“ปิยบุตร” ลุยหาเสียง 3 เวที จ.เลย ยกเหตุการณ์ปี 62-66 ขอเลือกพรรคประชาชนให้เกิน 20 ล้านเสียง ป้องกันมหกรรมรุมกินโต๊ะสกัดพรรคประชาชนไม่ให้เป็นรัฐบาล - ถ้าเราได้ใบอนุญาตจากพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศผู้ทรงอำนาจสูงสุดมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไทย ไม่ต้องมีใบอนุญาตที่สองที่สามที่สี่อีกแล้ว
วันพุธที่ 21 มกราคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ปราศรัยหาเสียง 3 จุดในพื้นที่ จ.เลย ได้แก่ จุดแรกที่ศาลาประชาคม บ้านหนองน้ำใส อ.เอราวัณ จ.เลย จุดที่สองที่ลานวัฒนธรรม อ. เชียงคาน จ.เลย และสุดท้ายที่ลานพญานาคกัณหาโคตมะ อ. เมืองเลย จ.เลย
สำหรับจังหวัดเลย พรรคประชาชนส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรครบทั้ง 4 เขต ได้แก่
เขต 1 วิทยา บุญมีวิเศษ เบอร์ 6
เขต 2 สมศักดิ์ คำมงคล เบอร์ 3
เขต 3 เอกรินทร์ สีหาบุตร เบอร์ 4
เขต 4 ศวิตา สำลีพันธ์ เบอร์ 3
โดยในตอนหนึ่ง นายปิยบุตร กล่าวปราศรัยว่า ขอโอกาสพี่น้องประชาชนคนเลยไม่ต้องแบ่งให้ใครแล้วได้ไหม โดยเลือกทั้งบัตรสีเขียวและสีชมพู คราวที่แล้วพ่อแม่รักพี่เสียดายน้อง รักทั้งสองพรรค เอาไปคนละครึ่งคนละใบ แต่ครั้งนี้จะใช้การคนละครึ่งคนละใบไม่ได้แล้ว ไม่ใช่เพราะเราโลภ แต่มันสำคัญต่อการเปลี่ยนรัฐบาล
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า อย่างที่พี่น้องทราบกันดี หากย้อนประวัติศาสตร์ไป ในการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา พรรคการเมืองไหนชนะเลือกตั้งก็จะได้หัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีและได้เป็นรัฐบาลต่อมา เช่น ปี 2535 พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง คุณชวน หลีกภัย ก็เป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เป็นรัฐบาล ปี 2538 พรรคชาติไทยชนะเลือกตั้งคุณบรรหาร ศิลปอาชา ก็ได้เป็นนายกฯ พรรคชาติไทยก็ได้เป็นรัฐบาล ปี 2539 พรรคความหวังใหม่ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เขาชนะเลือกตั้งเขาก็ได้เป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล ปี 2544 พรรคไทยรักไทยของท่านทักษิณ ชินวัตร ชนะเลือกตั้ง ท่านทักษิณก็เป็นนายกฯ พรรคไทยรักไทยก็ได้เป็นรัฐบาล ปี 2548 ก็เช่นเดียวกัน ปี 2550 พรรคพลังประชาชนของลุงสมัคร สุนทรเวช ชนะเลือกตั้ง แกก็เป็นนายกฯ พรรคพลังประชาชนก็เป็นรัฐบาล ปี 2554 ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทยก็เป็นเช่นเดียวกัน
มันก็เป็นแบบนี้มาทุกครั้ง คือพรรคที่ชนะอันดับหนึ่งได้เป็นเป็นรัฐบาล หัวหน้าพรรคเขาก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่มันมาผิดมาเพี้ยนเอาตอนเลือกตั้งปี 2562 นี่แหละครับ พรรคที่ได้อันดับหนึ่งเขาไม่ได้เป็นรัฐบาล ต้องมาเป็นฝ่ายค้าน ปี 2566 ก็อีกครั้ง พรรคก้าวไกลได้ที่หนึ่งแต่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้าน แถมด้วยการถูกยุบพรรคตัดสิทธิ์ด้วย
ดังนั้นความผิดปกติในปี 2562 และปี 2566 เนี่ย ดูท่าเดี๋ยวจะเอามาใช้กันในปี 2569 อีกหรือเปล่า ดังนั้นการเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ ถ้าพรรคประชาชนได้เป็นอันดับที่หนึ่งก็ยังไม่แน่เสมอไปว่าจะได้ตั้งรัฐบาลไหม พี่น้องกังวลว่าเลือกไปแล้วจะได้เป็นรัฐบาลหรือเปล่า พี่น้องรู้อยู่ในใจว่าเอาน่าเลือกน่า แต่เดี๋ยวบ้านเมืองนี้มันก็เป็นแบบนี้ เดี๋ยวพวกน้องๆ หลานๆ ทั้งหลายก็คงตั้งรัฐบาลไม่ได้อีก พวกเขาก็ไปรวมตัวกันตั้งอีก ที่เรามีสมมติฐานแบบนี้เพราะเรามีประสบการณ์ในอดีตตอนปี 2562 และ 2566 เพราะเรารู้กันดีว่าพรรคต่างๆ ที่แข่งขันกันเลือกตั้งนั้น เขาพร้อมจะรวมตัวกันออกมหกรรมรุมกินโต๊ะสกัดไม่ให้พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล เพราะเรามีประวัติศาสตร์ในปี 2562 และ 2566 แบบนี้ เราจึงเชื่อไปก่อนแล้วว่าพรรคประชาชนได้ที่หนึ่งแต่ก็อาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาล
ในเมื่อปี 2562 และปี 2566 เป็นแบบนี้ วิธีแก้ง่ายๆ นิดเดียว คือช่วยกันเลือกพรรคประชาชนให้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งไม่พอ ต้องทิ้งห่างอันดับสองไปถึง 50 ที่นั่ง พรรคอันดับสองจะต้องเกิดยางอาย นั่งเฉยๆ ไม่กล้าชิงตั้งรัฐบาล พรรคที่สองสามสี่ จะต้องเกิดยางอายนั่งเฉยๆ รอดูให้พรรคประชาชนเขาตัดสินใจว่าจะเอาใครมาเป็นรัฐบาลด้วยกัน มีแต่ทางนี้ทางเดียว ดังนั้นการเป็นที่หนึ่งอาจจะไม่พอ แต่ต้องมีผู้แทนราษฎรให้มากที่สุด
“เราลองคิดกันดูไหมว่าถ้าปี 2562 มี 6.3 ล้านเสียง มี สส. 81 คน ก็แล้ว เขาก็ไม่ให้เป็นรัฐบาล มาถึงปี 2566 เอ้าเฮกันไปให้ถึง 14.4 ล้านเสียง มี สส. 151 คนแล้ว เขาก็ไม่ให้เป็นรัฐบาล แล้วยังยุบพรรคตัดสิทธิ์อีก ดังนั้น 8 กุมภาพันธ์ 2569 ลองกันดูอีกสักครั้งไหมครับ เลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย ให้ สส. เกิน 200 คน ไปให้ถึง 250 คน เลือกให้คะแนนรวมทั้งประเทศเกิน 20 ล้านเสียง คราวนี้ไม่มีใครขวางการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้อีกแล้วครับ
มีแต่วิธีการนี้วิธีการเดียวที่เราจะสู้กับพวกเขาได้ พวกเขามีอำนาจ พวกเขามีเครือข่าย พวกเขาเติบโตมาเป็นนักการเมืองแบบเดียวกันเผ่าพันธุ์เดียวกัน พวกเขาขยิบตากันรู้เรื่อง แต่พวกเรา ในสายตาของพวกเขาคือตัวประหลาดในทางการเมือง ดังนั้นจะสู้กับพวกเขาทำได้อย่างเดียว คือเอาเสียงประชาชน เอามติมหาชน เอาเสียงสวรรค์จากพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศไปบอกเขาว่าประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของแผ่นดินนี้ ออกใบอนุญาตให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาล แล้วถ้าเราได้ใบอนุญาตจากพี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศผู้ทรงอำนาจสูงสุดมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไทย ไม่ต้องมีใบอนุญาตที่สองที่สามที่สี่อีกแล้วครับ ใบเดียวพอเป็นรัฐบาล”


