“เท้ง” ขึ้นเวทีลำพูนปราศรัยช่วย “วีระเดช” หาเสียง อ้อนชาวลำพูน จังหวัดไหนจ๊าบกว่านี้บ้าง มีนายกฯ 2 คน “เฮง-เท้ง” ย้ำต้องยุติวงจรการเมืองถอนทุน-คืนอำนาจให้คนตัวเล็ก ด้านชาวบ้านตะโกนถาม ลูกสาวอยากกดบัตรคอนเสิร์ต เจ้าตัวตอบ เชื่อมือ นายกฯ AI คนนี้ได้
วันที่ 23 ม.ค. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ลำพูน พรรคประชาชน โดยนายณัฐพงษ์ปราศรัยต่อจากนายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน ที่ปราศรัยอย่างดุเดือด จนทำให้นายณัฐพงษ์ ขึ้นมาเล่นมุกว่า “ถ่ายรูปกันดีกว่า ปราศรัยจบแล้ว” ก่อนกล่าวว่า ขอเสียงคนละที่อยากได้นายกเท้งอีกหนึ่งคน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ลำพูนเป็นจังหวัดที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับพรรคประชาชนอีกหนึ่งครั้ง เป็นที่ภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน
“นอกจากจะได้นายก อบจ.เป็นจังหวัดแรกให้กับพรรคส้มแล้ว ที่นี่จะเป็นจังหวัดแรกที่เรามีนายกฯ 2 คนที่ชื่อนายกเฮงและนายกฯ เท้ง มันจะมีจังหวัดไหนที่จ๊าบเท่านี้บ้าง ไม่มีแล้ว” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คุณค่าพื้นฐานของพรรคประชาชน เรายึดในหลักของคนเท่ากัน เราพูดแล้วพูดผ่านการทำงานจริง ถ้าเราลองมองดูสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทุกมิติ ทุกพื้นที่ในประเทศไทย พบว่ายังไม่เท่ากัน คนที่รวยกว่าได้คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนที่จนกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ปีที่ผ่านมา ที่ลำพูนรถเมล์อีวีมาแล้ว
นอกจากรถเมล์อีวีแล้ว สาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ตอนนี้เพิ่มอุปกรณ์ คลินิกทันตกรรม กายภาพต่างๆ เราเอาหมอไปอยู่ใกล้บ้านท่านมากที่สุด นายกฯ เฮงของเราจัดรถรับส่งนักเรียน ตอนนี้ครอบคลุมหลายพื้นที่ ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองได้เยอะ เวลาออกแบบนโยบาย เราไปทำงานจริง เราคิดถึงเรื่องพวกนี้ทำอย่างไรให้คนตัวเล็กตัวน้อย คนหาเช้ากินค่ำควรที่มีโอกาสได้รับการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี เราทำแล้วพิสูจน์แล้วที่ลำพูนที่แรก
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า งบประมาณอบจ. ลำพูนปี 690 ล้านบาท เราใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี ถ้าเราใช้งบประมาณอย่างเต็มหน่วยและคิดถึงความเท่าเทียมกันจริงๆ คุณภาพชีวิตของคนไทยดีได้มากกว่านี้อีกเยอะ และถ้าวันหนึ่งเราเข้าไปเป็นรัฐบาลลองนึกภาพว่าถ้าเรามีอำนาจในการบริหารเงิน 3 ล้านล้านบาท คุณภาพชีวิตของคนไทยจะดีขึ้นขนาดไหน
ที่ผ่านมาเวลานักการเมืองเข้าสู่อำนาจสิ่งที่เขาตั้งใจเข้าไปทำมากกว่าการทำงานคือการถอนทุน เพื่อเอาไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่พวกเราทำยุติวงจรต่างๆเหล่านี้ได้ด้วยกัน
“หลายคนร้องไห้บอกว่ารักมากพรรคนี้ แต่เสียใจที่ครั้งที่แล้วไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ครั้งนี้ไม่มีเสียง สว.มาโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะถามคนในลานแห่งนี้ คุณท้อถอยได้ แต่คุณหมดหวังไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณหมดหวังต่อการเลือกตั้ง เท่ากับพวกเขาเป็นผู้ชนะ” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งมีชาวบ้านตะโกนถามว่าลูกสาวอยากดูคอนเสิร์ต อยากกดบัตรคอนเสิร์ตได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ตอบทันทีว่า เชื่อนายกฯ AI คนนี้ได้ทำได้แน่นอน


