“ธรรมนัส”ชี้ ถึงเวลาชาวลำปางต้องตัดสินใจ ชีวิตดีขึ้นจริงหรือยัง ดันลำปาง–พะเยาพัฒนาเป็นพี่น้องภูมิภาค ชูโครงสร้างพื้นฐาน–เศรษฐกิจฐานราก–การศึกษาท้องถิ่น เปลี่ยนคำพูดให้เป็นผลงานจับต้องได้
เมื่อวันที่ (2 ก.พ. 2569) เวลา 18.30 น. ที่สนามกีฬาเทศบาล อ.เสริมงาม จ.ลำปาง พรรคพรรคกล้าธรรม จัดเวทีปราศรัยหาเสียง โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีช่วยผู้สมัคร สส.ลำปางของพรรค ท่ามกลางประชาชนในพื้นที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก
ก่อนที่แกนนำพรรคจะขึ้นเวที น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 4 เบอร์ 3 กล่าวย้ำแนวคิดการเมืองแบบมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่มในสังคม ทั้งเยาวชน คนทำงาน ผู้สูงอายุ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้ามามีบทบาทกำหนดอนาคตของพื้นที่ ไม่ให้การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว พร้อมสะท้อนเสียงชาวเสริมงามที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงจากพลังของคนในชุมชน และการทำงานการเมืองที่ต้องรับฟังฐานรากอย่างแท้จริง
น.ส.เพ็ญภัค ยังระบุว่า ผู้นำพรรคเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ กล้าตัดสินใจและกล้าแก้ปัญหา เข้าใจบริบทของคนภาคเหนือ ขณะที่หัวหน้าพรรคซึ่งเป็นผู้หญิงก็มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศ และพรรคยังมีตัวแทนจากภาคสังคมที่จะร่วมผลักดันประเด็นเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุอย่างจริงจัง
จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นเวทีปราศรัย โดยตั้งคำถามกับประชาชนว่า ทุกช่วงเลือกตั้งมักมีนโยบายที่ฟังดูดี แต่หลังเลือกตั้งกลับไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ พร้อมถามตรง ๆ ว่าที่ผ่านมาชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจริงหรือไม่ และถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยนแนวทางการเมืองไปสู่ทางเลือกใหม่ที่เน้นคุณภาพ การประสานงานกับท้องถิ่น และการทำงานร่วมกับประชาชน เพื่อยกระดับการพัฒนาลำปางให้ก้าวหน้ากว่าเดิม
เขายังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง จ.ลำปาง กับ จ.พะเยา ว่ามีความผูกพันเสมือนบ้านพี่เมืองน้อง การพัฒนาควรมองในภาพรวมของภูมิภาค ไม่แยกจังหวัดออกจากกัน โดยพรรคจะผลักดันการพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กัน
ประเด็นโครงสร้างพื้นฐานถูกหยิบยกขึ้นมาเน้นย้ำ โดยเฉพาะถนน ระบบน้ำ และสาธารณูปโภคในพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนต่อเนื่องมาหลายปี เจ้าตัวระบุว่า ในบทบาทที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บางโครงการเข้าสู่แผนแล้ว แต่จำเป็นต้องมีผู้แทนที่กล้าผลักดันให้เกิดผลจริง ไม่หยุดอยู่แค่เอกสาร พร้อมย้ำว่าการเมืองต้องวัดกันที่ผลงานที่ประชาชนมองเห็นและใช้ประโยชน์ได้
ด้านเศรษฐกิจ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การแก้ปัญหาปากท้องต้องลงลึกถึงระดับครัวเรือน สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ในพื้นที่ ลดภาระค่าใช้จ่าย และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่มาตรการระยะสั้นที่ไม่ยั่งยืน ขณะที่การศึกษาและอนาคตของเยาวชน ต้องพัฒนาคนให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เน้นทักษะที่นำไปประกอบอาชีพได้จริง มากกว่านโยบายจากส่วนกลางที่ไม่เข้าใจความแตกต่างของแต่ละจังหวัด พร้อมสะท้อนว่าลูกหลานควรมีโอกาสเติบโตในบ้านเกิด ไม่จำเป็นต้องย้ายไปเมืองใหญ่เสมอไป
“ พรรคการเมืองบางพรรคอ้างว่า ตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ต้องการที่จะเข้ามาปฏิรูปประเทศบอกว่า จบจากฝรั่งเศสเห็นว่า บ้านเมืองเขาพัฒนาแบบนั้น แบบนี้ ประเทศเราก็ต้องทำแบบนั้น และพวกเขาพร้อมที่จะเข้ามาปฏิรูปประเทศ ผมอยากถามว่า ก่อนที่จะพูดคำพูดเหล่านี้ได้ถามคนไทยหรือยังว่า เขาอยากให้พวกคุณเข้ามาปฏิรูปหรือไม่ แล้วสิ่งที่พูด ๆ มา จะทำได้หรือไม่ ก็แค่พูดไปเรื่อย ชวนฝันไปเรื่อยๆ“
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้ายว่า การเมืองต้องทำให้ประชาชนจับต้องผลได้จริง ทั้งรายได้ คุณภาพชีวิต บริการรัฐ และโอกาสในอนาคต โดยพลังของคนเสริมงามสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ หากรวมพลังเลือกตัวแทนที่พร้อมทำงานต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียงเท่านั้น


