”จเด็ศ จันทรา“ เสนอแก้ปัญหาปากท้อง ดัน “ODOS 1 อำเภอ 1 ทุน” เปิดโอกาสเด็กเก่งแต่ยากจน เรียนต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำใน–ตปท.ลดความเหลื่อมล้ำควบคู่ “เรียนได้งบ จบได้งาน” สร้างแรงงานคุณภาพ กระจายงานดีสู่ท้องถิ่น ลดช่องว่างเมือง–ชนบท
วันนี้( 4 ก.พ. 69) นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก เขต 1 หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยย่อยในพื้นที่ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมเดินพบปะประชาชนในเขตเทศบาล เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคที่มุ่งแก้ไขปัญหาปากท้อง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายจเด็ศ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยวันนี้ได้ชี้แจงนโยบาย “ODOS 1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษา” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้กับเยาวชนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กเก่งแต่ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ เนื่องจากระบบการศึกษาไทยยังมีช่องว่างระหว่างเด็กที่มีความสามารถแต่ยากจน กับเด็กที่มีฐานะพร้อมกว่า
นโยบายดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้เด็กเก่งในทุกอำเภอทั่วประเทศได้ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กในชนบทกับเด็กในเมือง โดยผู้ได้รับทุนจะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานราก อุตสาหกรรม และบริการสาธารณะในแต่ละจังหวัด
สำหรับรายละเอียดของนโยบาย ODOS จะจัดสรรทุนการศึกษาจำนวน 2,400 ทุนต่อปี แบ่งเป็น 1,200 ทุน สำหรับศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศ 1,100 ทุน สำหรับศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยในประเทศ และ 100 ทุน สำหรับศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเมื่อผู้รับทุนสำเร็จการศึกษาและกลับมาทำงานในพื้นที่เดิมหรือในสาขาที่ประเทศต้องการ รัฐจะสนับสนุนตำแหน่งงานและเส้นทางอาชีพ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมเปิดโอกาสให้ทำโครงงานพัฒนาท้องถิ่น ควบคู่กับการจับคู่สาขาวิชาที่จังหวัดต้องการ อาทิ แพทย์ ครู วิศวกรเกษตร ดิจิทัล เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว รวมถึงการฝึกงานกับภาคเอกชนและองค์กรนานาชาติ
นายจเด็ศ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” เป้าหมาย 4 ปี 4 ล้านคน เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานรายได้น้อย นักเรียนอาชีวศึกษา นักศึกษามหาวิทยาลัย แรงงานนอกระบบ และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ ให้สามารถ upskill–reskill เพื่อพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีรายได้มั่นคง
นโยบายดังกล่าวจะอาศัยระบบ “ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” ที่เปิดให้ประชาชนสะสมทักษะได้ตลอดชีวิต ควบคู่กับ “พาสปอร์ตทักษะ” ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนายจ้างทั่วประเทศ โดยการฝึกอบรมจะไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายของแรงงานอีกต่อไป แต่เป็นการลงทุนที่รัฐให้การสนับสนุน พร้อมระบบจับคู่ทักษะกับตำแหน่งงานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนสามารถมีงานทำจริงระหว่างหรือหลังจบการฝึกอบรม
นายจเด็ศย้ำว่านโยบายนี้จะช่วยสร้างงานที่มีคุณภาพในเมืองรองทั่วประเทศ ลดการกระจุกตัวของโอกาสในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ EEC และเป็นการกระจายการพัฒนาอย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนในทุกจังหวัดมีโอกาสเข้าถึงงานดี รายได้มั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน


