xs
xsm
sm
md
lg

"หน.หนู" เว้าอีสานขอคะแนนคนโคราช ถาม "เปิดด่าน บ่" เจอตอบกลับทันทีปิด สัญญาเลือกภท.ทำงานไม่รู้จักเหนื่อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"อนุทิน" หยอดหวาน ขอคะแนนคนโคราช เว้าอีสานถาม ‘เปิดด่าน บ่’ ปชช.ตอบกลับทันที ‘ปิด’ ขอมีวาสนารับใช้ปชช. สัญญาทำงานไม่รู้จักเหน็ด-เหนื่อย หากเลือก ’ภูมิใจไทย‘

วันนี้ (22ม.ค.) เมื่อเวลา 10.45 น. ที่อาคารโดม เทศบาลตำบลโนนสูง อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลาราชการลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ภาคอีสานเป็นจังหวัดที่ 2

โดยวันเดียวกันนี้นายอนุทิน ลงพื้นที่หาเสียง 3 จุด จุดที่ 1 อำเภอโนนสูง นายอนุทิน ลงพื้นที่ช่วย นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 5 จุดที่ 2 อำเภอบัวใหญ่ ช่วยนายโกศล ปัทมะ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 6 และจุดที่ 3 อำเภอคง ช่วยนายตติรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต16 ซึ่งภารกิจวันเดียวกันนี้นายอนุทิน เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน งจ 191 นครราชสีมา

จุดแรกที่อำเภอโดนสูง นายอนุทิน ลงพื้นที่ช่วย นายทวิรัฐ โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ บิดานายทวิรัฐ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย รวมถึง 16 ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา ร่วมด้วย เมื่อมาถึงนายอนุทินเดินทักทายและถ่ายภาพร่วมกับประชาชน

จากนั้นนายอนุทิน กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้ต้องถือว่ามาครั้งแรกในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมาภูมิใจไทยยังไม่เคยมีผู้แทนจาก อ.โนนสูงเลย แต่แถวอ.พิมายมีบ้างและอ.เฉลิมพระเกียรติเคยมีบ้าง แต่อ.โนนสูงยังไม่เคยมีแต่ครั้งนี้มีการรวมเขตใหม่เป็นอ.โนนสูง อ.พิมายและ อ.เฉลิมพระเกียรติเขตเลือกตั้งที่ 5 ก็ต้องขอว่าครั้งนี้พ่อแม่พี่น้องมอบสส.ให้กับพรรคภูมิใจไทยเป็นครั้งแรกได้ไหม โดยประชาชนตอบว่า ได้

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เราไม่ใช่มาขอท่านแล้วบอกว่าเอาใครมา ท่านไม่รู้จักเราก็พยายามทุกวิถีทางที่จะหาผู้สมัครที่มีความสามารถมากที่สุดและมีความรู้ มีพื้นฐานที่ดีที่จะมาทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องของทั้ง 3 อำเภอนี้ ตนคิดแล้วคิดอีก ขอแล้ว ขออีกไปคุยกับพ่อ คือ นายวิรัช และแม่ คือ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ซึ่งรู้จักกันมานาน สุดท้ายท่านทั้ง 2 ก็ใจอ่อน ให้น้องคลัง ทวิรัฐ ชื่อเป็นมงคลนาม เพราะถ้าคลังมาเป็นผู้แทน พี่น้องจะได้มีคลังใหญ่ร่ำรวยกันทั่วหน้า

“ความจริงผมไม่ใช่คนอื่นไกล ผมมาใช้ชีวิตอยู่ที่ปากช่อง 20 กว่าปีแล้วเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นคนโคราชได้และก่อนหน้านี้อยู่กับพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ และเคยเป็นลูกน้องนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ทำงานการเมืองเริ่มต้นมาด้วยกัน ฉะนั้นโคราชกับผมไม่ใช่จังหวัดที่ไม่ได้คุ้นเคยกันและตั้งแต่นั้นมา เราก็มีผู้แทนโคราชมาตลอด ยกเว้นที่อ.โนนสูง แต่เที่ยวนี้มาขอให้พ่อแม่พี่น้อง ได้พิจารณา แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านที่มาที่นี่ก็คงพิจารณาแล้วและตัดสินใจแล้วใช่หรือไม่ว่าจะให้คลังเป็นผู้แทนของท่านหลังวันที่ 8 ก.พ. โคราชเป็นจังหวัดที่ผมเติบโตและผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนับสนุนให้เข้ามาทำงานทางการเมืองหลายท่านอยู่ที่โคราชพี่น้องชาวโคราชเคยมีนายกฯ ตอนนั้นคนโคราชมีความภาคภูมิใจทุกครั้งที่บอกโคราชมีนายกฯ นายกฯคนโคราชชื่อพล.อ.ชาติชาย ทุกท่านพูดด้วยเสียงดังและมีความภาคภูมิใจ วันนี้ถ้าท่านจะพูดก็ไม่ผิดนะว่านายกฯประเทศไทยก็อยู่โคราชเหมือนกันอยู่ปากช่องนี่เอง ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย“ นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าภูมิใจไทยจะมีถิ่นกำเนิดตั้งแต่แรกอยู่ที่จ.บุรีรัมย์ แต่เราถือว่าเราเป็นอีสานใต้ด้วยกัน เราถึงมีคำเรียกว่านครชัยบุรินทร์ถือเป็นจังหวัดอีสานใต้ เวลาเราจะพัฒนาเศรษฐกิจพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของกลุ่มจังหวัด เราไปเจริญอยู่จังหวัดเดียวไม่ได้ยังไงโคราชก็ยังเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุด ที่จะต้องมีความสำคัญที่จะต้องเป็นศูนย์รวมของทางเศรษฐกิจการขนส่ง

“ผมเข้ามา3-4 เดือนถือว่าโชคดี ที่ผมมีพี่น้องชาวโคราช มีพี่น้องชาวบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษและอุบลราชธานี อีสานใต้ที่อยู่แนวเขตกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะช่วงหลังไม่ค่อยได้เป็นเพื่อนบ้านเท่าไหร่เป็นศัตรูบ้านมากกว่า แต่ผมมั่นใจว่าพ่อแม่พี่น้องอยู่ข้างผมทุกคน ผมถึงกล้าตัดสินใจให้ฝ่ายกองทัพเขาต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเรา วันนี้ขอประกาศว่าในช่วง 4 เดือนตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัฐบาลชุดนี้ร่วมกับกองทัพทวงคืนพื้นแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับคืนมาเป็นของไทยอย่างเรียบร้อย ตรงไหนถือว่าเป็นของไทยไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องวิตกกังวลว่าใครจะไปซ่อนตรงไหน มาลอบทำลายพวกเรา“นายอนุทิน กล่าว

ต่อมานายอนุทิน ถามชาวบ้านที่มาฟังปราศรัยว่า อยากเปิดด่านหรือปิดด่าน ใครอยากเปิดด่านยกมือขึ้น ปรากฏว่าไม่มีประชาชนที่มาฟังการปราศรัยด้านล่างเวที ไม่มีใครยกมือ ก่อนนายอนุทินจะพูดต่อว่าประชาชนไม่ให้เปิดแล้วใครจะกล้าเปิด ก่อนที่นายอนุทิน จะพูดเป็นภาษาอีสานว่า “ให้เปิดบ่” ประชาชนตอบกลับว่า ปิด ซึ่งนายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตามนั้น จัดไป ตั้งแต่ปิดด่านกลุ้มใจ ถ้าเปิดด่านคนไทยค้าขายชายแดนอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ประโยชน์ตกอยู่กับไทยล้วนๆ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ช่วงนี้เดินทางต่างประเทศเจรจาค้าขายข้าว เขามาบอกตนว่าท่านนายกฯ ท่านหัวหน้า เราไม่มีข้าวเถื่อนแล้วประเทศไทยเรากำลังไปขายข้าวให้ต่างชาติ เราบอกเขาได้เต็มที่ว่าฉันจะขายเฉพาะข้าวที่คุณกินเป็นข้าวเท่านั้น ไม่ใช่เอาข้าวไปทำแป้งไม่ใช่เอาข้าวไปทำอาหารสัตว์ ต้องเป็นข้าวที่เอาให้ประชาชนในประเทศของคุณมันจะถึงมีราคา วันนี้เราไปที่ไหนเราบอกได้เลยว่าเราขายความมั่นคงทางอาหาร มีการประชุมใหญ่ระดับนานาชาติมีนายกรัฐมนตรีประเทศหนึ่งพูดว่าจากนี้ไปถ้าประเทศไหนไม่มี 3 สิ่งนี้ไม่สามารถยืนอยู่ได้บนเวทีโลกจะต้องโดนเขากดขี่ตลอดเวลา ซึ่ง 3 สิ่งคือ 1 ความมั่นคงทางการทหาร 2.ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและ3.ความมั่นคงทางอาหาร ใน 3 ข้อนี้ พี่น้องทหารโชว์ให้เราเห็นแล้วว่าใครมายุ่งกับประเทศเราเป็นอันขาด ทุกวันนี้หลายท่านกับไปใช้ชีวิตเป็นปกติได้ เพราะมั่นใจว่าเรามีคนดูแลอย่างเต็มที่แล้ว ถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยจะทำให้สามารถเติมเต็มได้ทั้ง 3 ปัจจัยและเราก็จะอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีไม่มีใครกดขี่เราได้ ไปเจรจาการค้าที่ไหน ไปทำอะไรที่ไหนเราก็สามารถที่จะพูดและรักษาประโยชน์ของประเทศของเราให้ได้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่ภาคภูมิใจ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 1 ผ่านไปแล้ว เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าไปเฟส 2 ก็กลับมาหาท่านคำว่า พลัส พลัส พลัส ไม่มีวันหยุด มีสิทธิประโยชน์มากมายเพิ่มมากขึ้น โครงการนี้ไม่ได้เป็นการแจกเงินและไม่ได้เป็นการเอาเงินไปให้เฉยๆ ถ้าพ่อแม่พี่น้องไม่จ่ายรัฐก็ไม่ต้องสมทบ ดังนั้นต้องเกิดการกระตุ้นให้พ่อแม่พี่น้องอยากใช้จ่าย เขาแจกเงินท่านเฉยเฉยคนละ 10,000 บาทเข้าบัญชีธนาคารแล้ว เจ้าหนี้มายืนรอหน้าตู้เอทีเอ็มตอนเงินเข้า 10,000 บาท บังคับให้เรากดแล้วคืนเขา เราได้ใช้เงินไหม และหากเราติดเขา 20,000 บาทเรายังเป็นหนี้เขาอีก 10,000 บาทด้วยช้ำอีกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นก็เท่าตัวแล้ว เราไม่สนับสนุนให้เกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น โครงการคนละครึ่งพลัส ที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยให้พรรคภูมิใจไทยจะทำต่อไปตรงนี้ไม่มีเรื่องเงินสด และในส่วนของพ่อแม่พี่น้องที่ไม่สามารถเข้าโครงการคนละครึ่งพลัสได้ด้วยคุณสมบัติต่างๆต้องไปกรอกในบัตรประชาชนเราก็จะให้ได้ใช้สอย โดยการเติมจำนวนเงินเข้าไปในบัตรประชารัฐ เพราะฉะนั้นความเท่าเทียมมันเกิดขึ้นทุกคนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ โดยที่รัฐบาลไม่ได้ถือว่าเป็นภาระใดๆทั้งสิ้น

“คุณพ่อ(นายวิรัช)บารมีขนาดไหน วันนี้ท่านเจ็บป่วยเล็กน้อยแต่ยังมา คนนี้หายใจเข้า หายใจออกเป็นโคราชอยู่แล้ว สุดท้ายผมให้คำมั่นสัญญาว่าสิ่งที่เป็นกำลังใจ เป็นความเมตตา ความไว้เนื้อเชื่อใจของพี่น้องที่มีต่อพวกผมให้เข้าไปทำงานรับใช้บ้านเมือง รับใช้พี่น้องประชาชนให้ไปเป็นรัฐบาลพวกเราจะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ไม่รู้จักเหน็ด ไม่รู้จักเหนื่อย เพราะพวกเราต้องการให้ท่านเลือกเราอีกหลายๆครั้ง และทุกครั้งในอนาคต ขอให้พวกเราได้มีวาสนาในการรับใช้ท่านทุกคนตลอดไป ” นายอนุทิน กล่าว.


กำลังโหลดความคิดเห็น