“อนุทิน” ปราศรัยใหญ่ตลาดสามโคก ขอโอกาสชาวปทุมธานีเลือกภูมิใจไทย อ้อนครบ 4 เดือน ขอผ่านทดลองงานกลับมาเป็นนายกฯ โว 4 เดือนดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน ประกาศหากทำงานครบปี ดัชนี KPI ตก ไม่มีปัญญาหรือประชาชนไม่พอใจ พร้อมจะพิจารณาตัวเองและลาออกโดยไม่ต้องให้ใครมาไล่ บอกไม่อยู่ให้เปลืองภาษีเปลืองข้าว แขวะคนเอามือไขว้หลังไม่เคารพเพลงชาติ ไม่ให้เกียรติบรรพบุรุษ ย้ำ ไม่เปิดด่าน ลั่น ภูมิใจไทยมีแต่คนเขี้ยวแต่ไม่เอี้ย ยกเหตุสต๊อกข้าว เย้ยคู่แข่ง นี่แหละความแตกต่างของ “กึ๋น”
วันนี้ (1 ก.พ.) เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ตลาดสามโคก จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 8 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ สุรทัตโชค ผู้สมัคร สส.เขต 1, นางสาวชิดชนก พวงเพ็ชร์ ผู้สมัคร สส.เขต 2, นายคุณานนท์ ชูประเสริฐ ผู้สมัคร สส.เขต 3, นายจำลอง เงินยวง ผู้สมัคร สส.เขต 4, นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 5, นายวรากร เครือทองศรี ผู้สมัคร สส.เขต 6, นายพิษณุ พลธี ผูัสมัคร สส.เขต 7 และนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ผู้สมัคร สส.เขต 8
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการปราศรัยในเวลา 18.00 น. นายอนุทิน พร้อมแกนนำพรรค รวมถึงผู้สมัคร สส.ปทุมธานี ทั้ง 8 เขต ได้ร่วมยืนตรงเคารพเพลงชาติ จึงเริ่มการปราศรัย
จากนั้น นายอนุทิน กล่าวปราศรัยว่า ต้องขออภัยที่เสียงอาจไม่ใสเหมือนปกติ เพราะเป็นฤดูกาลที่ต้องไปพบปะปราศรัยกับประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ตนเป็นคนขอ นายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานี สถานที่แห่งนี้ตนเคยมาเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 วันนี้ขอมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจ ว่าพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีจะให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย เข้าไปทำงานรับใช้ทุกท่าน ซึ่งจะดีกว่านี้ถ้าทุกคนให้พรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาทำงาน ให้ตนเข้าเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเป็นรัฐบาลให้กับทุกคน ตอนนี้ขอติดไว้ก่อนแล้วอีกสองสัปดาห์จะกลับมาขอบคุณและเดินเข้าไปในตลาดและยื่นคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ป้ายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ไม่ต้องเอาออก ซึ่งโครงการนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เกิดการหมุนเวียนของเงิน และสร้างจับจ่ายใช้สอยกันทั่วประเทศ นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำมาเสนอให้กับประชาชนทั่วประเทศ ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อสักครู่พวกเราร่วมกันร้องเพลงชาติไทยด้วยกัน
พี่น้องรู้สึกว่าช่วงนี้เพลงชาติไทยเพราะกว่าปกติที่เราเคยได้ยินกันมาใช่หรือไม่ ฟังแล้วรู้สึกรักชาติปลาบปลื้ม มีใครเอามือไขว้หลังแล้วยืนเฉยๆหรือไม่ ผมแอบดูอยู่ แต่ปรากฏว่าพี่น้องปทุมธานีทั้งจังหวัดยืนตรงไม่มีใครเอามือไขว้หลังเลยสักคน
พี่น้องเพลงชาติของเราคนไทยร้องเพราะที่สุด คนไทยฟังแล้วเพราะที่สุดเพราะเป็นเพลงชาติของเรา เราต้องเคารพและให้เกียรติทุกครั้งที่เราได้ยินเพลงชาติ เราถึงต้องลุกขึ้นยืนการลุกขึ้นยืนไม่ใช่เป็นการทำความเคารพธงที่โบกสะบัด แต่การลุกขึ้นยืนเป็นการเคารพบรรพบุรุษของเรา เคารพศาสนา เคารพสถาบันสูงสุดของเรา และเคารพผู้ที่ปกป้องแผ่นดินไทยมาให้เราอยู่สุขสบายทุกวันนี้ นี่คือความหมายของการเคารพธงชาติ
ซึ่งจะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเรามองว่าเป็นการเคารพผ้าหนึ่งผืน แต่ในผ้าผืนนั้นมีสีทุกสี แดง ขาว น้ำเงิน เพื่อที่จะบอกว่านี่คือประเทศไทย กว่าจะมาถึงวันนี้ได้บรรพบุรุษของเราปกป้องบ้านเมือง สละทั้งชีวิตและร่างกาย จิตวิญญาณ ฉะนั้น วันนี้พ่อแม่พี่น้องจะเห็นได้ว่าทำไมเรารู้สึกว่าฟังเพลงชาติแล้วเพราะ ก็เพราะรู้สึกว่าเราถูกรังแก ถูกคุกคามแผ่นดินใช่หรือไม่ เราหวงแหนแผ่นดินใช่หรือไม่ เราไม่เคยสนุก วุ่นวายแผ่นดินอื่น แต่ถ้าใครเข้ามาวุ่นวายกับแผ่นดินเรา เราก็มีความจำเป็นจะต้องปกป้องต่อสู้และไม่ให้มีใครมารุกรานเรานี่คือคนไทย
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พบกับสถานการณ์เช่นนี้พอดี ผมได้พิสูจน์ให้พ่อแม่พี่น้องเห็นแล้วว่าไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วบอกว่าอยู่แค่ 4 เดือน แต่เมื่อประเทศชาติมีภัยเมื่อไหร่ถูกคุกคามเมื่อไหร่ถูกรุกล้ำอธิปไตยเมื่อไหร่รัฐบาลที่ผมเป็นหัวหน้ารัฐบาลอยู่ทำเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเราให้มีความปลอดภัยจากการคุกคามของคนต่างชาติ วันนี้เราเชื่อมั่นว่า เรามีความปลอดภัย เรามีความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีใครเข้ามาคุกคามมารังแกมารุกล้ำอธิปไตยของเรา พ่อแม่พี่น้องสามารถที่จะวางแผนและทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด่านชายแดนพวกเราจะไม่มีวันเปิด ปิดมันอย่างนี้ เพราะปิดแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากมาย ไม่มียาเสพติด ไม่มีข้าวเถื่อน มันสำปะหลังเถื่อนและแรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามา การปิดด่านมาสามถึงสี่เดือนทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นจาก 5,000 กว่าต่อตันไปแตะที่ 8,000 ต่อตัน เพราะไม่มีข้าวเถื่อนมากดทับพ่อแม่พี่น้องปทุมธานีก็สามารถขายข้าวในราคาที่สูงขึ้นไม่ต้องจำนำหรือประกัน พี่น้องที่อยู่ทางภาคอีสานก็สามารถขายข้าวหอมมะลิ ราคาสูงขึ้นจาก 12,000 บาทขึ้นไป 17,000-18,000 ต่อตัน พ่อแม่พี่น้องเห็นเหตุผลของการปิดด่านแล้วใช่หรือไม่
“ผมเดินตลาดปทุมธานีไกลจากชายแดนเยอะ ทุกคนเดินเข้ามาบอกคุณอนุทินอย่าเปิดด่าน ห้ามเปิดด่าน คนปทุมธานียังรู้สึกแบบนี้ ฉะนั้นวันนี้ถือว่าเสียงเหล่านั้นคือเสียงของชาวปทุมธานีและถือเป็นฉันทานุมัติเรื่องเปิดด่านพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลไม่ต้องมีการโทรศัพท์พูดคุยกับใครทั้งสิ้นประชาชนสั่งมาแล้ว นายกฯ หัวหน้ารัฐบาลที่มาจากพรรคภูมิใจไทยถ้าประชาชนให้โอกาสกลับมาไม่มีเปิดด่านสบายใจได้” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ปทุมธานีเป็นจังหวัดสำคัญ ความเจริญคล้ายกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของปริมณฑล วันนี้เราต้องช่วยกันผลักดันให้จังหวัดปทุมธานีมีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านให้มากกว่าเดิม ลดความแออัดในกรุงเทพฯ ด้วยการกระจายความเจริญให้มากกว่านี้ ซึ่งตนมีความใกล้ชิดติดตามการเจริญเติบโตของจังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด ตนสนิทกับนายกชาญ เป็นสิบๆ ปี ตั้งแต่ตนยังไม่ได้เข้าการเมืองมากขนาดนี้ และรู้จักอีกหลายคน ทั้ง พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็เป็นเพื่อนตน ตนไม่มีปัญหากับใครในจังหวัดปทุมธานี และเชื่อว่า สามารถที่จะเชื่อมพลังสามัคคีให้เกิดขึ้นในจังหวัดปทุมธานีได้ เพื่อที่จะได้พัฒนาปทุมธานีไปด้วยกัน
นายอนุทิน กล่าวว่า พี่น้องที่อยู่รังสิตต้องตื่นตีสี่ครึ่งขับรถเข้าไปทำงานใน กทม. โดนค่าทางด่วนและค่าน้ำมันถ้าไม่ขึ้นทางด่วนก็ช้าและต้องเสียค่าจอดรถเหมารายเดือนกว่าจะกลับบ้านต้องรอรถหายติดเลิกงาน 6 โมงเย็นยังต้องนั่งอยู่ที่ทำงานเพื่อให้รถคล่องตัวแล้วค่อยขับรถกลับเมื่อถึงบ้านสามทุ่มกว่า เข้านอนห้าทุ่มตื่นเช้าตีสี่เป็นอย่างนี้ทุกวันเราต้องกระจายความเจริญออกมาให้มากกว่านี้ เพราะปทุมธานีมีทุกอย่างทั้งรถไฟขนส่งต่างๆ รวมถึงสนามบินก็อยู่แค่นี้ตรงนี้เป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องทำให้ปทุมธานีมีความพัฒนามากขึ้นยิ่งกว่านี้ซึ่งผมมีความใกล้ชิดติดตามการเจริญเติบโตของจังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด
นายอนุทิน กล่าวว่า เที่ยวนี้ขอให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ดูสักครั้ง เข้ามา 4 เดือนก็ทำคนละครึ่งเรียบร้อย ตอนเดินหาเสียงก็ไม่เดินแห่ ใครถือป้ายก็ขอให้เก็บ ตนขอเดินไม่เกิน 3-4 คน ไม่ต้องตามให้ก็เกะกะ ตนถึงบอกว่าขบวนพวกนี้ไม่จำเป็น เพราะตนไม่กลัวหรอกว่าใครจะจับไปเรียกค่าไถ่ ไม่คุ้ม เพราะกินจุ กินทุกวัน เจอเฟซบุ๊กก็จะเห็นหมด แต่สิ่งที่ตนได้จากการเดินตลาด เดินตามถนน เดินตามแหล่งชุมชน คือข้อมูล เรื่องคนละครึ่งที่ทุกคนขอเฟส 2 โดยที่ประชาชนไม่ขอมากกว่านี้ เพราะไม่อยากรบกวนบ้านเมือง ไม่อยากรบกวนวินัยการคลังของประเทศ บอกว่าให้พวกเราแค่นี้พอแล้ว ตนบอกว่าเอาเงินหมื่นมาแจกเอาไหม ชาวบ้านบอกไม่เอาวุ่นวาย พอได้มาเจ้าหนี้มายืนรอเอาคืนหมด ยังไม่ทันได้ใช้แม้แต่บาทเดียว ตนจึงหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ว่าต้องจัดการปรับโครงสร้างหนี้ให้ประชาชน ให้ทุกคนไม่มีหนี้นอกระบบ ถ้าจ่ายร้อยละสองต่อวันได้ ขอร้อยละสองต่อเดือน เพราะธนาคารก็ได้ด้วยเช่นกัน
นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าไทยแลนด์ไม่เคยหลุดจากปาก นายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาก่อน แค่ 3-4 เดือน พูดคำว่าไทยแลนด์แล้วหลายครั้ง และพูดว่า นายกฯ ไทยเก่ง เราสามารถนำเอาประเทศไทยกลับเข้ามาในจอเรดาร์โลกได้ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องทำตัวให้เขามอง วันนี้โลกตั้งกติกามาใหม่ ห้ามใช้แรงงานเถื่อน ห้ามใช้แรงงานเด็ก ห้ามใช้แรงงานจากการกดขี่ข่มเหง เราไม่ต้องการทำอยู่แล้ว
นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ใช้นโยบายในการผลักดันให้เกิดสิ่งเหล่านี้ เพื่อจะทำให้คนไทยสามารถส่งสินค้าไปขายต่างประเทศได้ โดยไม่มีการกีดกันทางการค้า
“พรรคภูมิใจไทยเรามีบุคลากรที่พร้อมแล้ว มีบุคลากรที่เดินทางไปทั่วโลก สมัยก่อนไม่มีใครกล้าไป เพราะไปแล้วไม่รู้ว่าตัวเองมีดีอย่างไร ไม่มั่นใจคุณศุภจีถึงบอกไง จะไปขายข้าวให้เมืองนอก ฉันต้องรู้ว่าฉันมีข้าวในสต๊อกอยู่ เพราะถ้าเดินไปปุ๊บเขาบอกจะซื้อเท่านี้ ฉันสต๊อกไว้ 1 ล้านตัน ถ้าเขาซื้อ 7 แสนตัน บอกพรุ่งนี้ส่งเลย เขาก็จะซื้อเรา ในขณะที่บางพรรคบอกไม่จำเป็นต้องสต๊อก เสียของ ไปขายก่อน รับออเดอร์มาแล้วค่อยมาผลิต เวียดนามแย่งเราไปหมดแล้ว ขายไม่ทันเขา นี่ไงครับ ความแตกต่างของคำว่าประสบการณ์ ความแตกต่างของคำว่ากึ๋น ความแตกต่างของคำว่าเขี้ยว คำว่าเขี้ยว ไม่ใช่เอี้ยนะ พรรคภูมิใจไทยมีคนเหล่านี้อยู่เต็มพรรค 4 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ แล้ว 4 ปีจะขนาดไหน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทำงานมีความสุข ที่เห็นประชาชนตอบรับว่าขอบคุณมาก คนละครึ่ง ปิดด่าน เอาดินแดนคืนมา ตรงนี้เอาเงินร้อยล้านมาให้ ยังแลกไม่ได้เลย ฉะนั้นเงินเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ที่บอกว่าเข้ามาทำธุรกิจการเมือง ไม่ใช่หรอก แต่การยอมรับของพี่น้องประชาชน สำหรับตน 5 แสนล้าน ไม่มีใครจ่ายตนได้ ผมได้รับการยอมรับและรู้สึกภาคภูมิใจในการทำงานรับใช้ประเทศ รับใช้พี่น้องประชาชนได้แค่คำว่าขอบคุณครับ ขอบคุณรักษาบ้านเมือง ขอบคุณรักษาดินแดนขอบคุณไม่เปิดด่าน
แค่นี้พอแล้ว และไม่ต้องบอกว่าเมื่อไหร่จะได้คนละครึ่งพลัสเฟส 2 เพราะมันจะมาเอง จะมาจากหัวใจและความตั้งใจ พ่อแม่พี่น้องไม่ต้องมาบีบบังคับเพราะไม่มีใครบีบบังคับได้ แต่ถ้ามันออกมาจากหัวใจและความตั้งใจที่จะทำ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่พี่น้องตนทำทุกเรื่องและหาคนถูกต้องถูกงานมาทำให้
“พูดแล้วมันคึก พูดแล้วมันโมโหเหมือนกัน นึกถึงภาพ โอ้โห..เราต้องไปถูกเขารังแก เราต้องไปยอมเป็นน้ำใต้ศอกเค้า อยากได้อะไรก็บอก ซึ่งมันไม่ได้ อยากให้อะไรยังไม่ให้เลย อยากได้อะไรจะบอกได้ยังไง คนละประเทศกัน มีแต่พี่น้องชาวไทยเท่านั้นอยากได้อะไรให้บอกมาอย่างนี้ให้หมด” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวเชิงตั้งคำถามด้วยว่า “ดังนั้น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ให้ผมได้ผ่านทดลองงาน 3 เดือนนี่ 4 เดือนแล้วนะ ครบทดลองงานแล้ว ต่อสัญญาให้หน่อยได้ไหม แล้วถ้า 12 เดือนผ่านไป ทำแล้วดัชนี ทุกอย่างตก ค่าเคพีไอตก ไม่มีปัญญาทำให้กับพี่น้องได้ ไม่ต้องไล่ จะออกให้เอง ไม่อยู่ให้เปลืองภาษีพี่น้อง ไม่อยู่ให้เปลืองข้าวสารพี่น้อง แล้วเดี๋ยวบอกเข้ามาแล้วจะกล้าออกเหรอ ก็เค้าบอกให้ยุบสภา 31 มกราคม เพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง 8 ธันวาคม ก็ยุบแล้วทำมาแล้ว ไม่ได้ยึดติด ถ้าไม่มีประโยชน์ไม่ต้องเก็บเอาไว้ และผมไม่ต้องรอให้พ่อแม่พี่น้องประเมิน เพราะผมประเมินตัวเองได้ทุกวัน คนที่มาทำงานให้บ้านเมืองมันรู้ มันมีสัญชาตญาณ ตื่นมาวันนี้ไม่มีค่าต่อไปให้คนไทยแล้วจะอยู่อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นขอให้พ่อแม่พี่น้องได้พิจารณาถ้าเชื่อว่าผมทำงานมา 3-4 เดือนแล้วเข้าตา ก็ขอให้ผ่านทดลองงานต่อปี ต่อปี ก่อนก็ได้ครับไม่ต้องห่วงนะครับ แล้วผมทำงานไปครบ 10 เดือน ก็มาเดินขึ้นเวทีอย่างนี้และถามพ่อแม่พี่น้องว่าโอเคไหมที่ทำมา ผ่านไหม ถ้าไม่ผ่านก็เอาใบลาวางให้กับพ่อแม่พี่น้อง แค่นั้นเอง” นายอนุทิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ นายอนุทิน ปราศรัยช่วงนี้ ได้มีประชาชนตะโกนว่า “อยู่ยาวไป อยู่ยาวไป ปทุมธานีอยากได้ไฟสว่าง”
นายอนุทิน จึงกล่าวว่า อยากได้ไฟสว่างหรือ ขออะไรให้มันยากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ดูถูกมากเลย นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะเนี่ย กำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้พ่อแม่พี่น้องมา น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีเงินใช้ด้วย
ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับชาวปทุมธานีว่า ใจฉันมีแต่เธอมีแต่เธอคนเดียว ส่วนใจเธอมีแต่ฉัน เบอร์ 37 ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับผู้มาฟังปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการปราศรัย นายอนุทิน นายชาญ พวงเพ็ชร์ และผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ได้เดินตลาดนัดสามโคก ทักทายประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ และพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาด โดยมีประชาชนเข้ามาขอเซลฟี แม่ค้าบางคนบอกว่า ขนลุกเลยดีใจที่ได้เจอนายกฯตัวจริงเพราะปลื้ม ก่อนที่จะเดินทางกลับ


