ยกร่างมา 3 ปี จ่อแล้ว! ประมวลจริยธรรม "สมาชิกสภา กทม." กำหนดมาตรฐานความประพฤติ ซื่อสัตย์สุจริต และโปร่งใส "ฝ่ายกม.มท.-มท.1" เห็นชอบ 13 ข้อหลัก 53 ข้อย่อย ชง "มท.1" ลงนามประกาศใช้ เร็ว ๆนี้ เผย ฝ่ายกม.มท. ชงแก้ 2 ข้อ ตอกย้ำยึดถือผลประโยชน์ส่วนรวม-จิตสาธารณะ ยกกรณีไม่นำ "ความลับราชการ" ที่ได้มาในระหว่างตำแหน่งไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ รักษาภาพลักษณ์ "ไม่กระทำการอันเป็นลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางทางเพศ"
วันนี้ (4 ก.พ. 2569) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้า ภายหลัง กทม. ได้ยกร่างประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... เพื่อกำหนดมาตรฐานความประพฤติ ซื่อสัตย์สุจริต และโปร่งใส
โดยมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำร่างฯ เมื่อช่วงปลายปี 2566 เพื่อนำมาบังคับใช้กับสมาชิกสภา กทม. หรือ สก. ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ต่อมา สภา กทม. ผ่านความเห็นชอบ รวมถึง รมว.มหาดไทย ก็เห็นชอบในหลักการร่างฉบับนี้ แล้ว
ล่าสุดพบว่า คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายมหาดไทย คณะที่ 2 เห็นชอบกับ ร่างฉบับดังกล่าว ซึ่งจะมีการประกาศใช้วันถัดไป จากวันประกาศลงราชกิจจานุเบกษา
อย่างไรก็ตาม เสนอให้ กทม.แก้ไขร่างประมวลจริยธรรม ก่อนดำเนินการต่อ เช่น ข้อ 6 สก. ต้องยึดถือผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมีจิตสาธารณะ
ให้แก้ไข (3) กรณีไม่นำข้อมูลข่าวสารอันเป็นความลับของราชการ ซึ่งตนได้มาในระหว่างตำแหน่งไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เอกชน "ให้ตัดคำว่า "เอกชน" ออก และเพิ่มคำว่า "ตนเองหรือผู้อื่น" ทั้งนี้ในระหว่างการดำรงตำแหน่งและเมื่อพ้นจากตำแหน่ง
หรือ ข้อ 9 สก. ต้องดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาความลักษณ์ของทางราชการ โดยดำรงตน
ให้แก้ไข (8) คงไว้ เพียงประโยคที่ว่า "ไม่กระทำการอันเป็นลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางทางเพศ"
ให้ตัดประโยค "จนเป็นเหตุทําให้ ผู้ถูกกระทําได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทําอยู่ในภาวะจํา ยอมต้องยอมรับในการกระทํานั้น และไม่นําความสัมพันธ์ทางเพศที่ตนมีต่อบุคคลใดมาเป็นเหตุหรือมีอิทธิพลครอบงําให้ใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด"ออก
สำหรับ ร่างประมวลจริยธรรม สมาชิกสภา กทม. ที่ยกร่างตั้งแต่ ปี 2566 มาถึงปัจจุบัน กว่า 3 ปี กำหนดให้มี "คณะกรรมการจรรยาบรรณ" ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและสอบสวนข้อเท็จจริง
ขณะที่โทษความผิดไม่ร้ายแรง ให้สภา กทม. มีมติ ว่ากล่าวตักเตือน ส่วนโทษความผิดร้ายแรง ให้มีการ พิจารณาถอดถอนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีเกณฑ์การตัดสิน: ใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่
สำหรับร่างประมวลจริยธรรม สก. มี 13 ข้อหลัก 53 ข้อย่อย มี รมว.มหาดไทย เป็นผู้ออกประกาศ
ประมวลจริยธรรม สก. ที่น่าสนใจ เช่น ข้อ 7 สก.ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยต้องดํารงตน (3) อุทิศเวลาแก่ราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจหรือกระทําการอื่นใด เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น
(4) เอาใจใส่ทุกข์สุขและรับฟังเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนและรีบหาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและเท่าเทียมกันกฎหมาย (5) รักษาความลับของราชการ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่และอํานาจตามกฎหมาย
ข้อ 8 สก.ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยต้องดํารงตน ดังต่อไปนี้
(1) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม เสมอภาค เท่าเทียม ปราศจากอคติ และไม่เลือก ปฏิบัติ โดยการใช้ความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือเหตุผลของความแตกต่างทางเชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด ศาสนา เพศ เพศสภาพ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย สุขภาพ หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม รวมทั้ง เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
(2) ปฏิบัติต่อประชาชน ผู้ร่วมงาน และผู้เกี่ยวข้องอย่างให้เกียรติ
(3) ไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเป็น สก. เข้าไปก้าวก่าย หรือ แทรกแซง การปฏิบัติราชการ การดําเนินงาน การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตําแหน่ง เลื่อนเงินเดือน และ การดําเนินการทางวินัย หรือการให้พ้นจากตําแหน่งของข้าราชการ ซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา
และมิใช่ข้าราชการการเมืองของก พนักงาน หรือ กทม.ลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตาม หน้าที่และอํานาจตามกฎหมาย
(4) ไม่ยินยอมให้คู่สมรส ญาติสนิท บุคคลในครอบครัว หรือผู้ใกล้ชิดก้าวก่าย หรือ แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองหรือผู้อื่น
(5) ปฏิบัติต่อองค์กรธุรกิจที่ติดต่อทําธุรกิจกับหน่วยงานของรัฐตามระเบียบ และขั้นตอนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ เป็นต้น.


