กกต.มีมติใช้อำนาจเรียกข้อมูลเบิกเงินบิ๊กล็อตจากธปท. ส่งรองเลขาฯรับด้วยตัวเองพรุ่งนี้ พร้อมสั่งทำMOU รองรับอนาคต
วันนี้ (29ม.ค.) นายแสวง บุญมีเลขาธิการกกต.เปิดเผยว่า การประชุมกกต.วันนี้ ตนได้เสนอเรื่อง การถอนเงินสดผิดปกติเป็นจำนวนมากให้ที่ประชุม กกต พิจารณาว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวเรื่องการถอนเงินสดเป็นจำนวนมากแบบผิดปกติและถอนเฉพาะที่เป็นแบงค์ 500 หรือ แบงค์ 100 ในช่วงเวลาที่จัดให้มีการเลือกตั้ง มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเป็นการถอนไปเพื่อกระทำการอันเป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้ กกต อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้เรียกเอกสารจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาเพื่อประกอบการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ซึ่ง กกต พิจารณาแล้วเห็นตามที่เสนอ โดย สำนักงานฯจะมอบหมายให้รองเลขาธิการด้านสืบสวนเดินทางพร้อมพนักงานสืบสวนเข้าไปรับข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (30 มค )
นอกจากนี้ในระยะต่อไป กกต มีนโยบายที่จะทำบันทึกข้อตกลง (mou) กับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยไม่ต้องมีหนังสือขอเป็นคราวๆ ไป เพื่อมาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมอบให้สำนักงานฯ ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้มาตรา 32 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. กำหนดว่าเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายกกต. อาจขอให้มีการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(2)เมื่อปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แจ้งรายงานการทำธุรกรรมของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือผู้สมัครตามที่คณะกรรมการแจ้งให้ทราบ หรือ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินแจ้งให้ทราบถึงการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีดังกล่าว ตามที่คณะกรรมการ ร้องขอ ทั้งนี้ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดและไม่ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่ 5 หน่วยงานใดเปิดเผยข้อมูลในความครอบครองมาใช้บังคับแก่การแจ้งข้อมูลตามที่คณะกรรมการร้องขอ


