เมืองไทย 360 องศา
ผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้วสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง จากวันนี้หากนับไปถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ก็ถือว่ายังเหลือเวลาอีกราวหนึ่งเดือน อย่างไรก็ดี หากโฟกัสกันที่ พรรคเพื่อไทย นาทีนี้ถือว่าทุกอย่างเริ่มนิ่งพอสมควร และกำลังเข้าสู่โหมดการหาเสียงเต็มตัว และหากพิจารณาจากตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ก็ถือว่าการตอบรับพอใช้ได้ แม้ว่าจะไม่ได้หวือหวานัก แต่ก็สามารถยืนระยะได้ดีพอใช้
อย่างน้อย ก็ทำให้บรรดา “สาวก” ที่เป็นแฟนคลับเข้าเส้นเลือด พออุ่นใจได้ว่า การเลือกตั้งคราวนี้พรรคเพื่อไทยน่าจะรักษาระดับเอาไว้ในอันดับที่ดีพอใช้ อย่างน้อยสามารถรักษาสถานะ “พรรคตัวแปรหลัก” ที่การันตีการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าขั้นไหนจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลก็ตาม เพราะเมื่อพิจารณาจากโพลที่ออกมาช่วงนี้ พรรคเพื่อไทยยังประมาณการตัวเลข ส.ส.อยู่ในระดับ 100 ลงมา ก็ถือว่าไม่เลวนัก
อย่างไรก็ดี หากวิเคราะห์กันภายในพรรคเพื่อไทยเวลานี้หากสังเกตจะเห็นว่า มีการ “ลดบทบาท” ของครอบครัว “ชินวัตร” ของ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นการผ่องถ่ายไปสู่ครอบครัว “วงศ์สวัสดิ์” ของ นายสมชาย และ นางเยาวภา หรือ “เจ๊แดง” ที่เคยตั้งกลุ่ม “วังบัวบาน” ซ้อนอยู่ข้างในพรรคในยุคพรรคไทยรักไทย เพราะในช่วงการหาเสียงหรือตั้งแต่การวางตัวผู้สมัคร ที่ถือว่าบทบาทของคนชินวัตร แทบไม่มีเลย การปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคก็มีให้เห็นในช่วงเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเท่านั้น แล้วก็ไม่ได้ร่วมกิจกรรรมพรรคอีกเลย รวมถึงทีมของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ก็แทบไม่ได้ยินเลย
แน่นอนว่าอาจเป็นกลยุทธ์ตามสถานการณ์หรือไม่ก็ตาม แต่นาทีนี้ถือว่าบทบาทของครอบครัว “วงศ์สวัสดิ์” เข้ามาสวมแทนแบบเต็มตัว โดยการผนึกกำลังกับทีม “สุริยะ-สมศักดิ์” โดยโฟกัสไปที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่นอกจากเป็นแคนดิเดตนายกของพรรคแล้วยังเป็น “ผู้อำนวยการเลือกตั้ง” ถือว่าเป็น “ถุงเงิน” คนสำคัญ จนบางครั้งถึงขั้นมีคนพูดว่า เป็น “เจ้าของคนใหม่” เรียบร้อยแล้ว อะไรประมาณนั้น เพราะหากพิจารณาจากบทบาทก็ต้องบอกว่าใช่เลย เพียงแต่ว่าในทางสาธารณะอาจจะไม่ต้องเปิดตัวออกหน้าออกตาเท่านั้น
ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาจากภาพลักษณ์ของ นายยศชนัน ที่เป็นภาพนักวิชาการ เป็นเทคโนแครต มีภาพลักษณ์ใช้ได้ อีกทั้งด้วยภาพลักษณ์กลยุทธ์ที่บางครั้งใช้วิธีนิ่งเงียบไม่ตอบโต้แบบต่อความยาวสาวความยืด ทำให้การหาเสียงของพรรคเพื่อไทยคราวนี้ไม่ได้สร้างปมขัดแย้งรุนแรงนัก อาจเป็นเพราะรับรู้ถึงเป้าหมายของการเป็น “พรรคตัวแปร” จึงวางน้ำหนักแบบพอดี อยู่กลางไม่สร้างปัญหากับใครมากนัก ยกเว้นในบางพื้นที่ภาคอีสานที่ยังต้องแข่งขันสูงกับพรรคคู่แข่งอย่างภูมิใจไทย แต่ก็ถือว่าไม่ใช่ภาพรวม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประเมินกระแสหรือทำโพลสำรวจของพรรคในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลังลงพื้นที่ต่อเนื่อง ว่า มีตลอด เพราะพรรคมีข้อมูลของคนในพื้นที่นั้น ปัจจุบันมีการลงพื้นที่มาโดยตลอด และพบว่าเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นมาก ซึ่งทำให้มีกำลังใจในการลงพื้นที่ และจะสังเกตได้ว่าตนจะเดินไปแต่พื้นที่ที่สะท้อนถึงเรื่องนโยบาย ซึ่งการที่มาเขตทุ่งครุ เพื่อมารับฟังความเห็นจากพี่น้อง เพื่อนำไปสะท้อนนโยบายของเราเอง
เมื่อถามว่าได้มีการประเมินไปถึงเรื่องตัวบุคคล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัคร นโยบายหรือไม่ว่าคะแนนนิยมพรรคที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ มาจากปัจจัยใด นายยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านเมืองต้องการไปข้างหน้า ดังนั้น การที่เราไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ไม่ไปพูดถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดี แต่เราพยายามพูดถึงนโยบายที่นำไปสู่พี่น้องประชาชนแบบลงรายละเอียด ซึ่งทำให้ทุกคนเริ่มกลับมามองเรา เข้าใจในแนวทางของเรา เพราะเรามีคนที่พร้อมจะทำ และมีประชาชนที่พร้อมจะสอดรับนโยบายเรา ทำให้ 2 - 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น และเราลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าจะเลือกตั้งแล้ว เราลงพื้นที่ เพราะฉะนั้น ความเข้าใจปัญหาในพื้นที่ของผู้สมัครของเรามีค่อนข้างสูง ซึ่งการไปลงพื้นที่ของเราก็เพื่อไปสอบถาม เช่น มาที่ทุ่งครุ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม ก็ต้องมารับฟังปัญหา และกลับไปแก้ไขให้เท่าเทียม เช่น การเดินทางไปพิธีฮัจญ์ ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เรารับประเด็นมา เพื่อนำไปแก้ไข และปรับปรุงปัญหาต่าง ๆ รวมถึงต้องแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด และการคมนาคม
ถามว่านโยบายใดที่จะนำมาพิชิตใจคนกรุงเทพฯ นายยศชนัน กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร มีปัญหาที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตนพยามทำให้ทุกนโยบายมีความเป็นรูปธรรม ซึ่งปัญหาที่เราจะทำได้หรือไม่ได้ กับที่ประชาชนต้องการ อยากให้แยกประเด็น ซึ่งวันนี้ค่าครองชีพสูง ประชาชนเดินทางไม่ได้ ต้องใช้รถทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน้าที่รัฐบาล ก็ต้องไปทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก เชื่อว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกคนเห็นด้วย และวันนี้ได้ออกเครือข่ายแผนที่ขึ้นมา รวมไปถึงทำการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังมีเรื่องค่าไฟฟ้าที่เรากำลังมองหาพลังงานทดแทน เพื่อทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงซึ่งเราเคยทำมาแล้ว จาก 4 บาท เหลือ 3 บาทกว่า รวมไปถึงการเพิ่มโอกาส เช่น การท่องเที่ยว เพราะถ้าการท่องเที่ยวดี นักท่องเที่ยวก็เข้ามา ซึ่งก็มาจากหลากหลายวัฒนธรรม ดังนั้น การที่เรามองว่าการลดรายจ่าย การปลดหนี้ และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน และคิดว่าจำนวนนโยบายไม่ได้สำคัญเท่ารูปธรรมที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง
เมื่อถามว่า การปราศรัยใหญ่ในวันที่ 8 มกราคม ที่ลานคนเมืองกรุงเทพมหานครนั้น จะมีอะไรเด็ดบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า ขอพูดทีเซอร์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคม และความเหลื่อมล้ำ และจะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เราจะลงพื้นที่ส่วนนี้เยอะมาก และในวันพรุ่งนี้ จะเป็นการเปิดนโยบายเกี่ยวกับเชิงสังคม และความเหลื่อมล้ำ
หากพิจารณากันในภาพรวมๆของพรรคเพื่อไทยคราวนี้ ที่เห็นชัดก็คือการผ่องถ่ายจากครอบครัวชินวัตร มาสู่ “ครอบครัววงศ์สวัสดิ์” แม้ว่าจะเป็นวงศ์วารเดียวกัน แต่ถือว่า “ความเข้ม” อาจลดลงกว่าเดิมไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรพรรคการเมืองพรรคนี้ย่อมหมายถึง “ชินวัตร” อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถึงคราวต้องลดบทบาทลงไปตามสถานการณ์ใหม่ เพราะเป้าหมายคราวนี้เพียงแค่รักษาสภาพ “ตัวแปร” สำคัญ เพื่อเป็นรัฐบาลเกาะเกี่ยวอำนาจรัฐไว้ให้ได้ หลังจากนั้นค่อยมาว่ากันอีกที หลังจากที่เจ้าของเดิมคือ นายทักษิณ ชินวัตร จะพ้นโทษออกมา ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว !!



