หัวหน้า ปชป. ผนึก “จุรี-ชวน” ปราศรัยพัทลุง-ตรัง ปลุกกระแสเลือกการเมืองสุจริต ต้านซื้อเสียง ย้ำโค้งสุดท้าย ภาคใต้ต้องเป็นพลังหลักดัน ปชป.กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
วันนี้ (3 ก.พ.) ในช่วงบ่าย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดพัทลุง เปิดวิสัยทัศน์การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ โดยเน้นการดึงศักยภาพด้านวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ มาสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมประกาศขอโอกาสนำพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อสร้างการเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พัทลุงเป็นจังหวัดที่มีต้นทุนทางสังคมและธรรมชาติอันล้ำค่า ไม่ใช่ภาพจำแบบเดิมๆ แต่คือเมืองที่มีมรดกโลกและสามารถพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับกระแสโลกในปัจจุบัน จังหวัดพัทลุงมีพื้นที่ลุ่มน้ำและธรรมชาติที่งดงาม หน้าที่ของภาครัฐและนักการเมือง คือ การดูแลรักษาและนำมาใช้สร้างรายได้ โดยไม่ทำลายหรือทำให้เสื่อมโทรมเหมือนแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งในอดีต พร้อมย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเปลี่ยนศักยภาพเหล่านี้ให้เป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของพี่น้องชาวพัทลุง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังวิจารณ์การทำงานด้านการท่องเที่ยวในอดีต ว่า เป็นเพียงการจัดกิจกรรมระยะสั้น ไม่ได้สร้างระบบหรือความยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเสนอแนวคิดใหม่ด้วยการ “คืนอำนาจให้ท้องถิ่น” เพื่อให้คนในพื้นที่ซึ่งเข้าใจจุดเด่นและข้อจำกัดของตนเองมากที่สุด เป็นผู้กำหนดทิศทางและขับเคลื่อนนโยบาย แทนการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ พรรคยังเตรียมนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เพื่อผลักดันจังหวัดรองอย่างพัทลุง ให้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เคียงคู่กับจังหวัดท่องเที่ยวหลักอย่างเชียงใหม่หรือภูเก็ต
ช่วงท้ายการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ เน้นย้ำว่า นโยบายทั้งหมดจะไม่สามารถเกิดผลได้ หากไม่มี “การเมืองที่สุจริต” เพราะหากนักการเมืองมุ่งแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณ โครงการต่างๆ จะไม่ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง จึงขอโอกาสให้ประชาชนสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เติบโต ควบคู่กับความมั่นคงในชีวิตประชาชนและการเมืองที่ใสสะอาด
ต่อมาในช่วงเย็น พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่บริเวณหน้าศาลากลางเก่าจังหวัดตรัง โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก เต็มพื้นที่ที่พรรคจัดเตรียมเก้าอี้ไว้จำนวน 14,000 ตัว และยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยืนล้นออกมารอบบริเวณสถานที่จัดงาน
บนเวที จุรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส. เบอร์ 1 เขต 2 จังหวัดสงขลา กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า จังหวัดตรังถือเป็น “เมืองหลวงของพรรคประชาธิปัตย์” และขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันปกป้องพื้นที่แห่งนี้ ไม่ให้ถูกแย่งชิงไป พร้อมย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์คือพรรคการเมืองที่สืบทอดเจตนารมณ์ของคนรุ่นก่อน เป็นสมบัติทางการเมืองที่ต้องช่วยกันรักษาไว้
นายจุรี ยังกล่าวอย่างเข้มข้นถึงปัญหาการซื้อเสียง โดยตั้งคำถามว่าการรับเงินคนละ 1,000 บาท สามารถซื้อข้าวสารหรือเลี้ยงชีวิตได้เพียงไม่กี่วัน แต่ไม่อาจซื้อจิตวิญญาณและอนาคตของประชาชนได้ พร้อมเตือนอย่าให้การเลือกตั้งกลายเป็นการ “ประมูล” ทางการเมือง เพราะหากคนที่มีเงินมากที่สุดสามารถซื้อทุกอย่างได้ แม้แต่ระบบตรวจสอบก็ไม่อาจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยย้ำว่า พลังที่แท้จริงในการจัดการนักการเมือง คือ พลังของประชาชน พร้อมฝากข้อความว่า “กินเหยื่อได้ แต่อย่ากินเบ็ด”
ท้ายที่สุด นายจุรี ขอให้ประชาชนช่วยกันบอกต่อและสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ทั้งพรรคและผู้สมัคร เพื่อให้ได้ สส. ครบทั้ง 4 เขตของจังหวัดตรัง ไม่เปิดโอกาสให้ระบบซื้อขายเสียงประสบความสำเร็จ พร้อมเชิญชวนให้เลือกสีฟ้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี และย้ำแนวคิดการเมืองสุจริตในสภาฯ ควบคู่กับบทบาทของ นายชวน หลีกภัย เพื่อยึดฐานที่มั่นจังหวัดตรังกลับคืนมาอย่างเข้มแข็งอีกครั้ง


