xs
xsm
sm
md
lg

เปิดทรัพย์สิน “เอกนิติ” 207.7 ล้านบาท เงินลงทุน 119 ล้าน รายได้ต่อปี 51.3 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” กรณีรับตำแหน่งรองนายกฯ-รมว.คลัง รวย 207.7 ล้านบาท เงินลงทุน 119 ล้าน รายได้ต่อปี 51.3 ล้าน ทรัพย์สินเพิ่มจากปี 67 เกือบ 48 ล้านบาท

วันนี้ (27 ม.ค.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดย นายเอกนิติ และ นางร้อยแก้ว คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 207,789,386 บาท และมีหนี้สินทั้งสิ้น 1,905,850 บาท

แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายเอกนิติ 163,861,913 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 17,995,542 บาท เงินลงทุนในพันธบัตร, กองทุนเปิด และหุ้นต่างๆ 119,667,780 บาท ที่ดิน 3 แปลง ในจังหวัดกรุงเทพฯ และกาญจนบุรี รวมมูลค่า 16,673,095 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง เป็นบ้านพักและห้องชุดในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 7,580,496 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 150,000 บาทบาท ทรัพย์สินอื่น ได้แก่ นาฬิกา 3 เรือน รวมมูลค่า 1,750,000 บาท แจ้งมีหนี้สิน เป็นเงินกู้ธนาคารอาคารสงเคราะห์เมื่อ 25 ก.ย. 55 สัญญาเงินกู้ 3 ล้านบาท และเหลือยอดหนี้คงเหลือ ณ วันที่ 24 ก.ย. 68 รวม 1,905,850 บาท

นายเอกนิติ แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 51,314,874 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน/เงินประจำตำแหน่ง 1,678,517 บาท ค่าตอบแทนกรรมการ 16,215,637 บาท เบี้ยประชุม/ค่าบรรยาย/สอน 400,000 บาท ดอกเบี้ย/ เงินปันผล 3 ล้านบาท ขายรถยนต์ 1.8 ล้านบาท ขายหลักทรัพย์/กองทุน 18.5 ล้านบาท การรับให้จากบุพการี 9,720,718 บาท

แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 18.1 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและอุปโภคบริโภค 2 ล้านบาท เบี้ยประกัน 150,000 บาท กิจกรรมสังคม 500,000 บาท ค่าผ่อนที่อยู่อาศัย 150,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 1.5 ล้านบาท ค่าอุปการะบิดามารดา 200,000 บาท ค่าเดินทางท่องเที่ยว 800,000 บาท เงินบริจาค 1.3 ล้านบาท ซื้อหลักทรัพย์และกองทุน 11.5 ล้านบาท

ส่วน นางร้อยแก้ว แจ้งมีทรัพย์สินรวม 43, 972,473 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 11,618,827 บาท เงินลงทุนในกองทุนเปิด 15,689,725 บาท ที่ดิน 2 แปลง ในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 6,695,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง ในจังหวัดกรุงเทพฯ 7,309,920 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 1.1 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น เช่น นาฬิกา แหวน สร้อยคอ เป็นต้น รวมมูลค่า 1,559,000 บาท

นางร้อยแก้ว แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 11,622,131 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน/เงินประจำตำแหน่ง 4,065,046 บาท ดอกเบี้ย/เงินปันผล 500,000 บาท ขายหลักทรัพย์/กองทุน 1,057,085 บาท การรับให้จากบุพการี 6 ล้านบาท
แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 5.45ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและอุปโภคบริโภค 2 ล้านบาทค่าเบี้ยประกัน 50,000 บาทค่ากิจกรรมสังคม 1 ล้านบาท ค่าอุปการะบิดามารดา 400,000 บาทค่าเดินทางท่องเที่ยว 500,000 บาทเงินบริจาค 500,000 บาทซื้อหลักทรัพย์และกองทุน 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ นายเอกนิติ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีสรรพากร กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อ 12 มิ.ย. 67 โดย นายเอกนิติ และ นางร้อยแก้ว แจ้งมีทรัพย์สินรวม 159,791,606 บาท แจ้งมีหนี้สิน 2,003,119 บาท ดังนั้น เมื่อเทียบกับปี 2567 พบว่า นายเอกนิติ และคู่สมรส มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 47,997,780 บาท หนี้สินลดลง 97,269 บาท