xs
xsm
sm
md
lg

"ทวี" ชู 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้กยศ. ปลดล็อกที่ดิน ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง ยกระดับธรรมาภิบาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หน.ประชาชาติชู 3 วาระเร่งด่วน หากร่วมรัฐบาล เดินหน้าล้างหนี้ กยศ.–ปลดล็อกที่ดินทำกิน เล็งนิรโทษกรรมป่าไม้ทับซ้อน พร้อม งัดกฎหมายภาษีตรวจสอบทรัพย์สิน ลุยปราบคอร์รัปชันเชิงรุก หวังยกระดับธรรมาภิบาลประเทศ


เมื่อวันที่ (30 มกราคม) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึง นโยบายเร่งด่วน 3 ด้านหลัก หากพรรคประชาชาติได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างความเป็นธรรมในสังคม

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนลำดับแรกคือ การแก้ปัญหาหนี้สินทางการศึกษา โดยเฉพาะหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบาย “การสร้างคน” เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

“เราจะ ระงับการชำระคืนหนี้ กยศ. สำหรับผู้ที่ครบกำหนดชำระแล้ว เพื่อลดภาระของคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้สามารถตั้งตัวทางเศรษฐกิจได้ โดยคาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อผู้กู้กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

สำหรับนโยบายเร่งด่วนลำดับที่สอง คือ การปฏิรูปที่ดินทำกิน โดยพรรคประชาชาติจะผลักดัน การนิรโทษกรรมกรณีพื้นที่ป่าไม้ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของประชาชน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ชนบท

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง
“ประชาชนจำนวนมากอยู่กับที่ดินนั้นมานาน แต่กลับถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก เราจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้กฎหมายไปกดทับชีวิตคน”

พร้อมกันนี้ พรรคจะผลักดันให้เกษตรกร ได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ รวมถึงเดินหน้านโยบาย ยกระดับราคาสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

“เมื่อเกษตรกรมีที่ดิน มีสิทธิ และมีราคาผลผลิตที่เป็นธรรม เขาจะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐตลอดเวลา” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ในส่วนของนโยบายเร่งด่วนลำดับที่สาม พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการ เสริมสร้างหลักนิติรัฐและนิติธรรม โดยมุ่งปราบปรามยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อ ยกระดับระบบธรรมาภิบาลของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า พรรคตั้งเป้าหมาย ขจัดคอร์รัปชันให้เหลือ 0% โดยจะใช้ ประมวลรัษฎากร มาตรา 49 เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบที่มาของรายได้และทรัพย์สิน เพื่อปิดช่องโหว่การสะสมความมั่งคั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“หากใครมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ต้องตอบให้ได้ว่าเงินมาจากไหน หากชี้แจงไม่ได้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางภาษีและกฎหมาย นี่คือการใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างจริงจัง”

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนจากการปราบปรามเชิงรับ มาเป็น การตรวจสอบความมั่งคั่งเชิงรุกในระดับโครงสร้าง เพื่อทำให้รัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำให้งบประมาณแผ่นดินกลับมาใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

นโยบายทั้งสามด้านนี้ถูกกำหนดเป็น วาระเร่งด่วนของพรรคประชาชาติ เพื่อคลี่คลายปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน ครอบคลุมตั้งแต่หนี้การศึกษาของคนรุ่นใหม่ ความมั่นคงในที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปจนถึงการปฏิรูปธรรมาภิบาลของประเทศ