"อนุทิน" นั่งหัวโต๊ะถกขับเคลื่อนภารกิจสําคัญมหาดไทย ขอบคุณข้าราชการ-อาสาสมัคร ดูแลประชาชนช่วงปีใหม่แบบไม่เหน็ดเหนื่อย พร้อมขอบคุณฝ่ายปกครอง-ชรบ.เครือข่ายร่วมพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รักษาอธิปไตยไทย หวังไม่มีปะทะรอบ 3 ขอให้มั่นใจหากเกิดอุบัติเหตุความไม่สงบ กกต.มีแนวทางจัดเลือกตั้ง ลั่ย ขรก.ต้องวางตัวเป็นกลาง ต้องไม่ช่วยไม่บี้ใคร เชื่อคงเลือกพรรคที่รักคนที่ชอบ บอกทำงาน 3 ปีแยกชัดไม่เคยขอให้ช่วย แจงเหตุไม่เข้ากระทรวงแยกแฟ้มไปเซ็นทำเนียบ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ม.ค.ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสําคัญของ กระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือว่าเป็นการประชุมเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกันและขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่าน ขอให้ทุกท่าน ได้รับสิ่งที่เป็นสิริมงคล เป็นกำลังใจในการทำงาน รับใช้ประเทศไทยและประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อบันดาลความมั่งมีศรีสุข ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข พร้อมขอบคุณข้าราชการมหาดไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิบดีและอาสาสมัครทั่วประเทศ ที่ปฏิบัติงานดูแลประชาชนมาโดยตลอด ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ทุกคนดำเนินงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจร กลับภูมิลำเนาของประชาชน ได้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกคน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าว ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดฝ่ายปกครอง นำคำขอบคุณไปยังข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่และท้องถิ่น พี่น้องชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านหรือ ชรบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ดูแลประชาชนจากความทุกข์ยากและลำบาก โดยระหว่างที่เกิดปัญหาชายแดนไทย -กัมพูชา ฝ่ายปกครองและเครือข่าย ได้ทำหน้าที่ร่วมกันรักษาอธิปไตยของชาติไทย ทำหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เฝ้าระวังสถานการณ์ และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ที่อาศัยตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ประชาชนต้องอพยพมาอยู่ศูนย์พักพิง จะเห็นการบริหารจัดการ ที่ทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจในสภาวะการ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เรื่องของการดูแล ให้ข้าวของอาหาร การกินเครื่องนุ่งห่ม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเอาใจใส่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ในช่วงที่ต้องการกำลังใจจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ตนขอยืนยันว่าทุกท่านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ตนได้ใช้โอกาสในช่วงวันหยุด เทศกาลปีใหม่ ลงพื้นที่ตามแนวชายแดน ไม่ใช่พบแต่ฝ่ายทหารที่ทำหน้าที่ แต่ยังไม่พบกับฝ่ายปกครอง และได้เห็นความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชมเชย จึงขอชมผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูแลบริหารสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายทั้งดีและไม่ดี ขณะที่สถานการณ์ภัยพิบัติวาตภัย ที่เกิดขึ้น ก็ขอให้ถอดบทเรียนเตรียมการ กรณีที่เกิดขึ้นอีก ซึ่งเกิดขึ้นแน่ๆและความรุนแรงจะเป็นเท่าไหร่นั้นก็แล้วแต่สภาพของพื้นที่และธรรมชาติ อย่างไรก็ตามการดำเนินการ ให้การดูแลประชาชน และรองรับสถานการณ์ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลาย ทำเป็นแผนเผชิญเหตุ ที่สามารถ นำมาปฏิบัติได้ทันที สิ่งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ถึงแม้ว่า เราจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก แต่คนที่ลงไปอยู่ในพื้นที่จะเห็นว่า ทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เป็นสถานการณ์ที่เกิดความคาดหมาย แต่อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถบอกได้ว่าความเต็มที่ของเรา ไม่ต้องไปยกระดับหรือปรับปรุงอะไรอีกแล้ว ตรงกันข้ามขอให้ถอดบทเรียนสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าถ้าเกิดสถานการณ์ขึ้นอีก จะทำอย่างไร ตนเชื่อว่าอาจจะเกิดมากขึ้น แต่ขอให้เตรียมตัวให้ทุกอย่างเข้าที่ ภายใน 2-3 วันนี้ พร้อมทั้งบูรณาการ ความร่วมมือเพื่อให้แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง ความพร้อมใน การเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ได้รับทราบว่ากระทรวงมหาดไทยได้เยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยและภัยต่างๆ ตั้งแต่จังหวัดทางภาคเหนือจนถึงภาคใต้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ต้องขอขอบคุณทุกท่านในความร่วมมือ และประสิทธิภาพของงานที่ได้ทำอย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรี กล่าวฝากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือปภในการแจ้งเตือนภัยประชาชนโดยเฉพาะ เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการเตือนภัย ว่าเราได้ลงทุนไปแล้วเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี พร้อมย้ำว่าการสื่อสารคือความสำคัญ ที่ต้องส่งไปยังประชาชน เพราะหากประชาชนเดือดร้อน ความรับผิดชอบก็จะตกมาที่พวกเรา ในฐานะที่เป็นฝ่ายปกครองจึงขอให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่
นายอนุทิน ยังกล่าวเรื่องการ เตรียม ความ พร้อม รับมือสถานการณ์ภัยแล้งและฝุ่นละอองขนาดเล็กว่าขอให้ กำชับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องของการเผา เพื่อรักษาสถานการณ์และเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาของฝุ่นละออง PM 2.5 ที่จะมาแทนปัญหาน้ำท่วม
ขณะที่การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน กรมการปกครองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทำหน้าที่ 1 กำลังแนวหลังเป็นแนวสนับสนุนได้เป็นอย่างดี แม้ว่าขณะนี้จะมีการยุติการโจมตีซึ่งกันและกันแล้ว แต่ขอฝากให้ ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท ในการดูแลประชาชน อย่างการจัดตั้งศูนย์พักพิง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 7 จังหวัดชายแดน ให้มีความร้อนอยู่ตลอดเวลา เราหวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นอีกเป็นระลอกที่ 3 หลังจากที่มีการเจรจาและลงนาม ข้อตกลงร่วมหรือ Joint statement เพราะฝ่ายไทยได้กำหนดข้อกำหนดต่างๆมามากพอสมควร มั่นใจว่าทุกฝ่าย จะรักษาในข้อผูกมัดซึ่งกันและกันและคงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก. ส่วนการเจรจาพื้นที่เขตแดนถือว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา JBC. คณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือ GBC. คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคหรือ RBC. ขณะเดียวกันขอให้เร่งสำรวจความเสียหายของประชาชนโดยเฉพาะเคหะสถานที่ถูกโจมตี ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจะต้องให้การดูแลและซ่อมแซม ช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม พร้อมกำชับให้เร่งสำรวจให้ดีเพราะฝ่ายปฏิบัติมีงบประมาณที่จะดูแลช่วยเหลือเรื่องนี้อยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ได้ข่าวมาว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ หลายจังหวัดมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สะท้อนว่าให้ความเชื่อมั่นในประเทศไทย และสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ตนได้รับรายงานจากทุกภาคส่วนว่ามีความคึกคัก โดยเฉพาะพื้นที่ภูเก็ต จึงขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด เอาใจใส่และดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลง มาหลายคนจะรู้สึกว่าอัตราไม่ดีขึ้น แต่ตนได้เดินทางไปตรวจตามจุดต่างๆ เห็นว่าดีขึ้นยกเว้นถนนสายใน ที่มีปัญหาเดิมๆ เช่นไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ จึงขอให้จัดหมวดอุบัติเหตุแยกอย่างชัดเจน ไม่ใช่รวมกันไปหมด ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดประโยชน์อะไร เดี๋ยวช่วงสงกรานต์ค่อยมากำหนดให้ชัดเจนกันอีกที
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หากเกิดอุบัติเหตุที่เกิด ขอให้มั่นใจ ว่าถ้ามีสถานการณ์ความไม่สงบ หรือความไม่ปลอดภัย คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะมีแนวทางในการดำเนินการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านดำรงตนเป็นกลางอย่างเต็มที่ ให้เขาสู้กันไปไม่ใช่ไปเลือกข้าง เพราะพรรคการเมืองทั้งหลายต้องการให้ข้าราชการทุกฝ่ายดำรงตนเป็นกลางอย่างเต็มที่ ไม่ช่วยใคร หรือบี้ใคร ทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าทุกคนทำเช่นนี้ได้ระบบราชการก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คนที่เข้ามาก็จะไม่รู้สึกอึดอัดอะไรที่จะทำงานด้วยกันต่อไป พร้อมกับกล่าวอีกว่า หากขอให้ดำรงใจเป็นกลางคงไม่ได้ เพราะท่านก็คงไปเลือกพรรคที่รัก คนที่ชอบ แต่ในภารกิจหน้าที่การงานขอให้ดำรงความเป็นกลางให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้ไม่มีการยกอ้างอะไรจากฝ่ายการเมือง เราทำงานกันมา 3 ปีแล้ว ทุกท่านคงเห็นว่าตนไม่เคยไปขอให้ช่วยอะไร เพราะตนแยกเรื่องการเมืองชัดเจน ไม่เคยคุยกับท่าน เพราะเป็นหน้าที่ของท่านไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการเมือง
นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนประชุมกระทรวงมหาดไทยเดือนละครั้ง แฟ้มถูกย้ายไปอยู่ที่ทำเนียบ จึงไม่ได้เข้ากระทรวง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำงาน เพราะตนทำหน้าที่ควบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พยายามทำให้ประสิทธิภาพของงานเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว


