เลขาฯ สมช.เผย ยื่นฟ้อง “ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” ฐานสั่งการเหตุปะทะชายแดน ทำให้ประชาชนไทยเสียชีวิตและทรัพย์สิน มุ่งเอาผิดทั้งทางแพ่ง หากพบมีทรัพย์สินในไทยจะยึดมาขายทอดตลาดนำเงินมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนคดีอาญาจะออกหมายจับ หากโผล่เข้าไทยโดนรวบทันที พร้อมประสานอินเตอร์โพลติดตามจับกุม
วันนี้ (27 ม.ค.) นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย อัยการ ได้เดินทางลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินการยื่นฟ้อง นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในฐานะผู้สั่งการเหตุปะทะบริเวณชายแดน ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยในพื้นที่ชายแดนหลายจังหวัด
รายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มีมาตั้งแต่ช่วงปลายรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในยุคที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี และได้มีการยืนยันมติดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยใช้กฎหมายของประเทศไทยเป็นหลัก
ในส่วนของคดีแพ่ง มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย และหากตรวจสอบพบว่าจำเลยทั้งสองมีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทย ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์เพื่อนำออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในประเทศไทยได้
ขณะที่ คดีอาญา จะนำไปสู่การขอออกหมายจับตามกฎหมายไทย และส่งเรื่องให้ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล (Interpol) เพื่อประสานติดตามตัวและจับกุม หากพบตัวในประเทศใดก็ตาม
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลให้ทั้งนายฮุน มาเนต และ นายฮุน เซน ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ เนื่องจากจะถูกจับกุมทันที แม้ทางการไทยจะไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการจับกุมตัวได้จริงในทางปฏิบัติ แต่ถือเป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและหลักกฎหมายของประเทศอย่างถึงที่สุด


