เลขาฯกกต. เตือนงบเลือกตั้ง-รณรงค์ประชามติของพรรคการเมืองต้องแยกให้ดี หวั่นผู้สมัครขึ้นเวทีสื่อสับสนพูดนโยบายกับรณรงค์ เล็งจัดดีเบตประชันนโยบายหาเสียงช่วงปลายเดือน
วันนี้ (6ม.ค.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวหลังร่วมการประชุมการจัดสรรเวลาออกอากาศให้พรรคการเมืองหาเสียง ว่า กรอบเวลาในการที่จะเผยแพร่นโยบายของพรรคการเมือง จะเป็นช่วง 10 วันก่อนการเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็น 5 วันแรกเป็นนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่จัดทำส่งมายังกกต.ส่วนอีก 5 วันหลังเป็นการดีเบตประชันนโยบาย ซึ่งสำนักงานกกต.เป็นผู้จัดในช่วงปลายเดือนม.ค.-ก.พ. ซึ่งการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง กกต.จะตรวจสอบ 2 เรื่องคือเนื้อหา ว่ามีการใช้ถ้อยคำหรือลักษณะนโยบายที่จะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ และอย่างที่ 2 ตรวจสอบคุณภาพวัสดุที่จะนำไปเผยแพร่เป็นไปตามที่สถานีวิทยุหรือกสทช.กำหนด
ส่วนการนำนโยบายไปเผยแพร่ทางช่องทางออนไลน์แล้วเกิดมีรายได้ไม่ได้อยู่ในส่วนของสำนักงานฯ แต่กกต.มองในแง่การไปเผยแพร่ให้กว้างขวาง และครอบคลุม แต่ต้องนำไปเสนอให้ครบทุกพรรคเพื่อให้เกิดความเสมอภาค ส่วนความยาวนโยบายของแต่ละพรรคจะได้เวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งความยาวของคลิปจะมีการกำหนดระยะเวลาไว้
นายแสวง ยังกล่าวถึงงบประมาณในการจัดเลือกตั้งและทำประชามติของพรรคการเมืองว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นว่ามีพรรคการเมืองใดมีปัญหาแต่ถ้ามีปัญหาก็สามารถสอบถามมายัง กกต. หรือดูข้อกฎหมายมาตรา 23 ได้แต่บอกได้ว่าเงินของพรรคการเมืองทุกบาททุกสตางค์ต้องอยู่ใน กฎหมายพรรคการเมือง โดยการเลือกตั้งสส. ทางหนึ่งต้องรายงาน กกต. ว่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ อีกทางหนึ่งต้องอยู่ในงบดุลของพรรค สำหรับประชามติไม่มี แต่ก็ต้องอยู่ในกฎหมายพรรคการเมือง
" ปัญหาครั้งนี้ประชามติมาซ้อนกับการเลือก สส. พอดี แต่ก็ต้องดูว่าเป็นเงินหาเสียงหรือเงินประชามติ ถ้าเป็นเงินประชามติอย่างเดียวก็ไปลงที่งบดุลพรรคการเมือง แต่ถ้าเป็นเงินของ สส. ก็ต้องรายงานแบบบัญชีรายชื่อกับแบบงบดุลพรรคการเมือง และอีกปัญหาหนึ่งคือเมื่อเราขึ้นเวทีต้องดูว่าเรากำลังพูดเรื่องอะไร ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าพรรครู้ดีและต้องระวังตัวเอง เพิ่งคิดว่าดูได้ง่ายว่ากำลังหาเสียงก็คือการหาคะแนนนิยม เหมือนการบอกนโยบายที่จะแก้รัฐธรรมนูญ เราก็บอกนโยบายว่าอยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งเราพูดได้ แต่ถ้าไปรณรงค์ให้เห็นชอบหรือไม่เห็นนั้น มีข้อกังวลว่าเมื่อผู้สมัครไปขึ้นเวทีของสื่อมวลชนและผู้ดำเนินรายการอาจมีการถามทั้งนโยบายและประชามติถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องพิจารณาให้ดี"


