xs
xsm
sm
md
lg

กกต.ห้ามเผยแพร่ผลโพล “อนุทิน”บอกเองเลย ภท.ชนะที่ 1 กวาด 200 เขต บวก10-15 ปาร์ตี้ลิสต์ ** "โจ๊ก" งัดมุกถนัด ฟ้องลูกน้องเก่า-ดิ้นหนี “คดีสินบนทอง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - ศักดา ชำนาญศิลป์ - พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
ข่าวปนคน คนปนข่าว



++  กกต.ห้ามเผยแพร่ผลโพล “อนุทิน”บอกเองเลย ภท.ชนะที่ 1 กวาด 200 เขต บวก10-15 ปาร์ตี้ลิสต์

ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง บรรยากาศทางการเมืองเริ่มทวีความเข้มข้นถึงขั้นสุด แต่ละพรรคต่างเลือกใช้ยุทธศาสตร์การสื่อสารไปยังโหวตเตอร์ มากขึ้น

โดยเฉพาะ พรรคประชาชน กับ พรรคภูมิใจไทย ต่างก็พยายามบอกว่า ต้องเลือกอย่างมี “ยุทธศาสตร์”

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้ช่วยหาเสียงพรรคส้ม ออกตัวก่อนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ขั้ว คือขั้วส้ม กับขั้วน้ำเงิน กำลังแข่งกันว่าใครจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

“ศุภมาส อิศรภักดี” แกนนำพรรคภูมิใจไทย กำกับดูแลพื้นที่ กทม. ก็ออกมาบอกว่า “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” แถมยังบอกว่า ขั้วน้ำเงิน ที่หมายถึงฝ่ายอนุรักษ์นิยม ประกอบไปด้วยหลายสี ถ้าไปเลือกสีอื่น คะแนนแตก เสียหาย คะแนนทิ้งน้ำ

ดังนั้น ต้องเลือก “ภูมิใจไทย”เท่านั้น เพื่อให้ขั้วน้ำเงิน เอาคะแนนเหล่านั้น ไปใช้สู้กับขั้วส้ม!

หลังจากออกมอตโต้ “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ได้ไม่กี่วัน ก็มี “คลิปหลุด” ตามมา... เป็นคลิปเสียง “นักการเมืองระดับชาติ” คุยกับนักการเมืองท้องถิ่น

ซึ่งต่อมาก็มีกระแสออกมาว่า นักการเมืองระดับชาติคนนั้น คือ “ศักดา วิเชียรศิลป์” รมช.มหาดไทย ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.กาญจนบุรี ของพรรคภูมิใจไทย

แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธด้วยการเดินทางไปที่ สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อแจ้งความว่า มีบุคคลเผยแพร่คลิปเสียง ใส่ร้ายตน ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งที่คลิปเสียงดังกล่าว ไม่ใช่เสียงของตนเอง

ใจความสำคัญของการสนทนา จะเรียกว่าเป็นเรื่องถนัดของขั้วสีน้ำเงิน ก็ว่าได้ นั่นคือ “โหนสถาบันฯ” โดยอ้างถึง “ผู้ใหญ่”คนหนึ่ง

บอกว่าเลือกตั้งครั้งนี้ “พรรคสีน้ำเงิน” จะได้จัดตั้งรัฐบาล และไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น... เหมือนกับตีขลุมว่า “เขาล็อกเกมตั้งรัฐบาล ล็อกอนุทิน เป็นนายกฯ ดีลอำนาจกันล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว”

แต่ถ้าเป็น “พรรคสีส้ม” ตั้งรัฐบาล จะเกิดการรัฐประหารตามมา เท่ากับบ่งบอกว่า มีขบวนการขัดขวาง กีดกันไม่ให้พรรคส้ม ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถึงตั้งได้ ก็อยู่ได้ไม่นาน

ส่วน “พรรคสีแดง” ไม่มีโอกาสได้ตั้งรัฐบาล เพราะนายใหญ่ ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

ดังนั้น จะเลือกขั้วอำนาจเดิม (สีน้ำเงิน) หรือ ขั้วอำนาจใหม่ (สีส้ม) ก็ให้คู่สนทนา พิจารณาดูให้ดีๆ

อนุทิน ชาญวีรกูล
กระแส “คลิปเสียงหลุด” ยังไม่ทันซา เมื่อวานนี้ (2ก.พ.) “อนุทิน ชาญวีรกูล” แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ไปออกรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ดำเนินรายการโดย “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”

ซึ่งในช่วงนี้ ถือว่าอยู่ในเขต 7 วัน ก่อนการเลือกตั้ง ที่กฎหมายห้ามเผยแพร่ผลโพลต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบ ในคะแนนนิยมของพรรคการเมือง

ผู้ดำเนินรายการถามว่า เลือกตั้งครั้งนี้ ตั้งเป้าว่าจะได้ สส. เท่าไหร่... “อนุทิน” ตอบว่า คาดว่ามาเยอะ เป้าหมายคือต้องเป็นที่ 1 พร้อมอ้างคำสอนของพ่อว่า...

“พ่อผมสอนตั้งแต่เด็กว่า ไปแข่งขันอะไร พยายามให้เป็นที่หนึ่ง อย่าเป็นที่สอง เพราะเป็นที่สองคนจะลืม แต่สมมติว่าผมเป็นที่หนึ่ง ในการเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าเกิดมีการดำเนินการใดๆ ในระบอบรัฐสภา ในระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องเป็นที่หนึ่งในขั้วนั้นๆให้ได้”

พูดชัดว่า ถ้าไม่ได้ที่ 1 ก็จะพยายามจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ

ศักดา ชำนาญศิลป์
ส่วนคำว่า “ขั้ว” ของ “อนุทิน” ที่พรรคการเมืองต่างๆ จะมาร่วมรัฐบาลกันนั้น เปิดกว้างให้ทุกพรรค และไม่ได้ปิดกั้น “พรรคส้ม”
แต่ถ้า “พรรคส้ม” ได้ที่ 1 ภูมิใจไทย จะเข้าร่วมหรือไม่ อันนี้ต้องขอกลับไปคิดออฟชัน ก่อน

จังหวะนี้ “อนุทิน” บอกว่า “พรรคภูมิใจไทย” ต้องได้ที่ 1 จำนวนสส. 180 เก้าอี้นั้น “น้อยไป” พูดแล้วจะหาว่าเวอร์ เพราะเป้าหมายคือ กว่า 200 ที่นั่ง

เนื่องจากในจำนวนผู้สมัคร 300 กว่าเขตนั้น เป็นผู้สมัครที่เคยเป็น สส. เคยชนะเลือกตั้งมาแล้วถึง 160 เขต และมีอีกประมาณ 70 เขต ที่เกือบจะได้เป็นสส. ขาดไปเพียง 400 – 1,000 คะแนนเท่านั้น

ส่วนสส.บัญชีรายชื่อ คาดหวังไว้ขั้นต่ำ10-15 ที่นั่ง

ต้องติดตามกัน “อนุทินโพล” ที่บอกว่าภูมิใจไทย จะได้กว่า 200 ที่นั่งนั้น จะแม่น หรือแค่พูดหวังสร้างกระแส วันที่ 8 ก.พ. เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ได้รู้กัน

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
++ "โจ๊ก" งัดมุกถนัด ฟ้องลูกน้องเก่า-ดิ้นหนี “คดีสินบนทอง”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. ไม่ได้ออกมาไลฟ์สด ไม่ได้จ้อกับสื่อเอง แต่เลือก “สั่งทนาย” เดินหมากตรง ยื่นฟ้อง “พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ” อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานแจ้งความเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา

ไทม์มิ่งนี้…ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

เพราะก่อนหน้าเพียง 2 วัน “โจ๊ก” เพิ่งโผล่ไลฟ์สด ยืนยันยังอยู่ไทย ไม่ได้หนีไปไหน ซ้อมเทนนิสทุกวันเพื่อเตรียมแข่งขัน
ทำนองว่า อยู่ดีมีสุข หลังจากมีชื่อถูกโยงเข้า คดีติดสินบนกรรมการป.ป.ช. หรือ “คดีสินบนทอง” อันฉาวโฉ่ เจ้าตัวก็หายหน้า หายเสียงจากสื่อไปพักใหญ่

คำอธิบายที่ “โจ๊ก” เลือกใช้…ฟังแล้วคันหู บอกว่า "คนรักษากฎหมายยังทำกระบวนการมิชอบ แล้วผมจะพูดไปทำไม...อดีตข้าราชการยังโดนแบบนี้ ถ้าเป็นประชาชน ก็ตายเลย”

จากนั้นก็ปิดเกมด้วยประโยคสั้นๆ

ทุกอย่างให้ทนายพูดแทน แล้วเดินหมากวิชาถนัด ฟ้องๆๆ และก็ฟ้อง!!

คดีของ “พ.ต.ท.คริษฐ์” แจ้งความถูกทำร้ายร่างกาย "โจ๊ก" เลือก “ฟ้องกลับ” ลูกน้องเก่า อ้างว่าทำให้เสียชื่อ เสียศักดิ์ศรี และสังคมมองผิดทิศ จึงใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เปิดเกมสู้ในศาล

ทนาย “โจ๊ก” ย้ำชัด “ต้องมีใครสักคนพูดไม่จริง” ซึ่งศาลอาญารับฟ้องแล้ว คดีหมายเลข อ.308/2569 นัดไต่สวนมูลฟ้อง 20 เมษายน นี้

ยังไม่หมดแค่นี้ ทีมทนายยังส่งสัญญาณว่า กำลังพิจารณาฟ้องเพิ่มกับ ผู้ที่นำข้อมูลเวชระเบียนแพทย์ มาเผยแพร่ เพราะ มองว่าเข้าข่ายละเมิด ทำให้เสียหาย เสียชื่อโดยเตรียมขยับภายในสัปดาห์หน้า

พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ
ส่วนกระแสข่าวว่า “อดีตลูกน้องโจ๊ก” อีก 17 นาย เตรียมรวมตัวแจ้งความเพิ่ม คำตอบจากทนายโจ๊ก ที่พูดแทนคนจ้าง บอกว่า มีหลักฐานก็ว่ากันไป แต่ถ้าไม่มี หรือหลงเชื่อใคร ก็ต้องรับผลของการใช้สิทธิ์กล่าวหา

ขณะที่ คดีสินบนทอง “โจ๊ก” สั่งทีมทนายเตรียมเอกสาร 200 ชุด ส่งให้ ประธานวุฒิสภาและสว.ทุกคน เพื่อประกอบการพิจารณา ว่า จะรับหรือไม่รับ สำนวนคดีสินบนทอง ที่กำลังจะส่งถึงวุฒิสภา

สรุปๆ แบบไม่ต้องตีความเยอะ

นี่ไม่ใช่แค่อดีตเจ้านายฟ้องอดีตลูกน้อง แต่มันคือ เกมประคองตัวให้รอดของ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” ในวันที่ไฟลามถึงตัว และทุกคำพูดมีราคาที่ต้องจ่าย

ศึกนี้…“โจ๊ก” รู้ดี “พ.ต.ท.คริษฐ์” สำคัญอย่างไร... คดีทำร้ายร่างกายแค่เบิกโรง...ซึ่งถ้า"ความจริง" ที่เคยถูกเก็บไว้ในเครื่องคอมพ์ ตามสั่งของ โจ๊ก ในอดีตถูกเปิดออกมาเรื่อยๆ...เรื่องราวหนักหนาสาหัสกว่านี้ย่อมตามมาแน่นอน

ถึงเวลานั้นคงต้องยืมคำพูดของทนาย “โจ๊ก” ย้อนกลับมาถาม “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” ว่า..ต้องมีใครสักคนพูดไม่จริง!
รูป -อนุทิน ชาญวีรกูล - ศักดา ชำนาญศิลป์


กำลังโหลดความคิดเห็น