xs
xsm
sm
md
lg

เปิดกุนซือลับ “โจ๊ก” นายพล จ.จาน กับแผนโยนบาปคดีสินบน ป.ป.ช. ** “ทักษิณ”ใกล้ได้รับอิสรภาพ เข้าเกณฑ์ “พักโทษ” พ.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย - พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล - ทักษิณ ชินวัตร
ข่าวปนคน คนปนข่าว



++ เปิดกุนซือลับ “โจ๊ก” นายพล จ.จาน กับแผนโยนบาปคดีสินบน ป.ป.ช.

เกมในป.ป.ช.เกือบเข้ามุมอับจนเข้าทางของ "โจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ไม่ใช่เพราะหลักฐานอ่อน แต่เพราะ “องค์ประชุม” ดันไม่ครบ

เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอยู่ 6 คน กลับเหลือเข้าประชุมได้แค่ 4 เมื่อ “เอกวิทย์ วัชชวัลคุ” ต้องถอยออก เพราะมีส่วนได้เสีย
ขณะที่ “สุชาติ ตระกูลเกษมสุข” ประธาน ป.ป.ช. ก็กลายเป็น “คู่กรณีตรง” จากปมล่ารายชื่อถอดถอน และคลิปลับ ที่บ้าน “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานรัฐสภา

เกมเหมือนจะล็อก…เพราะองค์ประชุมต้องใช้ขั้นต่ำ 5 คน ... แต่ฟ้ากลับไม่เข้าข้าง “โจ๊ก” !!

ล่าสุด กรรมการป.ป.ช. ใหม่ 2 คน ได้รับโปรดเกล้าฯ เข้ารับตำแหน่งครบถ้วน องค์ประชุมจึงกลับมา “ครบ 6” ทุกอย่างจึงเท่ากับเปิดกระดานใหม่ทันที

และคดีแรกที่ ป.ป.ช. ชุดผลัดใบ เลือกหยิบขึ้นมาไม่ใช่คดีสินบนทองคำที่ครึกโครม อื้อฉาว หากคือ “คดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ”

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
สำนวนนี้ หนักถึงขั้นชี้ชัดว่า "โจ๊ก" มีความร่ำรวยผิดปกติ รายได้อย่างต่ำกว่า 20 ล้านบาท ที่ไม่สามารถชี้แจงที่มาได้เป็นคดีที่ ป.ป.ช. สามารถ “สั่งฟ้อง" ได้ทันที ไม่ต้องรอจังหวะ ไม่ต้องรอคดีอื่น

เมื่อขาดตัวช่วยหลัก ทั้ง “เอกวิทย์” และ “สมบัติ ธรธรรม” อนุกรรมการ ป.ป.ช. รุ่น “เซ้งลี้ฮ้อ” ที่ดันตกเป็นผู้ต้องหาในคดีสินบนเสียเอง โอกาสรอดของ “บิ๊กโจ๊ก” จึงเริ่มเลือนราง

โดยเฉพาะ “สมบัติ ธรธรรม” ผู้ทำหน้าที่เป็น “ตัวประสานลับ” เชื่อม “บิ๊กโจ๊ก – เอกวิทย์ – พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย” เฟืองจักรสำคัญ ของขบวนการที่หมุนกันอย่างคล่องแคล่วใน ป.ป.ช.

ใน "เทปลับ" การสนทนา “สมบัติ” โชว์อำนาจ เรียกทุกคนด้วยคำว่า “ไอ้” ไม่เว้นแม้แต่ “ไอ้โจ๊ก” ทั้งที่สถานะจริงเป็นเพียงอนุกรรมการฯ

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย
และในเทปลับชุดเดียวกันนี่เอง มีการเอ่ยถึง “ตัวละครลับ” อีกหนึ่งคน ผู้ไม่ใช่คนในป.ป.ช. แต่กลับมีบทบาทสำคัญในแผนช่วย "โจ๊ก"

นั่นคือ อดีต "นายพลตำรวจ" ชื่อย่อ "จ.จาน" นักเรียนนายร้อยสามพราน รุ่น 34 แก่กว่า “โจ๊ก”ถึง 13 ปี

“นายพล จ.” ผู้นี้เคยได้แรงหนุนจาก “โจ๊ก” จนขึ้นเป็นใหญ่ในองค์กรอิสระด้านสื่อ และเคยตกเป็นคดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ ฐานะร่ำรวยระดับ 100 ล้านบาท แต่คดีนั้น…ถูก“เป่า”อย่างง่ายดาย

ด้วยฝีมือของนายพลตำรวจใหญ่อีกคน ซึ่งมีอำนาจอยู่ใน ป.ป.ช.

เมื่อ “โจ๊ก” ถูกรุมเร้าด้วยคดีรอบด้าน จึงต้องวิ่งไปพึ่ง “กุนซือเก่า” มีการนัดพูดคุยกันเงียบๆ ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี
คำแนะนำจาก “นายพล จ.” โหดและชัด “ถ้าอยากรอด ต้องโยนให้ลูกน้องรับผิด บอกว่าเป็นลูกน้องทำเว็บพนัน แล้วไปติดสินบน ป.ป.ช.เอง”

พูดง่ายๆว่า ต้องใช้วิชา “หาแพะ” ต้องมีคนสังเวย ลูกน้องติดคุกก่อน แล้วค่อยไปช่วยทีหลัง

แผนนี้ดันรั่ว เมื่อ “สมบัติ” รู้เข้า และโทรไปเล่าให้ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ”ฟัง !

ทุกถ้อยคำถูกบันทึกไว้ในเทปลับ กลายเป็นหลักฐานในมือพนักงานสอบสวน

คนที่จนตรอกย่อมเชื่อทุกคำที่คิดว่าจะพารอด “โจ๊ก” จึงเดินหน้าจัดฉากวางแผนให้ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ”

ไปรับคืนทองคำสินบนจาก “เอกวิทย์” แล้วแอบถ่ายคลิป เพื่อโบ้ยผิดลงที่ลูกน้องเพียงคนเดียว!!

แต่คนเป็นมือปราบไม่โง่ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” อ่านเกมลูกพี่ออกตั้งแต่ต้น ชิงหอบหลักฐานทั้งหมด ไปมอบให้พนักงานสอบสวน กองปราบปราม

และนั่นเองที่ทำให้ตำนาน “บิ๊กโจ๊ก” เดินมาถึงฉากสุดท้าย เร็วเกินกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด!

ทักษิณ ชินวัตร
++ “ทักษิณ”ใกล้ได้รับอิสรภาพ เข้าเกณฑ์ “พักโทษ” พ.ค.นี้

ความเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ภายหลังจำคุกมาได้ประมาณ 4 เดือน และอีกไม่กี่อึดใจ จะใกล้เข้าเงื่อนไขการได้รับพักโทษตามระเบียบกรมราชทัณฑ์แล้ว

โดยเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา บรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมารอให้กำลังใจ “ทักษิณ” ในโอกาสถูกคุมขังครบ 4 เดือน ขณะที่ครอบครัวชินวัตร นำโดย “พานทองแท้ ชินวัตร” และภริยา พร้อมด้วย “พินทองทา คุณากรวงศ์”และสามี เป็นตัวแทนของครอบครัว เข้าเยี่ยม เป็นครั้งที่ 33

“พินทองทา” เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมว่าคุณพ่อ สามารถปรับตัวกับการใช้ชีวิตในเรือนจำได้ดีขึ้น และยังคงมีกำลังใจที่ดีมาก ส่วนสถานการณ์ทางการเมือง “ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” บุตรเขย บอกว่า “ทักษิณ”ยังติดตามความเคลื่อนไหวบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง และส่งกำลังใจให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ ปี 2569 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้

ขณะที่ “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายความประจำตัว ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพักโทษของ “ทักษิณ” ว่า จะครบกำหนดคุมขัง 8 เดือน ในวันที่ 8 พ.ค.69 ซึ่งจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษทั่วไป ของกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากได้รับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของโทษจำคุก 1 ปี และ มีอายุเกิน 70 ปี โดยขั้นตอนทั้งหมดจะเป็นไปตามระเบียบปกติของเรือนจำ ซึ่งจะทำการสำรวจรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย หากได้รับการพักโทษ “ทักษิณ” ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น การพักอาศัยในสถานที่ที่แจ้งไว้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า และต้องขออนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติหากมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยยืนยันว่าเป็นสิทธิที่ผู้ต้องขังทุกคนพึงได้รับตามกฎหมาย ไม่ใช่การใช้อภิสิทธิ์เหนือบุคคลอื่น

พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์
“พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม ได้ตอบคำถามเรื่องการพักโทษของ “ทักษิณ” ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ ก็ถือว่าได้รับโทษมา 2 ใน 3 แล้ว จึงเป็นการพักโทษตามปกติ

ซึ่งในการบวนการพิจารณาพักโทษ จะมีคณะทำงานเริ่มจากเรือนจำ ผู้แทนของหน่วยงาน พิจารณาเป็นรูปแบบคณะทำงาน และมีการกลั่นกรองในระดับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก่อนที่จะส่งขึ้นมาคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา เป็นขั้นตอนสุดท้าย แต่ท้ายที่สุด อำนาจลงนามเป็นของปลัดกระทรวงยุติธรรม

เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงเชื่อว่าผลการพิจารณา คงไม่มีปัญญหาอะไร

ส่วนกรณีที่ “ทักษิณ” ยังมีคดี 112 ที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ของอัยการ จะมีผลต่อการพักโทษ หรือถูกอายัดตัวไว้หรือไม่นั้น “พล.ต.ท. รุทธพล” เห็นว่า เป็นอำนาจของคณะกรรมการชุดใหญ่ จะเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง

ขณะที่ “ทนายวิญญัติ” ยืนยันว่า เรื่องคดี 112 ไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณาพักโทษ เนื่องจากศาลชั้นต้น มีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว ทำให้ขณะนี้ “ทักษิณ” มีสถานะเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนการอุทธรณ์คดีนั้น เป็นเพียงขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรมของโจทก์ และไม่สามารถนำมาเป็นเหตุในการอายัดตัว หรือออกหมายขังซ้ำได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งจากศาล ซึ่งในกรณีนี้ ไม่มี
จึงเชื่อว่า “ทักษิณ” จะได้รับอิสรภาพในเดือน พ.ค.นี้ ค่อนข้างแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น