'แสวง' ชี้จับ10 ผู้สมัครสส.-นักการเมืองเอี่ยวเว็บพนัน สแกมเมอร์ หากถูกปล่อยตัวก่อน 8 ก.พ. ไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ แต่หากขังยาว ขาดคุณสมบัติทันที ย้ำตั้ง "สราวุธ" นั่งกรรมการสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง ยึดความรู้–คุณสมบัติ ไม่เกี่ยวถูก ป.ป.ช.สอบ แจงพรรคซื้อสื่อหาเสียง ต้องมีใบเสร็จ
วันนี้( 9 ม.ค.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ให้สัมภาษณ์กรณี รมว.ยุติธรรมระบุมีผู้สมัครสส.และนักการเมือง 10 คน เกี่ยวข้องกับเว็บพนันและสแกมเมอร์ ว่า หากมีผู้สมัครสส. ถูกจับกุมจริงจะยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ แม้ว่าจะถูกคุมขัง และได้รับการปล่อยตัวก่อนวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้ง แต่หากในวันเลือกตั้งยังคงถูกคุมขังอยู่ จึงจะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง หรือถ้าผู้สมัครรายนี้ลาออกจากสมาชิกพรรคก็จะถือว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งเช่นเดียวกัน ทางกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ก็จะติดประกาศแจ้งประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ให้ได้รับทราบว่าบุคคลดังกล่าว ขาดคุณสมบัติแล้ว เพื่อจะได้ไม่มีการกาบัตร แล้วกลายเป็นบัตรเสีย แต่หากยังพบว่ามีผู้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครรายนั้น บัตรลงคะแนนดังกล่าวก็จะถือเป็นบัตรเสีย
เมื่อถามถึงกรณี อาจมีเงินสแกมเมอร์มาใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ทางกกต. จะมีการตรวจสอบอย่างไรหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เงินสแกมเมอร์ก็ผิดกฏหมายอื่นอยู่แล้ว แต่หากเอามาซื้อเสียง ต้องย้ำว่า เงินไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร ถ้าเอามาซื้อเสียง หรือใช้จ่ายไม่ถูกต้องก็ถือว่าผิดกฎหมาย
ส่วนกรณีในไลน์กลุ่มพรรคการเมืองหนึ่งมีไลน์หลุดรายชื่อสื่อหลายสำนัก เป็นการซื้อสื่อโดยไม่ผ่านองค์กร และไม่มีใบเสร็จ นายแสวงว่า การดำเนินการน่าจะไม่ถูกต้อง ขอตรวจสอบก่อน ส่วนตัวยังไม่ขอตอบรายละเอียด แต่ตามหลักการกฎหมายการเลือกตั้ง พรรคการเมือง และผู้สมัครจะต้องลงรายละเอียดในเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง และค่าใช้จ่ายนั้นจะต้องถูกต้องตามกฏหมาย
ส่วนกรณีที่ระบุว่าไม่มีใบเสร็จ นายแสวง ระบุว่าก็ต้องนำหลักฐานมารายงานต่อ กกต.หากไม่นำมารายงาน ถือว่าเป็นการรายงานเท็จ ซึ่งอาจจะต้องถูกเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้ง หากพรรคการเมืองจะทำการหาเสียงโดยที่ใช้พื้นที่สื่อ แล้วไม่มีใบเสร็จ เป็นไปไม่ได้ เพราะพรรคการเมืองจะต้องลงรายการอย่างน้อย 2 รายการ คือ บัญชีรายชื่อ และค่าใช้จ่ายในการทำประชามติ ซึ่งจะต้องลงรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวข้องทั้งสองเรื่องนี้ และจะต้องรวบรวมรายละเอียดหลักฐาน รวมถึงใบเสร็จส่งให้ กกต.
เมื่อถามว่าไลน์หลุดดังกล่าวอยู่ในกลุ่มพรรครวมไทยสร้างชาติ กกต.จะเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. อยู่แล้ว
นายแสวง ยังกล่าวถึง การที่นายสราวุธ เบญจกุล อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการเนื่องจากทุจริต ได้รับแต่งตั้งเป็น1 ในคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ว่า เราคัดเลือกจากคนมีประสบการณ์หลายด้าน คือ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและกฎหมาย และนายสราวุธน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
เมื่อถามว่านายสราวุธถูกป.ป.ช.สอบสวนอยู่ จะมีผลกระทบหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่าไม่เกี่ยวข้อง ทาง กกต.ต้องการความรู้ความสามารถและคุณสมบัติของท่าน ไม่ได้พิจารณาในเรื่องที่ถูกสอบ หรือไม่ได้ดูว่ายังติดอะไรอยู่
“คือจริงๆมันทำงานเนื้อหาตรวจสอบนโยบาย ซึ่งไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการไปมีอำนาจไปทำ มันไม่ได้ไปกระทบในตัวสาระของงานอะไร”


