วงเสวนาชี้ผู้ใหญ่ต้อง “ถอย” เปิดพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างอิสระ สสส. ผนึกภาคี เตือนเยาวชนยังเผชิญปัจจัยเสี่ยง แม้ตัวเลขบางด้านลดลง ชู 4 แนวทางสร้างเมือง–สังคมเป็นมิตร ปั้นวัยรุ่นคิดดี มั่นใจ มีภูมิคุ้มกันระยะยาว
วันนี้( 7 ม.ค.69 )มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว กลุ่มไม้ขีดไฟ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดเวทีเสวนา “เด็กรักสนุก เล่นง่าย ได้เรียนรู้” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 เพื่อชวนสังคมตระหนักถึงบทบาทของการเล่นอย่างอิสระต่อพัฒนาการเด็กและเยาวชน
นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงในเยาวชนจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 ว่า กลุ่มอายุ 15–24 ปี สูบบุหรี่ร้อยละ 11.15 ลดลงจากปี 2564 ที่ร้อยละ 12.7 โดยมีนักสูบหน้าใหม่ไม่เกิน 1 ปี จำนวน 211,474 คน และถึงร้อยละ 68.9 เริ่มสูบในช่วงอายุ 15–19 ปี ขณะที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเดียวกันอยู่ที่ร้อยละ 24.8 ลดลงจากปี 2564 ที่ร้อยละ 34.7 อย่างไรก็ตาม ปัญหาดื่มแล้วขับยังพบร้อยละ 33.06 ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ โดยร้อยละ 25.09 ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นายวิเชษฐ์อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2566 พบกลุ่มอายุ 15–25 ปี เล่นพนันออนไลน์ร้อยละ 32.3 หรือราว 2.9 ล้านคน โดย 1 ใน 4 หรือประมาณ 739,000 คน เสี่ยงเป็นนักพนันหน้าใหม่
นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ สสส. มุ่งสร้างความเข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน เน้นการเล่นเป็นฐานพัฒนาทักษะชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยเสี่ยง ผ่านการทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคี ทั้งด้านวิชาการ การรณรงค์ และการทำงานเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างสังคมปลอดปัจจัยเสี่ยงจากบุหรี่ แอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด การพนัน และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ พร้อมเสริมพลังให้เด็กและเยาวชนใช้บทเรียนชีวิตเป็นแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก
ขณะที่นายศรัทธา ปลื้มสูงเนิน ผู้จัดการกลุ่มไม้ขีดไฟ ระบุว่า การเล่นอย่างอิสระคือหัวใจของการพัฒนาสมองและจิตใจเด็ก โดยผู้ใหญ่ควรปรับบทบาท 4 ด้าน ได้แก่ 1) ถอยเพื่อเพิ่มพื้นที่ เปิดโอกาสให้เด็กใช้จินตนาการและร่างกายอย่างเต็มที่ 2) ถอยเพื่อคืนอำนาจการตัดสินใจ ให้เด็กเป็นเจ้าของการเล่น 3) ถอยเพื่อเป็นผู้สร้างบรรยากาศ จากผู้ควบคุมสู่ผู้สนับสนุน และ 4) ถอยเพื่อประเมินความเสี่ยง เปิดพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ขีดจำกัดของตนเองภายใต้การดูแล ซึ่งจะช่วยสร้างวัยรุ่นที่คิดดี มั่นใจ และมีภูมิคุ้มกัน
ด้านนางปรัชทิพา หวังร่วมกลาง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า การสร้างเมืองเป็นมิตรกับเด็กต้องมี 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ เด็กมีสิทธิและโอกาสเรียนรู้ผ่านการเล่น ผู้ใหญ่ยอมรับคุณค่าของการเล่น สนับสนุนพื้นที่และเวลาการเล่นรอบตัวเด็ก และส่งเสริมบทบาทผู้อำนวยการเล่น เพื่อจัดสภาพแวดล้อมและวัสดุการเรียนรู้ที่หลากหลาย
นายอนุลักษณ์ เอี่ยมสี ตัวแทนเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวเสริมว่า เครือข่ายฯ นำการเล่นมาเชื่อมโยงกับการเรียนรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยง ผ่านฐานกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น การจำลองอาการเมาด้วยถุงถ่วงน้ำหนัก เพื่อให้เด็กเห็นผลกระทบจากแอลกอฮอล์โดยตรง ช่วยให้คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตนเอง อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน


