xs
xsm
sm
md
lg

สำนวน "สินบนทอง" หมื่นหน้า! อีก "10 คลิป" จะเปิดให้ดูจะจะวันนี้ "โจ๊ก" โปรดรอชม ! ** “ไอซ์ รักชนก” หนังหน้าไฟ“พรรคส้ม” ในสถานการณ์กระแสทหารตีกลับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว




++ สำนวน "สินบนทอง" หมื่นหน้า! อีก "10 คลิป" จะเปิดให้ดูจะจะวันนี้ "โจ๊ก" โปรดรอชม !

"ติ่งโจ๊ก" หรือ ผู้ชื่นชอบ "โจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. จะยังพูดแบบแผ่นเสียงตกร่องเหมือนเดิมว่า "โจ๊กถูกกลั่นแกล้ง" หรือไม่ ถ้าได้รับรู้ความเคลื่อนไหว "คดีติดสินบนทอง" เมื่อวานนี้ (5 ม.ค.)

เพราะ“บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมคณะพนังานสอบสวน ได้นำสำนวนการสอบสวน และพยานหลักฐานสำคัญ เข้ายื่นต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการกับกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลที่เกี่ยวข้องเรียบโร้ย...

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
งานนี้ น่าจะทำให้ "ติ่งโจ๊ก" ตาสว่าง เพราะสิ่งที่ “บิ๊กเต่า” หอบไป ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ ไม่ใช่โพสต์โซเชียลฯ แต่คือ สำนวนคดีหนากว่า10,000 หน้า บรรจุใน 7 กล่อง 38 แฟ้ม!

สำนวนหนาระดับนี้ ย่อมเป็นประจักษ์ชัดแจ้งว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำมาเพื่อกลั่นแกล้งใคร แต่ทำมาเพื่อ "ปิดทางปฏิเสธ"
เอกสารหมื่นหน้า คือ ผลรวมของการไล่เส้นทางการเงิน การเชื่อมโยงบุคคล และพฤติการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายด้วยคำว่า “บังเอิญ” ได้อีกต่อไป

และยิ่งหนักขึ้นไปอีก เมื่อรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย มีทั้งข้าราชการปัจจุบัน อดีตข้าราชการ พลเรือน รวมถึง"กรรมการป.ป.ช." ที่ยังนั่งอยู่ในตำแหน่ง โดย "บิ๊กเต่า" ยื่นคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช. รายนี้ ขอให้ระงับการเข้าร่วมพิจารณาหรือสอบสวนในคดีนี้

ฟังว่า 90% ของคดี ถูกสอบสวนเสร็จแล้ว ข้อกล่าวหาถูกแจ้งไปแล้ว ที่เหลือไม่ใช่จะทำต่อไหม แต่เป็นเพียงจะปิดอย่างไรให้จบตามขั้นตอน!!

เมื่อถูกถามถึงแรงสะเทือนจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหาชื่อของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “โจ๊ก” ยังคงถูกโยงถึงทุกคำถาม "บิ๊กเต่า" ยังยืนยันเหมือนเดิม "ไม่มีการกลั่นแกล้ง ไม่มีอารมณ์ส่วนตัว"

เหตุผลเพราะพยาน หลักฐาน ที่เดินมาถึงปลายทางของมันเอง

และจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีนี้ ไม่ใช่แค่เอกสารหมื่นหน้า

แต่คือ “คลิป” ที่จะถูกเปิดในวันนี้ (6ม.ค.) เวลา 10.00 น.!

วงในกระซิบกันว่า ตำรวจมีในมือกว่า 10 คลิป เหล่านี้ไม่ใช่คลิปเล่าเรื่องย้อนหลัง แต่เป็นคลิปที่จะพูดแทนเอกสารในสำนวน และเชื่อว่า "โจ๊ก" จะปฎิเสธไม่ได้ไปโดยปริยาย

นี่จึงไม่ใช่การแถลงข่าวเปิดคลิปประกอบ แต่คือการ "เปิดพฤติการณ์แห่งคดี” สู่สายตาประชาชน

เปิดให้เห็นจะจะ... งานนี้จะได้คำตอบชัดๆ ว่า ใครทำอะไร ยังไง !?

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว
สำหรับสถานีต่อไปของคดีนี้ เมื่อคดีถึงมือของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเลือกไต่สวนเอง ตามกระบวนการองค์กรอิสระ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดแต่ใช้เวลา

หรือจะส่งสำนวนกลับให้ตำรวจเดินหน้าในระบบกล่าวหา ที่เร็วกว่า ชัดกว่า และปิดเกมได้ภายในไม่กี่เดือน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ป.ป.ช.

พร้อมย้ำได้รับคำยืนยันตรงจากป.ป.ช. ว่า ต้องการปัดกวาดบ้านตัวเองเหมือนกับที่ตำรวจทำ ไม่มีช่วยเหลือ ไม่มีเซฟใคร มีพยานหลักฐานอะไร ก็ว่ากันไปตรงไปตรงมา!

ใครมีชื่อในสำนวน ย่อมหนีไม่พ้นกระบวนการ

ขณะที่อีกหนึ่งคดีที่สังคมจับตา คือกรณีของ "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร.และพวกซึ่งถูกกล่าวหาเชื่อมโยงกับเว็บพนัน

“บิ๊กเต่า”ย้ำว่า ขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. และคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.)
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่สามารถจะไม่เข้าไปแทรกแซง

ส่วนประเด็นข้อครหาสองมาตรฐานที่ "โจ๊ก" และ "ติ่ง" เอามาอ้างนั้น "บิ๊กเต่า" ตอบแบบตรงไปตรงมาว่า ไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล

เหตุที่คดีของ “โจ๊ก” เดินเร็วกว่า เพราะกระบวนการสอบสวนเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัย "บิ๊กเด่น" พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เป็น ผบ.ตร. และที่สำคัญกว่า คือมีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงชัดเจน ตั้งแต่ต้น

เพราะฉะนั้น ขอให้สังคมมองคดีนี้บนข้อเท็จจริง และขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่อารมณ์ หรือกระแสในโซเชียลมีเดีย

สรุปว่า เมื่อคดีเดินมาถึงจุดนี้แล้ว หลักฐานหมื่นหน้า และคลิปอีกกว่า10คลิป ที่จะเปิดย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการสร้างกระแส "โดนกลั่นแกล้ง" ของ "โจ๊ก" และ"ติ่ง"..นะครับนะ .

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
++ “ไอซ์ รักชนก” หนังหน้าไฟ“พรรคส้ม” ในสถานการณ์กระแสทหารตีกลับ

ในการเลือกตั้ง ปี2566 ที่ผ่านมา “พรรคส้ม” ซึ่งตอนนั้นยังเป็นพรรคก้าวไกล มี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ คู่ต่อสู้โดยตรงในสนามเลือกตั้งของพรรคส้ม คือ ขั้วอำนาจ “3 ป.” หรือพรรคลุง ซึ่งก็คือ พรรคพลังประชารัฐ ของ “ลุงป้อม” และ รวมไทยสร้างชาติ ของ“ลุงตู่”

ส่วนพรรคเพื่อไทย หรือ “พรรคสีแดง” นั้นเป็นแนวร่วมกับพรรคส้ม เหมือนพรรคพี่ พรรคน้อง ไม่สาดน้ำลายใส่กัน

วาทกรรมของพรรคสีแดงนั้น ในการหาเสียงก็คือ... ปิดสวิตซ์ 3ป. ปิดสวิตช์สว. คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

ส่วนพรรคส้ม นอกจากประดิษฐ์วาทกรรม “มีเรา ไม่มีลุง” แล้วยังพุ่งเป้าโจมตีสถาบันกองทัพในภาพรวมด้วย อย่างเช่น ...
มีทหารไว้ทำไม?...รบไปก็แพ้...กองทัพยุคใหม่ไม่ต้องใช้เรือรบ ใช้เรือตังเกก็พอ ... ต่อไปเขาไม่ต้องรบกันแล้ว ถ้าผู้นำฉลาดพอ...

คำพูด “ด้อยค่าทหาร” เหล่านี้ ผู้นำพรรคอย่าง “พิธา” จะหยิบยกขึ้นมาพูดบ่อยๆ บนเวทีหาเสียง

ทำให้ลูกพรรคสุภาพสตรี ที่ลงสมัคร สส.ในเขตบางซื่อ ดุสิต ที่เป็นเขตทหาร ถึงกับกล้าตั้งคำถาม เรื่องซื้อเรือดำน้ำ มีประโยชน์อะไร สู้เอามาซื้อผ้าอนามัยแจกคนมีประจำเดือน ที่เป็นกลุ่มเปราะบางดีกว่า แถมคำนวณให้เสร็จสรรพว่า เรือดำน้ำหนึ่งลำ เท่ากับผ้าอนามัย กี่ชิ้น!!

โจมตี สาดน้ำลายใส่กองทัพ กันถึงขนาดนั้น

แต่การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในครั้งนี้ เป็นช่วงที่คาบเกี่ยวกับสงครามไทย-กัมพูชา ประชาชนทั้งประเทศเห็นชัด ว่าทหารปฏิบัติหน้าที่ “เป็นรั้วของชาติ” อย่างเข้มแข็ง ยอมพลีชีพ เพื่อปกป้องธิปไตย และดินแดน

เมื่อเกิดกระแสตีกลับคำ พูดต่างๆ ที่เคยพูด เคยโจมตี ด้อยค่าทหารเอาไว้ จึงกลับมาหลอนคนของพรรคส้ม ในระหว่างการออกหาเสียงเลือกตั้งวันนี้

แล้วดูเหมือนว่า “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ที่มีบุคลิก แกร่ง ทน พร้อมตอบโต้ จึงได้รับบท “หนังหน้าไฟ” ในการรับมือกับแรงกระแทกเหล่านี้

แต่คำชี้แจง ตอบโต้ของ “ไอซ์” ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงออกถึงการเสียดเย้ย อยู่ในที อย่างเช่น... รู้แหละ ว่าทหารมีหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ รักษาอธิปไตย ไม่ใช่มีไว้เพื่อไปเป็นคนใช้บ้านนายพล ไปเลี้ยงไก่ ตัดหญ้า ซักกางเกงใน หรือไม่ได้มีหน้าที่ในการบริหารสนามกอล์ฟ สนามมวย รีสอร์ตริมทะเล โรงแรมต่างๆ รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5

“ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ได้มาโพสต์ ชื่นชมการทำงานของ “ไอซ์ รักชนก” ว่าเป็น สส.รุ่นใหม่ ที่มีความโดดเด่น “มีแสง”คนหนึ่ง แต่สิ่งที่ “ไอซ์” ตอบมานั้น เหมือนตอบไม่ตรงคำถาม เพราะไม่ใช่ประเด็นหลัก ที่ทำให้สังคมโกรธเคืองพรรคส้ม

รักชนก ศรีนอก
“ไอซ์” คงได้รับการมอบหมายจาก “ธนาธร” หรือ “เท้ง” ให้ออกมารับหน้า แต่“ไอซ์” พูดโดยไม่เข้าใจเกี่ยวกับ “สายการบังคับบัญชา” และธรรมเนียมของทหาร ที่มีตั้งแต่ระดับนายพล ลงไปถึง พลทหาร

บรรดาทหารเกณฑ์เมื่อแรกเริ่มเข้ามา อาจจะถูกใช้จริงอย่างที่ “ไอซ์”ว่า แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เท่ากับการที่บอกว่า “ทหารมีไว้ทำไม ? ”

การที่ พรรคส้มบอกว่า “หากมีสงคราม ก็ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะรบชนะ” นั้นมันบาดใจทหาร และคนไทยมาก... เพราะผลงานเห็นกันอยู่ว่า ทหารไทย รบชนะ ใช้อาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปกป้องดินแดนของไทย แม้จะมีทหารเสียชีวิตไปถึง 27 ราย บาดเจ็บขาขาดอีกหลายสิบนาย ก็ตาม

ยิ่ง “ไอซ์- โรม- เท้ง-ธนาธร” พูดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลเสีย ทั้งๆที่อาจมีความหวังดีอยู่ก็ตาม

ดังนั้นคนเป็นนักการเมือง ควรต้องรู้จัก “เวลาที่ควรพูด และเวลาที่ควรเงียบ”

เมื่อพูดผิดไปแล้ว ต้องยอมรับและแก้ไข นี่ต่างหากที่เป็น "การเมืองใหม่" ไม่ใช่ ตะแบง เถียงชนฝาแบบ "การเมืองเก่า"

“ชูวิทย์” ทิ้งท้ายไว้ว่า... คนไทยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอควร ก็เริ่มรู้แล้วล่ะว่า หากให้โอกาสพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลพรรคเดี่ยวแล้วจะทำให้ดูนั้น มันเสี่ยงแค่ไหน ?!


กำลังโหลดความคิดเห็น