รองนายกฯ ธรรมนัส ลงพื้นที่ติดตามโครงการฝายห้วยแม่ส้าน เผยความคืบหน้ากว่า 90% มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำการเกษตร–ลดผลกระทบน้ำหลาก รองรับพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1,200 ไร่ หนุนความมั่นคงด้านน้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต 4 หมู่บ้าน 830 ครัวเรือน มีน้ำใช้ตลอดปี
วันนี้( 20 ม.ค.69 )ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการฝายห้วยแม่ส้านพร้อมระบบส่งน้ำ ตำบลป่าหุ่ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย นายทรงพล พงษ์มุกดา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน
โครงการฝายห้วยแม่ส้านพร้อมระบบส่งน้ำ ก่อสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และทำการเพาะปลูกในพื้นที่ราบลุ่มริมลำน้ำแม่ส้าน โดยอาศัยน้ำจากลำน้ำแม่ส้านและน้ำฝนเป็นหลัก ซึ่งมีระบบเหมืองฝายเดิมคือฝายห้วยแม่ส้าน มีลักษณะเป็นฝายคอนกรีตก่อสร้างกั้นลำน้ำแม่ส้าน มีระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายเป็นคลองดิน ซึ่งตัวฝายและระบบส่งน้ำเกิดการชำรุดจากการถูกกระแสน้ำกัดเซาะ อีกทั้งระบบส่งน้ำไม่สามารถกระจายน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรทั้งหมด ส่งผลให้ราษฎรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง และในช่วงฤดูฝน ลำน้ำแม่ส้านมีปริมาณน้ำหลากเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย
ชลประทานเชียงราย จึงได้ดำเนินโครงการฝายห้วยแม่ส้านพร้อมระบบส่งน้ำ ประกอบด้วย ประตูระบายน้ำสูง 2.5 เมตร จำนวน 2 ช่อง และระบบส่งน้ำฝั่งซ้าย คลองส่งน้ำความยาวรวม 905 เมตร ปัจจุบันการดำเนินงานโครงการมีความก้าวหน้าแล้วกว่า ร้อยละ 90 หากดำเนินการแล้วเสร็จ สามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมของราษฎรได้ประมาณ 1,200 ไร่ ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ตำบลป่าหุ่ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย และหมู่บ้านใกล้เคียงรวม 4 หมู่บ้าน จำนวน 830 ครัวเรือน ประชากร 2,072 คน ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน


