ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ น้ำเงิน VS ส้ม กรณีจะอุ้มสมให้ต่างด้าวนั่งบอร์ดประกันสังคม ไม่มีมูลหมาไม่ขี้ !?
กลายเป็นศึกดรามาวิวาทะในประเด็นต่อเนื่องเรื่องประกันสังคม ของสองพรรคใหญ่ ที่กำลังขับเคี่ยวศึกเลือกตั้ง ระหว่าง “พรรคน้ำเงิน”ภูมิใจไทย กับ “พรรคส้ม” ประชาชน
จากประเด็นที่ “พรรคประชาชน” โหมกระพือเรื่องราวความไม่ชอบมาพากลของสำนักงานประกันสังคม เรียกเรตติ้งพลางชี้เป้าว่า คนที่เกี่ยวข้องไหลไปรวมกันที่พรรคน้ำเงิน หมดแล้ว
จนมาถึงประเด็น "ไม่มีมูล หมาไม่ขี้" เมื่อ “พรรคน้ำเงิน” ภูมิใจไทย ขยี้กลับตั้งคำถามจี้ใจดำพรรคส้มให้การสนับสนุน “แรงงานต่างชาติ” เข้ามานั่งเป็นบอร์ดประกันสังคม!
งานนี้ร้อนฉ่า.. ทำเอา "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาชน ด่าพรรคน้ำเงิน ว่า "บิดเบือน" เอาสิ่งที่เคยแสดงความคิดเห็นไปเมื่อนานมาแล้วหลายปี ตั้งแต่ปี 2566 มาโจมตีกัน
"เท้ง" ยังว่า ประเด็นเรื่องประกันสังคมตอนนี้ เรื่องของการให้สิทธิของคนต่างชาติมาอยู่ในบอร์ด ไม่มีในนโยบายพรรค 100% เชิญเข้าไปดูในเว็บไซต์พรรคได้
ฝ่ายน้ำเงินเมื่อได้ยินได้ฟัง ก็หวดกลับพลัน โดย “รัชดา ธนาดิเรก” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่เคยโพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึง กรณีทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้ประกาศนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะนโยบายข้อ 14 ที่ระบุชัดเจนถึงการ “ปรับเงื่อนไขให้แรงงานข้ามชาติ มีสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม” และ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ก็ยังเคยพูดให้สังคมรับรู้ทั่วกันว่า สนับสนุนการหาเสียงของทีมประกันสังคมก้าวหน้า อย่างชัดเจน
มาถึงที่ "เท้ง" บอกปัดแบบนี้
“รัชดา” ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถาม “เท้ง” ณัฐพงษ์ ว่าจะปัดกันง่ายๆ แบบนี้จริงหรือ ?
ทั้งที่คำถามของสังคมวันนี้ ไม่ได้อยู่แค่ว่า เว็บไซต์พรรค เขียนอะไร
แต่อยู่ที่นโยบายของ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ซึ่งเปรียบเสมือนฝาแฝดทางการเมืองของพรรคประชาชน และถือกำเนิดจากผู้นำคนเดียวกัน คือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ซึ่งนโยบายของทีมประกันสังคมฯ ในข้อ 14 ระบุชัดถึงการ “ปรับเงื่อนไขให้แรงงานข้ามชาติ มีสิทธิเลือกตั้ง และสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม” ถูกใช้หาเสียงจริง และชนะการเลือกตั้งจริง !
เมื่อทั้งพรรคและทีมการเมืองถือกำเนิดจากผู้นำ และการสนับสนุนชุดเดียวกัน เดินเคียงคู่กันทุกฝีก้าว สังคมย่อมคาดหวังคำอธิบายถึงความเกี่ยวข้องที่ดีกว่านี้
การตอบเพียงว่า “ไม่ใช่นโยบายพรรค” จึงยังไม่ใช่คำอธิบายที่เพียงพอ ไม่พอที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจในความคิดของพรรคประชาชน ว่าจะเอาอย่างไรแน่!
เพราะที่ผ่านมา มีอาการ “ไม่อยู่กับร่องกับรอย” เป็นระยะๆ แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไร
สอง การเชิญให้ประชาชนไปดูนโยบายในเว็บไซต์พรรค ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ใช้หาเสียงและอาจส่งผลต่อโครงสร้างประกันสังคมได้
ดังนั้น หากไม่ได้เป็นเพราะถูกวิจารณ์จึงต้องออกมาปฏิเสธ แต่มันไม่เกี่ยวข้องกันจริง พรรคประชาชน ควรตรวจสอบและชี้แจงให้ชัดว่านโยบายดังกล่าวเป็นจุดยืนของใคร ? และ ทางพรรคคิดอย่างไร ที่สำคัญหัวหน้าพรรคประชาชน ต้องยอมรับในสิทธิของสังคมต่อการตั้งคำถาม และการเรียกร้องความชัดเจน ไม่ใช่ออกมาตอบโต้ข้อสงสัยด้วยการกล่าวหาว่าคนอื่นบิดเบือน
เพราะนั่น “ไม่ใช่ท่าทีของ ผู้นำตัวจริง!”
นี่ก็คือ วิวาทะของ “น้ำเงิน-ส้ม” ซึ่งดูท่าที เรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ
++ สื่อสารคลาดเคลื่อน หรือแพ้เสียงในหัว “แสวง” บอกเตรียมเงินไว้ได้ ไม่แจก ไม่ผิด
ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า ทั้งในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง เมื่อวาน (1 ก.พ.) ที่ผ่านมา แม้โดยภาพรวม กกต.จะบอกว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี แต่ถ้าลงไปดูรายละเอียด ก็จะเห็นความขลุกขลัก ผิดพลาดอยู่พอสมควร
ตัวอย่างเช่น ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 52 บริเวณบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ นนทบุรี ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต หาชื่อ “ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์” ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 1 ประชาธิปัตย์ ไม่เจอ พอถามเจ้าหน้าที่ กลับได้คำตอบว่า “ทนายไพศาล” ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งไป ทั้งที่ในความจริงยังเป็นผู้สมัครอยู่
ตรวจสอบไปตรวจสอบมาก็พบว่า รายชื่อผู้สมัครที่ติดอยู่หน้าหน่วยเลือกตั้งนั้นมีรูปผู้สมัครจากพรรคอื่นเบอร์เดียวกัน แต่เป็นคนละเขตมาแปะทับหน้าของ “ทนายไพศาล” โดยใช้แม็กเย็บติดเอาไว้ ทำให้ไม่ปรากฏชื่อของทนายไพศาล บนบอร์ดรายชื่อผู้สมัคร
คนระดับ “ทนายไพศาล” เจอเข้าไปแบบนี้ คงไม่ยอมง่ายๆ แน่ งานนี้กกต.เตรียมรับแรงกระแทกไว้ให้ดีก็แล้วกัน
อีกกรณี ที่หน่วยเลือกตั้งใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ประชาชนที่มีทะเบียนบ้านในเขตยานนาวา กทม. จะไปใช้สิทธิเลือก “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” ผู้สมัคร สส.กทม. เขตยานนาวา พรรคประชาชน เบอร์ 9 แต่ปรากฏว่า เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครบนบอร์ดหน้าหน่วยเลือกตั้ง ข้ามจากเบอร์ 8 ไปเบอร์ 10 เลย เมื่อถามเจ้าหน้าก็ได้คำตอบว่า เบอร์ 9 โดนตัดสิทธิ์ไปแล้ว แม้ในความเป็นจริงยังเป็นผู้สมัคร สส.ถูกต้อง 100%
นอกจากนี้ ยังมีกรณี เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เทศบาลเมืองบางคูรัด เขตเลือกตั้งที่ 8 จ.นนทบุรี ระบุเลขเขตหน้าซองใส่บัตรเลือกตั้งผิดพลาด
ส่วนที่หน่วยเลือกตั้งกลางหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ก็มีความผิดพลาด เมื่อตอนเปิดหีบ พบว่าผู้สมัครส.ส.ลำปาง เขต 1 จากพรรคประชาชน หมายเลข 8 ไม่มีชื่อ รูปภาพ และข้อมูลแนะนำตัวติดอยู่บนบอร์ด ผู้มาใช้สิทธิต้องถ่ายคลิปแชร์ในโซเชียลฯ กกต.ประจำจังหวัดจึงนำรูปภาพและข้อมูลมาติดในเวลา 09.00 น.
เรื่องความผิดพลาดบกพร่องในระดับเจ้าหน้าที่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ส่วนใครผิดใครถูก ก็ต้องสอบสวนทวนความกันไป
แต่ที่ไม่ควรจะผิดเลยก็คือ คำพูดของคนระดับเลขาธิการ กกต. อย่าง “แสวง บุญมี” ที่เมื่อวันเสาร์ (31ม.ค.) ไปตรวจความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า ที่เขตบางกะปิ แล้วให้สัมภาษณ์เรื่องการซื้อเสียง
โดยยอมรับว่า ข่าวซื้อเสียงมีมาตลอด แต่ก็มีมาตรการป้องกันทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายตำรวจ รวมถึงรวมถึงกกต.เอง
“หากอยากจะเตรียมเงินไว้ซื้อเสียง สามารถทำได้ แต่อย่าแจก” เลขาฯ แสวง พูดชัดถ้อยชัดคำ
สร้างความงุนงงสงสัยให้กับคนที่รู้กฎหมายเป็นอย่างยิ่ง นั่นเพราะพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 (1) ระบุไว้ชัดเจนว่า “จัดเตรียมเพื่อจะให้” ก็มีความผิดด้วย แต่ทำไมเลขาฯ กกต. ถึงบอกว่า ให้เตรียมเงินไว้ได้ แต่อย่าแจก
ความหมายทำนองว่า “ถ้ายังไม่แจก ก็ไม่ผิด”
สุดท้ายแล้ว “เลขาฯแสวง” ต้องออกมาแก้ข่าว ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในช่วงเย็นวันเดียวกันว่า เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน พร้อมขออภัยมา ณ ที่นี้
“เลขาฯ แสวง” ชี้แจงว่า ที่พูดกับสื่อเรื่องการป้องกันการซื้อเสียง อาจจะพูดสั้นไป หรือพูดเร็วไป หรือพูดไม่ได้ศัพท์ ทำให้มีคนเข้าใจบริบทที่พูดจากสิ่งที่ต้องการสื่อคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่จะสื่อออกไป โดยได้พูดก่อนนั้นว่า กกต. มีมาตราการอย่างไรในป้องกันการซื้อเสียง คือต้องซื้อไม่ได้ และได้สั่งการไปแล้ว แม้จะเตรียมการซื้อเสียงได้ แต่อย่าแจก
“จริงๆ เป็นการพูดถึงพฤติการณ์คนที่จะซื้อเสียง ไม่ได้อธิบายกฎหมาย กฎหมายได้กำหนดว่า แค่จัดเตรียมการซื้อเสียงก็เป็นความผิดแล้ว พฤติการณ์ผู้จะทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องการซื้อเสียง” เลขาฯแสวง ชี้แจง
แต่ก็ไม่วายออกตัวว่า การจัดเตรียมมันจับได้อยาก นั่นหมายความว่า เขามีโอกาสเลี่ยงกฎหมายได้ง่าย ถ้าหลักฐานไม่ชัดเจน จึงพูดกับสื่อว่าแม้จะจัดเตรียมการซื้อเสียงได้ แต่ถ้าแจก คือแจกไม่ได้ เพราะเรามีมาตรการรองรับแบบเข้มข้น หรือถ้าแจกจับได้แน่
กระนั้นก็ดี มีผู้จับสังเกตได้ว่า คำพูดของ“เลขาฯแสวง” เหมือนจะออกตัวไว้ก่อนหรือเปล่า เพราะเรื่องการ “เตรียมเงิน” ส่อว่ามีแน่นอน จากปากของผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ที่ยืนยันเองว่ามีการเบิกเงินสดมากผิดปกติถึง 250 ล้านบาท และธนาคารพาณิชย์ ได้ส่งข้อมูลให้กกต.ไปแล้ว
ขั้นต่อไป ก็ต้องเป็นหน้าที่ของ กกต. ต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปว่าเงินจำนวนนั้น ใครเอาไปให้ใคร ซื้อเสียงที่ไหน อย่างไร หรือไม่
ซึ่ง ณ ตอนนี้ ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า กกต.จะสืบสวนตามจับคนผิดได้ตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองหรือไม่
เป็นเพราะเสียงในหัวบอกว่า คงจับซื้อเสียงไม่ได้แน่ๆหรือเปล่า? “เลขาฯ แสวง” จึงเผลอพูดออกมาแบบเพี้ยนๆ ว่า “เตรียมเงินไว้ได้ แต่ห้ามแจก”


