xs
xsm
sm
md
lg

"โจ๊ก "แค่ฝันค้าง ! จับตาชี้ชะตา 9 ม.ค. กับ "ตั๋วขากลับ" ที่ไม่มีจริง ! ** ท่าเต้นเกาหลัง เป็นเหตุ งานเข้า “ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์” พรรครักชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ "โจ๊ก "แค่ฝันค้าง ! จับตาชี้ชะตา 9 ม.ค. กับ "ตั๋วขากลับ" ที่ไม่มีจริง !

วันนี้ (9 ม.ค.) เป็นวันที่แวดวงสีกากี และสังคมเฝ้าจับตารอคอย เนื่องจากเป็นวันที่ศาลปกครองสูงสุด นัดอ่านคำพิพากษาคดี ของ "โจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) , คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และนายกรัฐมนตรี กรณีที่มีคำสั่งให้เขาออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบ

เห็นกระแสในโซเชียลฯ ฝั่ง "คนรักโจ๊ก" แล้วอยากจะยื่นยาดมให้จริงๆ “ปั่น” กันประหนึ่งว่า วันนี้ “โจ๊ก” จะเดินกลับเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในชุดเต็มยศ พร้อมดอกไม้ธูปเทียนขมาลาโทษ! ... แต่อย่าเพิ่งรีบปิดซอยฉลองกัน เพราะ ความจริงกับ ความฝัน มันช่างห่างกันราวฟ้ากับเหว !

ยืนยันตรงนี้ว่าอย่างไรนั้น วันนี้ "ไม่ใช่" วันจะตัดสินการกลับมาของ “โจ๊ก”

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
นั่นเพราะ ฟังจาก “บิ๊กอรรถ” พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกตร. เบรก “คนรักโจ๊ก” หัวทิ่ม ยันชัดว่าต่อให้ผลการตัดสินวันนี้ เป็นคุณแก่“โจ๊ก” อดีต รอง ผบ.ตร.รายนี้ ก็ยังไม่ได้กลับมารับราชการตำรวจ

ถามว่าทำไม? ก็ต้องบอกว่า กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ทางตร. ได้ออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) โดยโต้แย้งว่า คำสั่งให้ออกจากราชการนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมา มติ ก.พ.ค.ตร. ยกอุทธรณ์ ให้เหตุผลว่า คำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสมและชอบด้วยกฎหมายแล้ว

จากนั้น “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งจะมีการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ ( 9 ม.ค. )

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ
“ติ่งโจ๊ก” จะปั่นอะไรก็ต้องไม่ลืมความจริง คดีที่ศาลปกครองสูงสุดจะอ่าน เป็นแค่เรื่อง "คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน" ที่ว่าชอบ หรือไม่ชอบ แต่ประเด็น คือตอนนี้สถานะของ “โจ๊ก” ข้ามช็อตไปไกลแล้ว เพราะ ทางตร.ได้มี “คำสั่งไล่ออก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ซึ่งคำสั่งถือว่ามีผลแล้ว ทำให้ทางพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นำคำสั่งดังกล่าวนี้ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณา

เพราะฉะนั้น คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ไม่ว่าผลจะเป็นคุณ หรือ โทษ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” ก็จะยังเป็น "อดีตข้าราชการ" ไม่ทำให้ “โจ๊ก” ได้กลับมารับราชการตำรวจ เพราะต้องรอผลการพิจารณา “คำสั่งไล่ออก” จากราชการ

อย่าหลงกลพวกปั่นกระแส “โจ๊ก” จะได้ “ตั๋วกลับตร.” วันนี้-พรุ่งนี้

ดังนั้น ใครที่แชร์ข่าวว่า “โจ๊ก” จะกลับมาผงาด เช็กใบสั่งยา เอ้ย! เช็กข้อเท็จจริงด้วย อย่าให้ความ "หวานเจี๊ยบ" บดบังความถูกต้อง เพราะในโลกของกฎหมาย และจริยธรรมตำรวจ "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" เท่านั้น !

ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก เต้นท่าเกาหลัง ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง
++ ท่าเต้นเกาหลัง เป็นเหตุ งานเข้า “ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์” พรรครักชาติ

ในบรรยากาศฉลองปีใหม่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) พรรครักชาติ โดย “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย “ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้นำผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่หาเสียงย่านสยามสแควร์ กรุงเทพฯ พบปะกลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่ เพื่อนำเสนอนโยบายพรรค และบอกว่าแม้พรรครักชาติจะถูกมองว่า เป็นพรรคอนุรักษ์นิยม แต่ก็หัวก้าวหน้า นะจ๊ะ

ช่วงหนึ่งระหว่างการหาเสียง ทั้ง “ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์” และคณะที่ไปช่วยหาเสียง ได้มีการเต้นท่า “เกาหลัง” เพื่อสื่อความหมายว่า...ไม่โกง ไม่เทา ไม่เกาหลัง ...

เพราะ การเกาหลัง คือการสมรู้รวมคิด ฮั้วทุจริต คอร์รัปชัน!

ท่าเต้นเกาหลังนี้ วัยรุ่นที่มาเดินย่านสยามสแควร์ เห็นแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ออกจะนึกขำๆ เสียด้วยซ้ำ ที่ได้เห็นผู้ใหญ่มาทำอะไรแปลกๆ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
แต่นักร้องอย่าง “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ที่รอบนี้เป็นผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เห็นแล้ว บอกการเต้นแบบนี้ มีไม้เกาหลัง เป็นอุปกรณ์ ประกอบการเต้น นี่มันเข้าข่ายทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพ หรือการรื่นเริง นี่

ว่าแล้วก็ทำเรื่องส่งทางไปรษณีย์ ร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบ“ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก” กับ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ว่ากระทำการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 (3) หรือไม่

ทั้งนี้ ตัวบทของ มาตรา 73 (3) ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพ หรือการรื่นเริงต่างๆ”

แสวง บุญมี
เรื่องนี้ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ชี้แจงถึงกรณีที่มีการเต้นระหว่างหาเสียง เข้าข่ายจัดให้มีมหรสพ รื่นเริง หรือไม่ ว่า เรื่องนี้มี 2 อย่าง ทั้งเรื่อง “มหรสพ” ซึ่งจะดูง่ายกว่า ส่วนคำว่า “รื่นเริง” หมายความว่า ทำให้สนุกสนาน มีเรื่องของดนตรีเข้ามา

เรื่องทำนองนี้ มีคำพิพากษา หรือมติ ที่กกต.เคยวินิจฉัยไว้ อย่างเช่น ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เดิมเป็นศิลปินอยู่แล้ว ก็สามารถร้องเพลงโดยไม่มีดนตรีได้ เหมือนเป็นการโฆษณาตัวเอง อย่างนี้ทำได้ แค่อย่าทำให้เป็นลักษณะงานรื่นเริง คือ มีดนตรีประกอบ
หรืออย่างกรณีผู้สมัคร อาจจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ เคยแต่งตัว ไลฟ์สด หากทำแบบเดิม แต่ไม่มีดนตรีประกอบ ถ้าตามคำพิพากษาของศาล หรือคำวินิจฉัยของกกต. ก็ไม่น่าจะเข้าข่ายความผิด

ส่วนเรื่องที่ “เรืองไกร” ร้องมาครั้งนี้ ต้องขอดูรายละเอียดก่อน ว่าร้องเรียนว่าอย่างไรบ้าง และในการพิจารณาวินิจฉัยของ กกต.นั้น ต้องดูหลายองค์ประกอบ

เป็นอันว่า ถ้ายึดตามคำวินิจฉัยเก่า คำพิพากษาศาล การเต้น แบบไม่มีดนตรี จะไม่เข้าข่าย งานรื่นเริง แต่ทุกเรื่องมีหลายบริบท
ต้องติดตามกันว่า เรื่องนี้ จะจบลงแค่ชั้นอนุฯ ไต่สวน สืบสวน หรือจะไปถึงที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่


กำลังโหลดความคิดเห็น