”อภิสิทธิ์“ ลุยหาเสียงตลาดรวมทรัพย์ ช่วย “เอิร์ท พงศกร” ย้ำจุดยืนหยุดยิงต้องเดินต่อด้วย “การเจรจา” เสนอตั้งผู้สังเกตการณ์ภายนอกตรวจสอบกัมพูชา กันเคลื่อนย้ายอาวุธหนัก ชี้อธิปไตยคือฐานความเชื่อมั่นศก. ย้ำไม่แก้หมวด 1–2 และถ้าได้ร่วมรบ.จะเป็นหลักประกันปราบทุจริต–ทุนเทา
วันนี้ (13 ม.ค. 69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ลงพื้นที่ตลาดรวมทรัพย์ อโศกมนตรี เพื่อหาเสียงให้ผู้สมัครเขต 4 เบอร์ 1 นายพงศกร ขวัญเมือง โดยกล่าวว่า กระแสของพรรคในขณะนี้ น่าจะเป็นไปตามที่เราเคยคาดหวัง แต่ยังต้องทำให้ได้จำนวนมากขึ้นกว่านี้อีก ส่วนเขตเลือกตั้ง ที่มีความมั่นใจมากขึ้นก็คือภาคใต้ เนื่องจากคะแนนเสียงมีจำนวนมากพอที่จะดึงเรื่องของเขตเลือกตั้งขึ้นมาได้แล้ว ส่วนพื้นที่อื่นยังต้องทำงานกันหนักอยู่
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาชายแดนไทยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเริ่มใช้มาตรการหยุดยิง ซึ่งก้าวถัดไปที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการเจรจา โดยพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนว่าต้องสร้างหลักประกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการรุกล้ำอธิปไตยซ้ำอีก โดยเฉพาะจากฝั่งกัมพูชา
นายอภิสิทธิ์ เสนอว่าควรให้มีผู้สังเกตการณ์จากภายนอก (Outside Observers) เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในเขตแดนของกัมพูชา เพื่อตรวจสอบและให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนักที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง
"หากเราสร้างความเชื่อมั่นในจุดนี้ได้ กระบวนการเจรจาที่มากกว่าแค่เรื่องการหยุดยิงก็จะเริ่มขึ้นได้จริง และนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้กลับมาเป็นปกติสุข" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถูกถามถึงความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่าแรงกระเพื่อมจากความขัดแย้งได้ส่งผลกระทบถึงประชาชนแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากคนไทยก็ชัดเจนว่าอธิปไตยต้องไม่ถูกละเมิด
"ผมเชื่อว่าหากเราสามารถรักษาข้อตกลงหยุดยิงและเดินหน้าเจรจาได้สำเร็จ ก็จะเป็นการเปิดประตูไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่และระดับชาติได้อย่างยั่งยืน เพราะความมั่นคงและอธิปไตยที่ชัดเจนคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีนโยบายชัดเจนว่าเรื่องของการจัดทำฉบับนี้ แม้จะผ่านประชามติ ก็ยังไปติดขัดในเรื่องมาตรา 256 ที่ผ่านมาทั้งที่มีข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน สุดท้ายก็ไม่ผ่าน แล้วเราก็เสียดายว่าจริงๆ ที่ผ่านมาการพยายามทำมาตรา 256 ก็เหมือนสภาตกผลึกแล้วว่าไม่แก้ไขหมวดหนึ่ง หมวดสอง
“ในวันนี้ที่ประชาชนจำนวนหนึ่งมีความลังเลที่จะเห็นชอบ เราก็แปลกใจว่ารัฐบาล ซึ่งเป็นคนเลือกคำถาม ทำไมจึงไม่เจาะจงลงไปว่าเป็นการทำฉบับใหม่โดยไม่ไปเกี่ยวข้องกับการแก้หมวดหนึ่ง หมวดสอง ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะบอก ก็คือว่าประชาธิปัตย์จะดูแลและไม่ให้มีการแก้ไขหมวดหนึ่ง หมวดสอง และผมอยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ซึ่งเคยตกลงกันได้แล้วในสภาประกาศแบบเดียวกัน อย่างนี้ทุกคนก็จะสบายใจในการลงมติเห็นชอบ“ นายอภิสิทธิ์กล่าว
ส่วนประเด็นเรื่องการจับขั้ว ตนพูดชัดไปหมดแล้วว่า สิ่งที่ตนให้ความมั่นใจกับประชาชน คือว่า ถ้าเสียงเรามากพอ เข้าไปอยู่ในรัฐบาล เราจะเป็นหลักประกันของรัฐบาล โดยรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต เรื่องทุนเทา ไม่สร้างความแตกแยก และต้องไม่เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น


