‘สุรชาติ ’ ย้ำผู้แทนต้องเข้าถึงประชาชน ไม่ใช่แค่แสวงหาตำแหน่ง ชี้ท่ามกลางความขัดแย้งการเมือง ยังมีคนทำงานเชิงบวก ลงพื้นที่จริง ผลักดันนโยบายจากชีวิตจริงของชุมชน
นาย สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 8 เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงบทบาทของผู้แทนประชาชนว่า การจะเป็น “คนของประชาชน” ได้อย่างแท้จริง ไม่มีทางลัด ต้องพิสูจน์ตัวเองกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผู้แทนต้องเข้าถึงประชาชน และประชาชนต้องเข้าถึงผู้แทนได้ ตนไม่เคยทำการเมืองเพียงเพื่อแพ้ชนะ หรือเพื่อตำแหน่ง แต่ทำงานการเมืองเพื่อประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน
นายสุรชาติ ระบุว่าตนทำงานในพื้นที่มาแล้วกว่า 21 ปี แม้จะได้รับโอกาสเป็น ส.ส. เพียง 3 ปีครึ่ง แต่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะยึดมั่นในความหมายของคำว่า “ผู้แทน” ซึ่งต้องทำหน้าที่ทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ อย่างเต็มที่ ทั้งการออกกฎหมาย ปรับปรุงโครงสร้างและระบบต่าง ๆ เพื่อให้รัฐสามารถดูแลประชาชนได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่ก็เป็นภารกิจสำคัญ เพราะประชาชนยังมีปัญหาเฉพาะหน้าอีกจำนวนมากที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที
สำหรับการลงพื้นที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปร่วมงานศพ ฉีดยุง ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า นายสุรชาติ กล่าวว่า นอกจากจะเป็นงานบริการสาธารณะที่ช่วยลดปัญหาโรคระบาดแล้ว หัวใจสำคัญคือการเข้าถึงและเข้าใจชีวิตจริงของประชาชน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปสะท้อนและผลักดันเป็นนโยบายในระดับประเทศได้
นายสุรชาติยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา ที่ตนเข้าร่วมงานศพเกือบหมื่นงาน และช่วยดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนและหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตและการป่วยติดเตียงจำนวนมากเกิดจากโรคสโตรก หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เลือกช่วงอายุ แม้กระทั่งวัยรุ่นอายุเพียง 19 ปีก็สามารถเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวได้
ทั้งนี้นายสุรชาติเห็นว่าสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างเมืองของกรุงเทพมหานคร ที่ไม่เอื้อให้ประชาชนมีโอกาสดูแลสุขภาพของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการขาดเวลา ไม่มีทางเดินเท้าที่เหมาะสม ไม่มีสวนสาธารณะใกล้บ้าน หรือไม่มีรายได้เพียงพอที่จะเข้าถึงสถานที่ออกกำลังกายของเอกชน
“การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือการป้องกัน ไม่ใช่รอรักษา เราจำเป็นต้องออกแบบโครงสร้างเมืองและนโยบายให้ประชาชนมีสิทธิและโอกาสในการดูแลสุขภาพของตัวเองได้จริง” นายสุรชาติ กล่าว
ช่วงท้ายนายสุรชาติ ย้ำว่าท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทย ยังมีนักการเมืองกลุ่มเล็ก ๆ ที่ตั้งใจทำงานการเมืองเชิงบวก เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน และขอให้ความเชื่อในบทบาทของ “ผู้แทนของคนทุกคน” ได้เดินหน้าต่อไป เพื่อลดความขัดแย้ง และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเมืองทั้งในเชิงนโยบายและการทำงานในพื้นที่อย่างแท้จริง


