน นำทีมบริหารของพรรคประชาชน อาทิ นายมุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นางเพียงพนอ บุญกล่ำ อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้านกฎหมาย และ นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 6 พรรคประชาชน ร่วมรณรงค์ออกเสียงเห็นชอบประชามติ กับกลุ่ม iLaw และเครือข่ายประชาชน ซึ่งมีการเดินเท้ารณรงค์ตั้งแต่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปจนถึงหอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร
โดย นายพริษฐ์ กล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์ประชามติ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ ที่มีการเลือก สส. พร้อมกับการทำประชามติ จากการที่ตนได้มีโอกาสรณรงค์คู่ขนานกันทั้งสองเรื่อง จะสังเกตเห็นว่า สังคมมีการตื่นตัว การทำประชามติมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางพรรคพยายามที่จะสื่อสารเพราะเห็นว่าระบบการเมืองในปัจจุบันนั้นยังไม่ตอบโจทย์ประชาชน จึงควรที่จะริเริ่มจากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้การออกแบบการเมืองให้ดีขึ้น
2 ปัญหาหลักของรัฐธรรมนูญปี 60 คือ 1. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้วางรากฐานประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ทำให้สถาบันการเมืองยึดโยงกับประชาชนน้อยกว่าที่เป็น เช่น สส. ย้ายพรรคโดยไม่ขออนุญาตจากประชาชน และอำนาจของ สว. ที่ชี้ขาดด้วยว่าใครจะเป็นองค์กรอิสระ โดยไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้ง เกิดจากกระบวนการเลือกกันเอง ล่าสุด เกิดการฮั้วซึ่งไม่ยึดโยงกับประชาชนเช่นเดียวกัน
ปัญหาที่ 2 คือ รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่สามารถปรับปรุงได้จริง เพราะองค์กรที่ประชาชนคาดหวังให้มาทำหน้าที่ตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช., สตง. หรือ กกต. เอง มีช่องทางให้ประชาชนตรวจสอบการทำงานได้น้อย ส่วนตน ยังกังวลในอำนาจของ สว. เพราะถูกครอบงำจากพรรคการเมือง จึงเป็นกังวลใจว่า สว.กลุ่ม 1 สามารถชี้ขาดว่าใคร ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงที่องค์กรอิสระเหล่านี้จะถูกครอบงำด้วยพรรคการเมือง และอาจทำให้เกิดการตรวจสอบ ที่ทำให้เกิดมาตรฐานไม่เท่าเทียมกัน
ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ทางพรรคประชาชนพยายามสื่อสารสร้างความเชื่อมโยงให้กับประชาชน เกี่ยวกับการมีการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย และสามารถแก้ปัญหาทุจริตได้จริง
เมื่อถามว่า ความตื่นตัวของประชาชนต่อการทำประชามติ ประชาชนทราบแล้วหรือไม่ว่าต้องยืนยันตน 2 ครั้ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนขอฝากไปถึงประชาชนคนไหนที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหารอบเดียวจะมีบัตร 3 ใบ ครั้งแรกรับบัตร 2 ใบ เพื่อเลือก สส.และพรรคการเมือง ครั้งที่ 2 รับใบสีเหลืองเพื่อลงประชามติ ขอให้ประชาชนที่เตรียมตัวไปใช้สิทธิ อย่าลืมใช้สิทธิทั้ง 3 ใบให้ครบ ส่วนประชาชนกลุ่มไหน ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามาแล้ว ตนขอเตือนว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อย่าลืมไปใช้สิทธิประชามติเช่นเดียวกัน แต่ก็เข้าใจว่ามีคนจำนวนนึงที่ลงทะเบียน ประชามตินอกเขตไม่ทัน ก็ขอให้ประชาชนกลับไปที่ภูมิลำเนาเพื่อรักษาสิทธิ
เมื่อถามว่า คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ที่ยกคำร้อง กรณีนักวิชาการขอให้ศาลพิจารณาหลัง กกต.เปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามติ นอกเขตเพียงแค่ 3 วัน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการยุบสภา ตอนนั้นที่ตนเป็นกรรมาธิการพัฒนาการเมือง ได้พยายามยื่นข้อเสนอให้ กกต. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการลงทะเบียนทำประชามติ
ซึ่งตัว พ.ร.บ. ประชามติจะมีข้อจำกัดบางอย่าง ที่สร้างความกังวลใจให้กับ กกต. ทำให้ กกต. ให้ประชาชนเข้าคูหา 2 รอบ และลงทะเบียน 2 รอบ ทางกรรมาธิการ ยื่นข้อเสนอว่ามีช่องทางกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้กลไกทางไปรษณีย์ เพื่อให้ประชาชนท่ต้องการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า และสามารถออกเสียงประชามติล่วงหน้าไปพร้อมกันเลยทางไปรษณีย์ ในวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งสามารถกรอกประชามติและส่งไปรษณีย์ไปที่หน่วยเขตการเลือกตั้งได้
“โดยทางกรรมาธิการ พยายามยื่นข้อเสนอเหล่านี้ไปแล้ว ให้กับ กกต. เพื่อให้คำนึงถึงสิทธิของประชาชนมากที่สุดตามกฎหมายแต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่ กกต.ไม่ได้ ตอบสนองข้อเสนอเราในวันนั้น จนนำมาสู่ความยุ่งยาก เช่นการลงทะเบียน 2 รอบในวันนี้ และทำให้ประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วต้องกลับมาลงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. อีกครั้ง ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำมากที่สุดในตอนนี้ คือ ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าการใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ. มีความสำคัญเพื่อรักษาสิทธิของท่านให้ได้มากที่สุด หลังจากนี้กกตก็ควรที่จะปรับปรุง ปฏิรูปกระบวนการครั้งใหญ่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว
สำหรับบรรยากาศเดินขบวนรณรงค์กาเห็นชอบประชามติ ที่จัดโดยกลุ่มไอลอว์ มีนักการเมืองเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ นายจตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. และ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ร่วมเดินขบวนรณรงค์ด้วย


