xs
xsm
sm
md
lg

โค้งสุดท้ายพรรคใหญ่ตรึงพื้นที่ ใส่เต็มเท้า!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เมืองไทย 360 องศา

มาถึงวันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ถือว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และยังถือว่าเป็นช่วงอันตราย ต่างฝ่ายจะพลาดไม่ได้เลย ขณะเดียวกันในช่วงเวลาแบบนี้ แต่ละพรรคการเมืองต่างเน้นพื้นที่เป้าหมาย หรือเรียกว่า “ตรึงพื้นที่” สำคัญที่มีผลต่อจำนวนคะแนนเสียงของตัวเอง

อย่างไรก็ดี หากพูดถึงเป้าหมายของแต่ละพรรคการเมืองย่อมแตกต่างกันกันคนละภาค แต่ถึงอย่างไรสำหรับพื้นที่เลือกตั้งภาคอีสาน ที่มีจำนวนส.ส.มากที่สุด และถือเป็นจุดชี้ขาดผลแพ้ชนะ มีผลต่อการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้บรรดาพรรคใหญ่ต่างมุ่งเน้น และใส่กันเต็มที่

ตอนนี้หากโฟกัสกันแต่ละพรรค เช่น พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่พรรคประชาชน ต่างลงพื้นที่เน้นพื้นที่เป้าหมาย เพราะหากพรรคไหนชนะในพื้นที่ภาคอีสาน ก็จะมีผลต่อการเพิ่มจำนวนส.ส.และยังมีผลต่อความสำคัญในการแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทั้งสองพรรคที่เดิมมีฐานเสียงในภาคนี้ ต่างก็ต้องการชัยชนะ ดังนั้นอย่าได้แปลกใจที่พวกเขาต่างต้องการตรึงพื้นที่ในช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้

แม้ว่าอาจจะมีพิเศษสำหรับพรรคเพื่อไทย ที่ในโค้งสุดท้ายยังต้องกลับมาเน้นที่ฐานเสียงบ้านเกิดของเจ้าของพรรคในภาคเหนือ ซึ่งรวมไปถึงพรรคประชาชนด้วย แต่เอาเป็นว่าในพื้นที่เป้าหมายที่เป็นจุดชี้ขาดพวกเขาย่อมไม่อยากให้พลาดอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการแย่งชิง และรักษาพื้นที่เดิม 

น่าจับตาว่าคราวนี้ พรรคประชาชนจะรักษาพื้นที่ไว้ได้กี่เก้าอี้ เพราะการจะกวาดเรียบเหมือนคราวก่อนนั้นไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอนแล้ว แต่ที่ต้องรอดูว่าพรรคภูมิใจไทย จะสามารถปักธงได้กี่ที่นั่ง รวมไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ จะกลับมาได้หรือไม่ แต่ถือว่ามาแรงไม่เบาเหมือนกัน

พูดถึงพรรคประชาธิปัตย์แล้วต้องจับตาดูว่า พวกเขาจะกลับมายึดคืนพื้นที่ภาคใต้ได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากเวลานี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคกำลังปักหลักเน้นพื้นที่สำคัญในหลายจังหวัด เช่น สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ซึ่งจากผลสำรวจ ก็ต้องยอมรับว่าคราวนี้มาแรงใช้ได้ แต่หากจะกวาดเหมือนในอดีตนั้น ถือว่ายังยาก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างออกรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ตั้งเป้าการเลือกตั้งรอบนี้โดย คาดว่ามาเยอะ

ถามว่า มาเป็นที่หนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเป้าหมาย พ่อตนสอนตั้งแต่เด็กว่าไปแข่งขันอะไรพยายามให้เป็นที่หนึ่งอย่าเป็นที่สอง เพราะเป็นที่สองคนจะลืม แต่สมมติว่าตนเป็นที่หนึ่งในการเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าเกิดมีการดำเนินการใดๆ ในระบอบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องเป็นที่หนึ่งในขั้วนั้นๆ ให้ได้ ถามย้ำว่าเชื่อมั่นใช่หรือไม่จะเป็นที่หนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องเชื่อมั่น ส่วนขั้วของนายอนุทินมีใครบ้างนั้น มีทุกขั้ว เมื่อถามว่ารวมถึงพรรคประชาชนด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แม้กระทั่งพรรคประชาชนไม่ถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หัวหน้าพรรคประชาชนบอกไม่ยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกฯ แต่ท่านยังไม่เคยพูดว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทย

ถามว่า หากพรรคประชาชนได้ที่หนึ่ง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะจับมือด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอกลับไปคิดออฟชันนี้ก่อน และตนก็มีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าภูมิใจไทยจะเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนกระแสข่าวประเมินว่าภูมิใจไทยได้ สส. 180 เก้าอี้จริงหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะและตอบว่า “ผมประเมินสูง”

เมื่อถามย้ำว่า มากกว่า 180 เก้าอี้อีกหรือ นายอนุทิน กล่าวว่า หากพูดจะมีคนโจมตีหาว่าเราเว่อร์ไป สังคมไทยเป็นสังคมที่หมั่นไส้ง่าย ส่วนจะได้กว่า 200 ที่นั่งเลยหรือ นั่นเป็นเป้าหมาย เป็นสิ่งที่เราเชื่อ ซึ่งเราส่ง 300 กว่าเขตและผู้สมัครเคยเป็นสส. เคยชนะเลือกตั้งมาแล้ว 160 เขต และมีอีกประมาณ 70 เขต เป็นผู้ที่เกือบจะได้ ขาดคะแนน 400 – 1,000 คะแนน

ผู้ดำเนินรายการถามว่า คิดว่าภูมิใจไทยจะได้ สส.บัญชีรายชื่อ กี่คน นายอนุทิน กล่าวว่า คาดหวังในระดับ 10-15 ที่นั่ง ตนตีต่ำ และเที่ยวนี้เราปรับกระบวนทัพและอาศัยว่าเราได้เข้ามาเป็นรัฐบาลมีผลงานในระยะเวลาสั้น พรรคภูมิใจไทยก็มีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถเท่ากันและอยู่ในช่วงวัยที่เจนเดียวกัน ซึ่งคิดว่าจะสร้างความมั่นใจให้คนทุกช่วงวัยได้

ส่วนจะมีอะไรจะสื่อสารถึงพรรคประชาชนโดยตรงหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไร ไม่มีความเคียดแค้นส่วนตัว และไม่เคยปิดทางใคร ตนไม่เอาอย่างเดียวคือคนผิดกฎหมาย คนมีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ดี คนไม่ประกอบอาชีพสุจริต แต่ต้องมีกฎหมายมายืนยัน

ส่วนพรรคกล้าธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์ สนใจพรรคไหนกว่ากันนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องรอผล เมื่อถามย้ำว่าสองพรรคนี้ ร่วมรัฐบาลกันไม่ได้จะเลือกพรรคไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตนเป็นคนกำหนด แต่ยังไม่ขอบอกว่าใครทั้งสิ้น เพราะยังไม่รู้ตัวเลข ขอดูตัวเลขก่อน ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกนี้ในทางปฏิบัติถึงเวลาจริงๆ จะมีทางออก แต่ตนบอกแล้วไม่มีเอาเทา ไม่มีเอาดำ ไม่มีเอาพวกผิดกฎหมาย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอาตนก็ไม่เอา

เมื่อถามย้ำว่า แต่ต้องมีกฎหมายที่ตัดสินแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องตัดสินแล้ว แต่ต้องมีอีกหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่ปัญหาของตนเลย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอาก็คือไม่เอา ตนไม่เคยฝืนประชาชนอยู่แล้ว

หากพิจารณาให้เห็นภาพกว้างๆในช่วงเวลาแบบนี้ ในช่วงโค้งสุดท้ายสำหรับทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคใหญ่ที่เป็นแกนหลัก เชื่อว่าต่างเน้นรักษาพื้นที่ ที่เป็นเป้าหมาย เป็นพื้นที่ฐานเสียงของตัวเอง โดยเฉพาะในภาคอีสานยังถือว่าเป็นพื้นที่ที่เป็นจุดชี้ขาด เนื่องจากมี ส.ส.มากที่สุด ขณะเดียวกันสำหรับพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ที่ต้องถือว่าเป็นเครดิต หากใครชนะก็ต้องบอกว่าเป็นการยกระดับขึ้นมาอีกขั้น

ดังนั้น โค้งสุดท้ายที่ถือเป็นช่วงสุกดิบสำคัญแต่ละพรรคถือว่าพลาดไม่ได้เลย แต่ขณะเดียวกันถึงเวลาต้องใส่กันเต็มเท้า ไม่ต้องออมมือกันแล้ว และหากพิจารณาจากสัญญาณและอารมณ์ของชาวบ้านที่จะลงคะแนนให้แต่ละพรรค เชื่อว่านาทีนี้พวกเขาน่าจะตัดสินใจไปแล้วว่าจะโหวตให้ใครและพรรคไหน แต่รับรองได้ว่า การเลือกตั้งหนนี้จะไม่มีแบบ “แลนด์สไลด์” แต่เชื่อว่าจะแพ้ชนะกันแค่หลักสิบเสียงเท่านั้นเอง !!


กำลังโหลดความคิดเห็น