xs
xsm
sm
md
lg

“อภิสิทธิ์” ลุยหาดใหญ่ฟังเสียงภาคธุรกิจหลังน้ำท่วม มั่นใจกระแสตอบรับภาคใต้ แต่โค้งสุดท้ายยังมีปัจจัยแทรกซ้อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่หาดใหญ่ รับฟังเสียงภาคธุรกิจหลังน้ำท่วมใหญ่ ชี้ ต้องเร่งฟื้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอ่าวไทยมั่นใจกระแสตอบรับภาคใต้ แต่ย้ำโค้งสุดท้ายยังมีปัจจัยแทรกซ้อน ขอประชาชนหนุนการเมืองสุจริต ซัดทุนเทา-ซื้อเสียงบ่อนทำลายประเทศ จี้ตรวจสอบจริงจัง ปรามก่อนวันเลือกตั้ง

วันนี้ (2 ก.พ.) ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ร่วมกับ นางจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและภาคธุรกิจในอำเภอหาดใหญ่ โดยเริ่มต้นด้วยการจิบชายามเช้าที่ร้านฮัจยีสัน ร้านชาชื่อดังของหาดใหญ่

นายอภิสิทธิ์ ได้ดื่มชา รับประทานข้าวเหนียวไก่ทอดและโรตี พร้อมพูดคุยรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจในพื้นที่ ถึงผลกระทบหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ซึ่งผู้ประกอบการต้องการให้มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน และส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยมากขึ้น

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่มารับบริการ ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดกิมหยง โดยมีประชาชนจำนวนมากเข้ามารุมล้อมขอถ่ายภาพเซลฟี มอบดอกกุหลาบ และคล้องพวงมาลัยดาวเรือง ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในตลาดร่วมร้องเพลง “ปักษ์ใต้บ้านเรา” ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น


นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสตอบรับในพื้นที่ภาคใต้ ว่า หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงจากผลสำรวจความนิยม ตนมีความมั่นใจอย่างมาก แต่ก็ยอมรับว่า ยังมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นๆ จึงขอความกรุณาประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกันสร้างพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในแนวทางการเมืองสุจริตและเข้มแข็ง เพื่อเข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษฎรอย่างแท้จริง

ส่วนกรณีการเดินหน้าปราบปรามทุนเทา หลังพรรคประชาธิปัตย์เผยแพร่วิดีโอในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนได้เห็นอันตรายและความสูญเสียจากทุนเทาอย่างชัดเจน ทั้งจากกรณีคนใกล้ตัวถูกหลอกลวง และจากภาพการเมืองที่ถูกทุนเทาครอบงำ ซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันและการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ จนประเทศไม่สามารถเดินหน้าได้
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงให้เห็นตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ถึงความพร้อมในการติดตามและยื่นเรื่องให้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวทางการเงินและธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หากพรรคมีโอกาสเข้าไปทำงานในรัฐบาล ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่า ผู้ที่มีอำนาจขัดขวางการปราบปรามทุนเทาจะต้องถูกโยกย้าย และจะมีการเสริมอำนาจทางกฎหมาย รวมถึงนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจจับอย่างจริงจัง

สำหรับกรณีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงและพรรคการเมืองขนาดใหญ่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลจากการบอกเล่าจากพื้นที่ และเข้าใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีเบาะแสจึงเข้าไปตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างจริงจัง หากสามารถแสดงผลให้เห็นภายใน 1-2 วัน จะช่วยปรามไม่ให้เกิดการกระทำลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นได้ พร้อมย้ำว่าควรตรวจสอบตามข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา


ขณะที่การประเมินสถานการณ์โค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า การซื้อสิทธิขายเสียงมีความรุนแรง และมีการพูดกันว่าอาจเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เงินมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง โดยเริ่มเห็นสัญญาณตั้งแต่ก่อนการยุบสภา จากการเคลื่อนไหวและการย้ายพรรคของ สส. บางส่วน ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการซื้อเสียงสูงถึง “5 ใบเทา” นายอภิสิทธิ์ หัวเราะก่อนกล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องไปสอบถามจากชาวบ้าน

สำหรับการหารือกับภาคเอกชนในอำเภอหาดใหญ่ หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2568 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่มาแล้วถึง 3 ครั้ง และยอมรับว่า ภาคเอกชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากภายหลังการยุบสภา การช่วยเหลือต่างๆ ต้องหยุดชะงัก แม้จะมีความพยายามเสนอแนวทางแก้ไข ทั้งการใช้เงินกองกลางหรือมาตรการช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถผลักดันได้ทันเวลา ทำให้การเข้าถึงเงินกู้เพื่อพยุงธุรกิจในขณะนี้แทบจะสายเกินไป

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและเยียวยา ควบคู่กับการจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งด้านการท่องเที่ยวและการค้า รวมถึงการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วมในอนาคต และยกระดับระบบเตือนภัย การอพยพ และการบริหารจัดการภัยพิบัติให้เป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้ง


กำลังโหลดความคิดเห็น