xs
xsm
sm
md
lg

“มาร์ค”ปราศรัยเดือด ทวงคืน “การเมืองสุจริต” ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่ทั้งระบบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หาดใหญ่เดือด! “มาร์ค”ขึ้นปราศรัยเปิดใจกลับการเมือง ทวงคืน “การเมืองสุจริต” ชี้รบ.ล้มเหลวบริหารน้ำท่วม–เยียวยาล่าช้า เพราะการเมืองไร้เอกภาพ ยุบสภาซ้ำเติมประชาชน ย้ำ หาก ปชป.เป็นรัฐบาล พร้อมฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่ทั้งระบบ แก้ภัยพิบัติจริง วางอนาคตอย่างยั่งยืน

วันนี้(2 ก.พ.) เมื่อเวลา 19.30 น. พรรคประชาธิปัตย์นำโดย นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวที ปราศรัยใหญ่ที่บริเวณหน้าลานโรบินสัน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาโดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมฟังนับหมื่นคน

นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่สละเวลามาร่วมกิจกรรม พร้อมเปิดใจถึงการตัดสินใจกลับมาทำการเมืองอีกครั้ง หลังเว้นวรรคไปกว่า 2 ปี และกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า ตลอดชีวิตการเมืองตนมีพรรคเดียว เช่นเดียวกับการเชียร์ฟุตบอลทีมเดียว และย้ำความผูกพันกับพี่น้องภาคใต้ที่ “ใจเดียว พรรคเดียว” มาโดยตลอด

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ที่ผ่านมามีเสียงทักท้วงไม่ให้กลับมาทำการเมือง เพราะอ้างว่าการเมืองไทยเปลี่ยนไป กลายเป็นเรื่องของเงินและอิทธิพลทุน แต่ตนไม่อาจยอมรับการเมืองที่ถูกครอบงำด้วยเงิน ทุนเทา หรือทุนดำ ซึ่งทำร้ายประเทศ จึงกลับมาเพื่อ “ทวงคืนการเมืองสุจริต” ให้กับประชาชน

พร้อมย้ำว่า ตลอด 30 ปีที่ทำงานการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ยืนเคียงข้างพี่น้องภาคใต้มาเสมอ ไม่เคยทิ้งกัน แม้ต้องเผชิญทั้งอำนาจและเงินกดดัน แต่ชาวใต้ไม่เคยยอม และวันนี้ก็จะไม่ยอมเช่นกัน

นายอภิสิทธิ์ ยังตอบโต้ข้อกล่าวหาที่บางพรรคโจมตีว่าภาคใต้เลือก สส.ประชาธิปัตย์มาหลายสิบปีแต่ไม่พัฒนา โดยชี้แจงว่า สส.ไม่สามารถเขียนโครงการหรือดึงงบประมาณเองได้ ทำได้เพียงพิจารณางบของรัฐบาล และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พรรคประชาธิปัตย์เคยดูแลกระทรวงคมนาคมเพียง 2 ปี แต่พยายามผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่พรรคที่คุมกระทรวงนี้มายาวนานกลับไม่ทำ และใช้การเมืองแบบข่มขู่ว่าหากไม่เลือกจะไม่มีโครงการ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนใต้ไม่ยอมรับ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการลงพื้นที่หาดใหญ่ในช่วงเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยสะท้อนความสับสนในการบริหารจัดการภัยพิบัติ การสื่อสารที่ไม่เป็นเอกภาพ และการช่วยเหลือที่ล่าช้า ขาดศูนย์สั่งการเดียว ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก พร้อมย้ำว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินในขณะนั้นยิ่งสร้างความสับสนมากขึ้น

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า หลังเหตุการณ์น้ำท่วม ตนได้พูดคุยกับภาคธุรกิจ พบว่าหลายกิจการยังรอการเยียวยา เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการฟื้นฟูที่เป็นระบบ แต่ทุกอย่างกลับหยุดชะงักจากการยุบสภา ทำให้การอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินต้องรอ กกต. ส่งผลให้ประชาชนกลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบซ้ำ

“นายกรัฐมนตรีบอกว่ายุบสภาเพราะไม่อยากตายคาสภา แต่เคยคิดถึงชีวิตพี่น้องคนหาดใหญ่บ้างหรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว พร้อมย้ำว่า หากรัฐบาลขออนุมัติงบเยียวยา ตนพร้อมไม่โต้แย้ง ขอเพียงให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็ว

นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล จะเร่งฟื้นฟูหาดใหญ่ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่กายภาพ แต่รวมถึงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการค้าขาย พร้อมดึงทุกกระทรวงเข้ามาร่วมแก้ปัญหา และเดินหน้าโครงการป้องกันน้ำท่วมระยะยาว อาทิ การเร่งระบายน้ำลงทะเล การวางผังเมืองใหม่ในพื้นที่สูง และการยกระดับหน่วยงานด้านภัยพิบัติให้มีเอกภาพ มีเบอร์ประสานงานชัดเจน และมีแผนอพยพที่ประชาชนเข้าใจและซ้อมจริง

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า การเมืองสุจริตคือรากฐานของเศรษฐกิจที่ดี เพราะนักลงทุนต่างชาติไม่กล้ามา หากต้องเผชิญการคอร์รัปชันและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม พร้อมยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะผลักดันการเมืองที่โปร่งใส เพื่อให้โครงการต่าง ๆ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง


กำลังโหลดความคิดเห็น