xs
xsm
sm
md
lg

แก้รัฐธรรมนูญ ของร้อน ไม่จำเป็น!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ - ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
เมืองไทย 360 องศา

แน่นอนว่านาทีนี้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในหัวข้อสนทนา หรืออยู่ในความสนใจในอันดับต้นๆของประชาชนส่วนใหญ่ หากเทียบกับก่อนหน้านี้ หรือเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน หรือในความรู้สึกของชาวบ้านแล้วยังเห็นว่า “เฉยๆ” รวมไปถึง “ไม่ให้แก้” ด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ดี สำหรับพรรคการเมืองบางพรรค หรือ“บางคน” พวกเขากลับเห็นว่า มีความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การ “ยกร่างใหม่” ทั้งฉบับ 

สำหรับในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ นอกเหนือจากต้องใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.ทั้งสองประเภทคือ แบบเขตเลือกตั้ง และแบบพรรคหรือบัญชีรายชื่อแล้ว อีกคูหาหนึ่งยังเปิดให้ใช้สิทธิ์ “ลงประชามติ” โดยมีคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่”

อย่างไรก็ดี การแก้ไขรัฐธรรมนูญในตอนนี้ จะว่าไปแล้วอาจจะกลายเป็น “ของร้อน” สำหรับบางพรรคการเมืองด้วยซ้ำไป เหมือนกับที่บอกไปในตอนต้นว่า บรรยากาศมันเปลี่ยนไป หลังจาก ผ่านพ้นยุค “สามลุง” ความร้อนแรงย่อมลดลงไป อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หลายคนกลับมองว่า เป็นฉบับที่ “ป้องกันคนโกง” ได้ในระดับหนึ่ง สกัดกั้นนักการเมืองที่ไร้จริยธรรมเข้ามาได้บ้าง อย่างน้อยก็ได้สร้างมาตรฐานจริยธรรมเอาไว้ ทำให้นักการเมืองบางคนต้องตกเก้าอี้ หรือ “สกัดกั้น” ไม่ให้เข้าสู่อำนาจได้ง่าย

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ชาวบ้านให้ความสำคัญเร่งด่วนกลับเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ เรื่อง “ปากท้อง” เรื่องความมั่นคง มากกว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างใหม่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ประเมินคร่าวๆ ไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท แล้วก็จะได้นักการเมืองแบบเดิมๆ เข้ามาอีก เหมือนกับการทำประชามติครั้งนี้ก็ต้องใช้งบประมาณกว่า “สามพันล้านบาท”

ทั้งนี้ การทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญตามที่บรรดากูรูให้ความเห็นเอาไว้ว่าต้องดำเนินการถึง 3 ครั้ง หรือ “ถามสามครั้ง” นั่นคือ ครั้งแรก เห็นชอบไหมที่จะให้จัดทำฉบับใหม่ ครั้งที่ 2 ถามวิธีการและสาระสำคัญที่จะแก้ และครั้งที่ 3 หลังจากที่มีการยกร่างเสร็จแล้ว มาให้ประชาชนลงประชามติอีกครั้งว่า เห็นชอบหรือไม่

ส่วนท่าทีของบรรดาพรรคการเมือง เริ่มจาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาชน เห็นว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปราบปรามเรื่องสีเทา และการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน องค์กรอิสระในประเทศที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้เห็นการลงโทษคนกระทำผิด เช่น กรณี ตึกสตง.ถล่ม ถ้าเราอยากจะได้องค์กรอิสระ ที่ดำเนินการตรวจสอบ คนที่มีประวัติสีเทาอย่างตรงไปตรงมาก็ต้องทำให้องค์กรอิสระมีที่มาที่ไปที่ยึดโยงกับประชาชน

“อย่างปัจจุบัน องค์กรอิสระยังถูกเลือกมาโดย สว.สีใดสีหนึ่ง หรือไม่ เท่ากับว่า ที่มาขององค์กรอิสระปัจจุบันถูกครอบงำโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือไม่ รวมถึงการเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระ ที่รัฐธรรมนูญปี 40 ประชาชนสามารถเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ เข้าถอดถอนได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประชาชนไม่มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้ หากใช้จุดนี้เป็นตัวตั้งว่า อยากเห็นประเทศ ที่มีปัญหาสีเทาน้อยลง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง กับการที่จะทำให้กลไกของรัฐทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวย้ำว่า พรรคภูมิใจไทย มีความชัดเจน ที่จะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีขั้นตอน ถ้าเสียงประชามติของประชาชนเป็นอย่างไร เราก็ไม่ค้าน แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดํารงพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ต้องไม่มีผลกระทบ

นายอนุทิน ย้ำว่า ตอนนี้มีข่าวเฟกนิวส์ในโซเชียลฯ ว่าพรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งพรรคภูมิใจมีความพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมีแคมเปญที่อยากได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน อย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการร่างของคสช . ก็ฟังว่ามีเหตุผล แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดํารงอยู่

เมื่อถามว่า มีบางพรรคบอกว่า ไม่ต้องล็อก หมวด 1 หมวด 2 ไว้ ถ้าไม่ล็อกไว้จะทําให้กระทบกระเทือนต่อสถาบันฯหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า นี่ไงก็ไม่ได้ล็อกไว้ ก็ไม่รู้ จะมีการสอดแทรก หรือแทรกซึมเข้ามา ควรจะพูดให้ชัดเจน เพราะทุกพรรคพูดชัดเจนหมดแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าตนไปแทรกแซงพรรคอื่น ซึ่งตนไม่เคยทำ ขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่มีเรื่องแตะหมวด 1 หมวด 2 และไม่แตะเรื่องพระราชอํานาจ เรื่องความมั่นคง เรื่องของสถาบัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ สามารถพูดคุยกันได้ ทั้งเรื่องการได้มาของรัฐสภาอย่างไร และเรื่องรัฐมนตรีอย่างไร ส่วนเรื่องคอร์รัปชัน ถ้าเพิ่มขึ้นตนเห็นด้วย แต่ถ้าลดลงกว่านี้ไม่เห็นด้วย

ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้น ประเด็นหลักที่ออกมาจากปากของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หลักการสำคัญก็คือ สนับสนุนให้ยกร่างใหม่ แต่ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 รวมไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ ก็สนับสนุนให้ยกร่างใหม่เช่นเดียวกัน

ขณะที่พรรคอื่นๆ เช่น พรรครวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ พรรครักชาติ พรรคไทยภักดี เป็นต้น พวกเขาคัดค้านการแก้ไขที่นำไปสู่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับ 

แน่นอนว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชน ว่าจะเอาแบบไหน ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พร้อมกับการเลือกตั้งส.ส.แต่หากสำรวจบรรยากาศ และความเห็นของชาวบ้านเชื่อว่าพวกเขายัง “เฉยๆ” ไปจนถึงไม่อยากให้แก้ไข โดยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเมื่อเทียบกับเรื่องปัญหา “ปากท้อง” อีกทั้งการลงประชามติ และการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นยังต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก มากว่าหมื่นล้านบาท แค่การลงประชามติแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณ “กว่าสามพันล้านบาท” และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งหลายคนมองว่าไม่คุ้มค่า และไม่จำเป็น และที่สำคัญคนส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้เดือดร้อนกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ท่าทีในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของแต่ละพรรคการเมือง อาจถือว่าเป็น “ของร้อน” ที่ทำให้ประชาชนมีส่วนในการตัดสินใจในการโหวตให้หรือไม่ก็ได้


กำลังโหลดความคิดเห็น