กรมชลฯ Kick off กำจัดผักตบชวา ใช้นวัตกรรม สวพ.62 (ชป.1) ลดกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำในพื้นที่ปทุมธานี
วันนี้(4 ก.พ. 2569 )กรมชลประทาน ร่วมกับ จังหวัดปทุมธานี เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผักตบชวาในแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ ด้วยการนำนวัตกรรมสารผสมสูตร สวพ.62 (ชป.1) มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการวัชพืชน้ำ ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มุ่งสู่การฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว
กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นในรูปแบบ Kick off โครงการกำจัดผักตบชวา โดยกำหนดพื้นที่นำร่องบริเวณ คลองเชียงราก–บางขัน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ โดยมี ดงพล รุจิธรรมรัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม
นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการ สำนักงานชลประทานที่ 11 เปิดเผยว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของผักตบชวาในแหล่งน้ำถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศ เนื่องจากกีดขวางทางน้ำ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำ คุณภาพน้ำ ระบบนิเวศ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำของประชาชนในพื้นที่
กรมชลประทานจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยเน้นการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระยะยาว ผ่านการศึกษา วิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่องของสำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน จนเกิดเป็นนวัตกรรมสารผสมสูตร สวพ.62 (ชป.1)
สำหรับสารผสมสูตรดังกล่าว มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของผักตบชวา สามารถกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ต้นทุนต่ำ ไม่ทิ้งสารพิษตกค้าง และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและทดลองใช้ในพื้นที่จริงมาแล้ว และพบว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อขยายผลและต่อยอดการใช้นวัตกรรมสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 11 จึงจัดกิจกรรม Kick off กำจัดวัชพืชและผักตบชวาในครั้งนี้ พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานระดับจังหวัด ภาคประชาชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างครอบคลุมและยั่งยืน
ทั้งนี้ กรมชลประทานจะมีการติดตามและประเมินผลโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนารูปแบบการจัดการผักตบชวาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริงในระยะยาว


