“เจนวิทย์ “ เบอร์4 เผยชาวเนินมะปราง เขต3 ส่งเสียงหนุน หลังชูนโยบายพักหนี้เกษตรกร–ล้างหนี้วัยเกษียณ สะท้อนความหวังคนฐานราก ขอรัฐบาลใหม่แก้หนี้จริง ไม่ทิ้งเกษตรกรไว้ข้างหลัง
นายเจนวิทย์ จันทรา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก เขต 3 เบอร์ 4 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่หาเสียงตลอดทั้งวันในตำบลเนินมะปราง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ว่า ได้พบปะประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งเกษตรกร ผู้สูงอายุ พ่อค้าแม่ค้า และเยาวชน พร้อมชี้แจงและประชาสัมพันธ์นโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี
นายเจนวิทย์ระบุว่า พื้นที่ตำบลเนินมะปรางมีประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำให้ให้ความสนใจอย่างมากต่อชุดนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายพักหนี้เกษตรกร ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 ปี สำหรับหนี้ไม่เกิน 500,000 บาท ที่กู้จากสถาบันการเงินของรัฐ รวมถึงนโยบายล้างหนี้วัยเกษียณ สำหรับผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่เป็นหนี้เสียเกิน 1 ปี วงเงินต่ำกว่า 100,000 บาท ในสถาบันการเงินของรัฐ
นอกจากนี้ประชาชนยังให้ความสนใจนโยบายล้างหนี้นอกระบบ โดยรัฐจะปล่อยสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินของรัฐ รายละ 50,000 บาท เพื่อนำไปปิดหนี้นอกระบบ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการลดภาระดอกเบี้ยและแก้ปัญหาหนี้เรื้อรังของประชาชนฐานราก
“การแก้หนี้เป็นเหมือนการต่อลมหายใจให้ประชาชนได้มีโอกาสลุกขึ้นอีกครั้ง ผมเข้าใจดีว่าการเป็นหนี้ทำให้เกิดความเครียดและความสิ้นหวัง เราจึงอยากเป็นมือที่คอยเคียงข้างและพยุงประชาชนขึ้นมา เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ จากการปราศรัยนโยบายเหล่านี้ ผมได้รับเสียงเฮจากพี่น้องประชาชนอย่างมาก สะท้อนว่านี่คือนโยบายที่ตอบโจทย์และถูกใจเกษตรกรในพื้นที่จริง ๆ” นายเจนวิทย์กล่าว
นายเจนวิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนโยบายด้านการแก้ไขหนี้สินแล้ว ประชาชนในพื้นที่ยังให้ความสนใจนโยบายยกระดับรายได้ภาคเกษตร อาทิ นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% และการผลักดันราคาข้าวหอมมะลิให้ได้ราคาตันละ 15,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายที่มุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกร
ทั้งนี้ กระแสตอบรับจากประชาชนที่ออกมาให้การสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ ของพรรคเพื่อไทย ทำให้มีกำลังใจอย่างมาก และขอโอกาสจากประชาชนให้ตนได้เป็นตัวแทนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง โดยขอเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ กาเบอร์ 4 ในเขตพิษณุโลก เขต 3 และกาเบอร์ 9 ให้พรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคเข้าไปเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม


