“รักชนก” ฝากถึง “ปวิน” รับประกันได้แน่ ตรวจสอบถึงพริกถึงขิงทั้งใน-นอกพรรค แต่ออกตัวแทน “พิศาล” เสร็จสรรพ อ้างจุดยืนในอดีตเปลี่ยนกันได้ ตนยังเคยคลั่งเจ้าด้วยซ้ำ ลั่นใครสมาทานประชาธิปไตย พรรคส้มยินดีต้อนรับ ย้อนสื่อ เรื่องชู้สาวถ้าครอบครัวเขาให้อภัยแล้วจะให้ทำอะไร
วันที่ 9 ม.ค. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต เรียกร้องให้มีการตรวจสอบนายพิศาล มาณวพัฒน์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชนด้วย น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนรับประกันได้ว่าการทำงานของตน ตนตรวจสอบทั้งคนนอกพรรคและในพรรค ถามทุกคนได้ว่าโดนอะไรบ้าง ตนก็ตรวจสอบอย่างถึงพริกถึงขิง ถึงรากถึงโคน ถ้าคนในพรรคที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชันหรือเรื่องอะไรก็ตาม แต่ถ้าประชาชนรับไม่ได้ หรืออยู่ในมาตรฐานที่รับไม่ได้ ตนก็ไม่เอาไว้
เมื่อถามว่ามีเรื่องคดีชู้สาวของนายพิศาลด้วย น.ส.รักชนก ตอบว่า “ถ้าครอบครัวเขาให้อภัยแล้วจะให้ดิฉันทำอะไรคะ และการที่เอาเรื่องส่วนตัวแบบนี้มาถามในที่สาธารณะ ให้ดิฉันไปตอบแทน คนถามกับคนตอบต้องพิจารณาตัวเองด้วยสักนิดหนึ่ง”
เมื่อถามย้ำว่ากรณีนายพิศาล ยังมีเรื่องจุดยืนสมัยรัฐประหาร น.ส.รักชนก ตอบทันทีว่า ทุกท่านรู้หรือไม่ว่าในอดีต อย่าเรียกว่าเป็นสลิ่มเลย เรียกว่าเป็นพวกคลั่งเจ้าแบบสุดโต่ง อยากจะฆ่าคน อยากจะไปกระทืบคนด้วยซ้ำ ตนยังเปลี่ยนได้เลย ในวันที่ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ได้เห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศจริงๆ หรือเป็นแนวทางที่ทำให้ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ
“แน่นอนว่าในอดีตคนเราจะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่คนเราเปลี่ยนในทุกวัน เปลี่ยนได้ตลอด และไม่ได้ไปเปลี่ยนได้แค่จากสนับสนุนรัฐประหารมาเป็นไม่สนับสนุน แต่จากไม่สนับสนุนไปสนับสนุนยังได้เลย ดังนั้น การทำงานของพรรคประชาชนตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พวกเราใช้สัญลักษณ์สามเหลี่ยม เพราะอยากจะมัดรวมคน 99 %ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ให้เข้าใจว่าจริงๆ ว่าไม่ใช่มาต่อสู้กันเอง ไม่ใช่เหลือง แดง ส้ม น้ำเงิน แต่กลุ่มคนที่เราควรจะมารวมกันและรวมพลังกันต่อสู้คือชนชั้นนำ 1% ที่ถือครองทรัพย์ทรัพยากร 99% ของประเทศนี้ไว้ แล้วไม่ปล่อยให้ทรัพยากรนั้นถูกจัดสรรใหม่ ไม่ปล่อยให้กระเด็นมาถึงชนชั้นล่าง พอหลายคนได้ทำความเข้าใจใหม่ พรรคประชาชนต้อนรับ ไม่ว่าจะมาจากเฉดไหนก็ตามแต่” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าวันนี้ท่านยินดีสมาทานแนวทางที่สนับสนุนประชาชนในประเทศนี้ให้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ถ้าท่านมีแนวทางที่สนับสนุนประชาธิปไตยและยินดีที่จะดำเนินแนวทางวิธีการการเมืองแบบพรรคประชาชน เรายินดี เพราะถ้าเราไม่ยินดีที่ต้อนรับคนใหม่ๆ สุดท้ายเราจะรวมคนได้ 99% ได้อย่างไร ไม่มีทาง


