“หมอมิ้งค์” โต้ข้อหาแจกเงิน ยัน “สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน” เป็นการหาเงินเข้ารัฐ มีค่าใช้จ่ายเพียงปีละ 3 พันกว่าล้าน แต่เพิ่มรายได้จากภาษีให้รัฐเพียงพอดูแลสวัสดิการประชน มีตัวอย่างความสำเร็จจากหลายประเทศ เช่น ไต้หวันออกสลากชิงโชคใบเสร็จ เพิ่มภาษีให้รัฐถึง 20%
วันที่ 24 ม.ค.นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เขาหาว่าเราแจกเงิน?! ความจริงเราหาเงินให้ สร้างอนาคตต่างหาก “นโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” พัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของหลายประเทศ เช่นไต้หวัน ที่ออกสลากชิงโชคใบเสร็จได้รายได้เข้ารัฐเพิ่มต่อเนื่องเฉลี่ยเพิ่ม 20% ต่อปี หากไทยได้รายได้เพิ่มเพียง 10 กว่า% ก็มีรายได้เพิ่มปีละ 1 แสนล้านบาทแล้ว ด้วยค่าใช้จ่ายปีละ 3,285 ล้านบาท หรือ 3.3% จากเดิม รายได้จาก VAT ปีละ 8-9 แสนล้านบาท ทำให้เพียงพอที่จะดูแลสวัสดิการประชาชนและพัฒนาประเทศก้าวหน้าทันสมัย ทันเทคโนโลยีได้ แถมยังได้ข้อมูลมหาศาลในการวางแผนของรัฐได้อย่างแม่นยำในยุค AI
ขณะที่เพจของพรรคเพื่อไทยได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดไว้ในเว็บไซต์ของพรรค โดยระบุว่า นโยบายนี้ จะทำการออกรางวัลเงินล้านทุกวัน วันละ 9 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท โดยใช้ระบบการหมุนเลขรางวัลจากเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และเลขในใบเสร็จ e-Receipt ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง ได้แก่ กลุ่มผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ (1 รางวัล), กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (1 รางวัล), กลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน (1 รางวัล), กลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน เช่น อสม., อาสากู้ภัย, ทสม. และอาสาสมัครหน่วยงานราชการที่ไม่มีเงินเดือนประจำ (1 รางวัล) และ กลุ่มผู้ซื้อสินค้าและบริการที่มีใบเสร็จ VAT อีกจำนวน 5 รางวัล โดยประชาชนสามารถสะสมสิทธิ์ได้จากการขอใบเสร็จทุกการจับจ่ายโดยไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าไปจนถึงร้านค้าขนาดเล็ก ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครัวเรือนและสร้างโอกาสเปลี่ยนชีวิตให้ประชาชนแล้ว รัฐบาลจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยเพื่อใช้ AI ในการออกแบบนโยบายความช่วยเหลือให้ตรงจุดและเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


