xs
xsm
sm
md
lg

กางแผนงาน “อคส.” ปี 69 เน้นสร้างรายได้เชิงพาณิชย์-ขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อความมั่นคงทางการเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กางแผนงาน “อคส.” ปี 69 เน้นสร้างรายได้เชิงพาณิชย์-ขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อความมั่นคงทางการเงินและเพิ่มศักยภาพการเป็นกลไกหลักด้านการพาณิชย์ของประเทศอย่างยั่งยืน


เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 ดร.ธิรินทร์ ณ ถลาง ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเกี่ยวกับทิศทางการทำงานของอคส.ในปี 69 เมื่อมีการปรับปรุงแผนปฏิบัติการฉบับล่าสุด เพื่อให้สอดรับกับความท้าทายใหม่ โดยมีหัวใจหลักคือการมุ่งเน้นการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์และการขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อความมั่นคงทางการเงินและเพิ่มศักยภาพการเป็นกลไกหลักด้านการพาณิชย์ของประเทศอย่างยั่งยืน

เพื่อให้การขับเคลื่อนองค์กรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อคส. ได้มีการปรับ วิสัยทัศน์ (Vision) คือ การเป็น “องค์กรหลักในการขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจด้านการพาณิชย์ ภายใต้การบริหารจัดการที่ทันสมัย มีธรรมาภิบาล และรับผิดชอบต่อสังคม” ซึ่งเชื่อมโยงสู่ พันธกิจ (Mission) ที่ได้รับการปรับปรุงเช่นเดียวกัน ได้แก่ การบริหารจัดการคลังสินค้าและทรัพย์สินให้มีมาตรฐานและเกิดประโยชน์สูงสุด การสร้างสมดุลราคาสินค้าเกษตร การเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยนวัตกรรม และการสร้างระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการประจำปี 69 ที่มีการปรับปรุงใหม่ อคส. ได้กำหนด ยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน เพื่อเป็นเสาหลักในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจด้านการพาณิชย์

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจใหม่ , ยุทธศาสตร์ที่ 3: การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์และโลจิสติกส์ , ยุทธศาสตร์ที่ 4: การยกระดับธรรมาภิบาลและพัฒนาบุคลากร

ภายใต้วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์เหล่านี้ อคส. ได้เดินหน้าผลักดันภารกิจให้ปรากฏผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ตามแผนที่ปรับปรุงใหม่ เช่น 1.โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 68/69 มุ่งบริหารจัดการสินค้าเกษตรเชิงรุกเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรไทย 2.โครงการบริหารจัดการสินค้าเกษตรภายในประเทศ (มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) การเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรในระดับมหภาค 3.โครงการบริหารสินทรัพย์และบริหารจัดการคลังสินค้า เพื่อความยั่งยืน การเพิ่มศักยภาพคลังสินค้าราษฎร์บูรณะ และที่ดินภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 4.โครงการจำหน่ายข้าวสารให้หน่วยงานภาครัฐ เสริมสร้างความเข้มแข็งในการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นผ่านเครือข่ายรัฐทั่วประเทศ 5.โครงการยกระดับการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain): พัฒนานวัตกรรมโลจิสติกส์ที่ทันสมัยเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารสู่สากล 6.โครงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture): การร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อขยายฐานธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ 7.โครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ตลาดโลก มุ่งเน้นการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ เพื่อสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทยที่มีคุณภาพและปลอดภัย และ 8.โครงการสร้างพันธมิตรยุทธศาสตร์ทางการค้า เพื่อความมั่นคงทางอาหาร (Strategic Global Partnership): การยกระดับบทบาท อคส. สู่การเป็นพันธมิตรทางการค้าในระดับสากล เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอาหารและสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในเวทีโลก

“นอกเหนือจากมิติเชิงธุรกิจ สิ่งที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือการประกาศเจตนารมณ์ด้านธรรมาภิบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยการนำมาตรฐานสากล ISO 37001 หรือระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบนมาบังคับใช้ เพื่อยืนยันถึงระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริงในทุกกระบวนการ” ดร.ธิรินทร์ กล่าว








กำลังโหลดความคิดเห็น