''พีระพันธุ์'' แถลงจุดยืน รทสช.ไม่เห็นชอบทำ รธน.ใหม่ ชี้ตีเช็คเปล่า-หนุนแก้รายมาตรา - ''อรรถวิชช์'' หวั่นเห็นชอบยกร่างฯ ใหม่จะมีการวิจารณ์กว้างขวาง ชี้พระราชอำนาจไม่ได้อยู่เฉพาะหมวด 1-2
วันที่ 22 ม.ค.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกันแถลงจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ภายหลังได้หารือถึงการแสดงจุดยืนต่อการออกเสียงประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว โดยพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจาก จากคำถามประชามติถือเป็นการเซ็นเช็คเปล่า และคำถามประชามติไม่ได้มีกรอบว่า จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบใด ถือเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งที่สามารถแก้ไขรายมาตราได้เป็นเรื่อง ๆ ซึ่งพรรคฯ เห็นด้วยกับการแก้ไขรายมาตรา แต่ไม่เห็นด้วยกับการฉีดทิ้งและยกร่างใหม่ที่ไม่มีกรอบ และคำถามประชามติยังเป็นคำถามปลายเปิด ถ้าพรรคฯ เห็นด้วย ก็ถือเป็นการเห็นด้วยกับการฉีกรัฐธรรมนูญ 2560 และยังเกี่ยวข้องกับหมวด 1 และหมวด 2 ที่ยังไม่มีหลักประกันว่า เมื่อมีการยกร่างใหม่แล้ว จะกระทบกับหมวดเหล่านี้หรือไม่ และพรรคฯ ยังเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่มีสิ่งใดที่ไม่ดี และเมื่อมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจมีผกระทบตามมา
ส่วนที่รัฐบาลอ้างเป็นการดำเนินการตามคำวินิจฉัยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่จะต้องจัดการออกเสียงประชามติเป็นขั้นตอนนั้น นายพีระพันธุ์ เห็นว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการออกเสียงประชามติ สามารถจัดการออกเสียงครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 จัดพร้อมกันได้ ไม่ต้องแยกการจัดการออกเสียงประชามติ และศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามรัฐบาล ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบกรอบกรอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลอ้างทำตามคำวินิจฉัยศาลฯ นั้น ไม่เป็นความจริง จึงถือเป็นการพูดอย่างทำอย่าง
นายพีระพันธุ์ ยังย้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการฉีดรัฐธรรมนูญ เป็นคนละเรื่องกัน และหากเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้อาจมีผลกระทบตามมา เช่น กรณีที่มีผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเมื่อมีการฉีกรัฐธรรมนูญ 2560 แล้ว ก็ถือเป็นการคืนสิทธิให้กับผู้ที่ถูกตัดสิทธิ หรือผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ทั้ง ๆ ที่หลายฝ่ายบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับ2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่กลับจะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงทิ้ง ซึ่งหลักการเหล่านี้ ไม่ได้มีหลักประกันอยู่ในคำถามประชามติ
ดังนั้น เมื่อพิจารณาไตร่ตรองแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และฉีกฉบับเก่าทิ้ง รวมถึงการตั้งคำถามประชามติปลายเปิดเช่นนี้ เพราะเกรงว่า จะเป็นการตีเช็คเปล่า ที่จะมีผลกระทบเพิ่มเติม
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 สามารถแก้ไขได้ แต่จะฉีกทิ้งไม่ได้ แม้หลายพรรคฯ จะออกมาปกป้องหมวด 1 รูปแบบรัฐ และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ แต่พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้อยู่เฉพาะในหมวด 2 เท่านั้น แต่ยังยึดโยงกับฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น ขั้นตอนการยับยั้งร่างกฎหมายภายหลังฝ่ายนิติบัญญัติให้ความเห็นชอบ หรือขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ แต่งขั้นข้าราชการทหาร หรือข้าราชการพลเรือน ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในหมวด 1 และหมวด 2 จึงตั้งคำถามต่อทุกพรรคการเมืองว่า ได้อ่านและศึกษาครบถ้วนแล้วหรือไม่ จึงถือเป็นความแตกต่างรหว่างรัฐธรรมนูญที่แก้ได้ และการฉีกรัฐธรรมนูญ ดังนั้น พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เห็นชอบให้มีการฉีกรัฐธรรมนูญและจัดให้มีการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบตีเช็คเปล่า และรัฐบาลมีทางเลือกอยู่แล้วทั้งที่มีทางเลือกในการแก้ไขรายมาตรา หรือยกร่างฉบับใหม่โดยใช้วิธีการที่ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าเช่นนี้ หรือำหนดกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ชัดเจนไว้ในคำถามประชามติ แต่การที่รัฐบาลใช้วิธีการเช่นนี้ จึงไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะหากมีการเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก็จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างรัฐและสถาบันอย่างกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นความกังวลใจของพรรคฯ ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนได้ตัดสินใจ


