xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ “น้องเกม พงษ์พล” หนุ่มวัย 25 ผู้สมัคร สส.อายุน้อยที่สุด ชูพลังคนรุ่นใหม่ อาสาแก้ปัญหาพื้นที่ ลั่นถ้าทำไม่ได้พร้อมลาออก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พงษ์พล เตมีย์” วัย 25 ปี ผู้สมัคร สส.อายุน้อยที่สุด ชูพลังคนรุ่นใหม่ อาสาแก้ปัญหาพื้นที่ ดันนโยบายเศรษฐกิจ-ดูแลกลุ่มเปราะบาง-สกัดแก๊งสแกมเมอร์ ลั่น! หากทำไม่ได้พร้อมลาออก อ้อนขอคะแนนชาวบางซื่อ-ดุสิต กาเบอร์ 1 บัตรชมพู 27

วันนี้ (30 ม.ค.) นายพงษ์พล เตมีย์ หรือ “น้องเกม” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เบอร์ 1 เขต 7 กทม. (เขตบางซื่อ และเขตดุสิต เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงความตั้งใจในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า ตนเกิดและเติบโตในพื้นที่บางซื่อ และได้เห็นปัญหาหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จึงอยากเสนอตัวเข้ามาเป็นหนึ่งในฟันเฟืองทางการเมือง เพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ และพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดอย่างเป็นรูปธรรม


“น้องเกม” ซึ่งถือเป็นผู้สมัครที่อายุน้อยที่สุดในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยวัย 25 ปี ระบุว่า เหตุผลที่ตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไอดอลทางการเมืองมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม และชื่นชมแนวคิดการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการปรับเปลี่ยนการเมือง ผ่านแคมเปญ “สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้” รวมถึงเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ ยึดหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 80 ปี และทุกตำแหน่งได้มาจากการโหวต พร้อมทั้งยึดอุดมการณ์สำคัญสำหรับนักการเมือง คือ “ซื่อสัตย์ สุจริต”


น้องเกม กล่าวว่า แม้จะมีเสียงตั้งคำถามว่าวัยของตนอาจเหมาะกับพรรคการเมืองที่ชูภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่มากกว่า แต่ตนมองว่า อุดมการณ์ทางการเมืองบางอย่างมีความแตกต่างกัน และครอบครัวให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกในครอบครัวถึงกับน้ำตาคลอ เพราะเห็นถึงความตั้งใจที่จะเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านเกิด

นายพงษ์พล กล่าวว่า ตนเริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่อายุ 21 ปี ในช่วงที่ทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และรู้สึกว่าประเทศไทยควรพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีกว่านี้ แต่กลับเผชิญภาวะถดถอย จึงตั้งคำถามว่าทำไมยังขาดผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารประเทศอย่างจริงจัง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการเมืองนี้


จากการลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ตนได้รับฟังปัญหาจากประชาชนในชุมชนมากมาย ทั้งปัญหาทางการเงิน การศึกษา และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ในพื้นที่ ที่มักขาดคนดูแลในช่วงกลางวัน เนื่องจากลูกหลานต้องออกไปทำงานหรือเรียนหนังสือ ทำให้บางรายประสบอุบัติเหตุ ล้มป่วย หรือกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงยังตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มมิจฉาชีพและสแกมเมอร์

ยกตัวอย่างล่าสุด ตนได้รับการร้องเรียนว่าถูกหลอกลวงโดยโทร.เข้ามาแอบอ้างว่าเป็นข้าราชการ ให้โอนเงินเพื่อชำระค่าปรับ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายเรือธงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยระบบ FODCHILL หรือ ไอเอฟอดชิล ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตั้งแต่การโอนเงินไปจนถึงการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมทางการเงินตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง


เมื่อถามถึงคู่แข่งในพื้นที่ น้องเกม กล่าวว่า ตนไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง แต่โฟกัสที่ปัญหาในพื้นที่มากกว่า ที่เราอาสาเข้ามาเพื่ออยากจะแก้ปัญหาอะไรในชุมชน โดยใช้ความเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีจุดแข็งคือทำงานรวดเร็วโดยใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการปัญหา

นายพงษ์พล กล่าวว่า การลงพื้นที่หาเสียงทำให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทั้งการขึ้นรถแห่ปราศรัย และการพูดในที่สาธารณะ ซึ่งตนพร้อมเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยยุทธศาสตร์การหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายจะเน้นเดินเคาะประตูบ้าน และการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มประชาชนในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปพบได้โดยตรง เช่น คอนโดมิเนียม หรือค่ายทหาร ที่มีในพื้นที่เยอะมาก ซึ่งที่ผ่านมา ท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ ได้ลงมาช่วยหาเสียงในเขตบางซื่อ-ดุสิต บ้างแล้ว ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เป็นการช่วยเสริมกำลังใจในการทำงานอย่างมาก


“ผมได้รับปากกับชาวบ้าน ว่า หากได้รับเลือกแล้วไม่สามารถผลักดันสิ่งที่สัญญาไว้ได้ ก็พร้อมจะลาออก เพราะอยากจะลบภาพจำที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ “ดีแต่พูด” ซึ่งไม่เป็นความจริง และอยากขอโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าไปทำงาน เป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน แต่หากครั้งนี้อาจไม่ได้รับเลือก ตนก็ยังตั้งใจทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรอโอกาสต่อไป

สำหรับแผนการทำงานในช่วง 100 วันแรก หากได้รับเลือกเป็น สส. นายพงษ์พล กล่าวว่า จะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่บางซื่อ-ดุสิต โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ย่านแยกราชวัตรและศรีย่าน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหาร คล้ายซอยทรงวาดหรือถนนบรรทัดทอง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีต้นทุนทางประวัติศาสตร์และร้านอาหารอร่อยเก่าแก่จำนวนมาก หากได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง จะสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนได้

ช่วงท้าย นายพงษ์พล ฝากถึงพี่น้องประชาชนในเขตดุสิตและบางซื่อ ขอให้เปิดใจและมอบความไว้วางใจ โดยเข้าคูหาเลือกตั้ง กาเบอร์ 1 และบัตรสีชมพูเบอร์ 27 ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์ และวันเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมย้ำว่า “ผมพร้อมอยู่เคียงข้างทุกคน ไม่ทิ้งพื้นที่ และจะเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนอย่างจริงจังและจริงใจ”




กำลังโหลดความคิดเห็น