“พิพัฒน์” ไม่หวั่นผลโพล ย้ำภูมิใจไทยเดินด้วนสโลแกน "พูดแล้วทำพลัส" มั่นใจได้ ส.ส.ตามเป้า ชวนคนใต้ร่วมทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี
ที่จังหวัดพัทลุง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง พร้อมยืนเคียงข้างผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย เขต 1 นาวาอากาศเอก ดร.อธิคุณ คงมี (ผู้การจุน) เบอร์ 4 เขต 2 นาย วรท เทอดวีระพงศ์ (ปลัดเม่น) เบอร์ 1 เขต 3 นาย เขมพล อุ้ยตยะกุล (มุนินทร์) เบอร์ 3 รวมถึงผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ เบอร์ 37 คือ นายชลัฐ รัชกิจประการและ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ โดยย้ำว่าทีมผู้สมัครทั้งหมดจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดพัทลุงอย่างเป็นรูปธรรม
.
นายพิพัฒน์ ระบุว่า ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2562 ที่พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส. ในพื้นที่ ประชาชนพัทลุงได้เห็นพัฒนาการด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านคมนาคม ทั้งการขยายถนนสายหลัก และโครงการสำคัญที่ผลักดันมาต่อเนื่องจนได้รับงบประมาณแล้ว อาทิ โครงการสะพานมโนราห์ข้ามทะเลสาบสงขลา–พัทลุง สะพานข้ามเกาะลันตา และศูนย์อนุบาลลูกปลาน้ำจืดอิรวดี ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทยในการนำความเจริญและโอกาสใหม่ ๆ มาสู่จังหวัดพัทลุงอย่างต่อเนื่อง
.
นายพิพัฒน์ ระบุว่า กระแสของภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ เป็น “กระแสความคาดหวัง” ของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง หลังจากภาคใต้เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาที่ไม่ทั่วถึงมาเป็นเวลานาน
.
จากการพูดคุยกับพี่น้องประชาชน หลายคนสะท้อนตรงกันว่า อยากเห็นนักการเมืองที่เข้าใจชีวิตจริงของคนใต้ เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจ งาน รายได้ และอนาคตของลูกหลาน ซึ่งผมมองว่านี่เป็นสัญญาณบวกต่อภูมิใจไทย เพราะเราเดินการเมืองด้วยการทำงาน ไม่ใช่แค่การพูด แต่ต้อง “พูดแล้วทำ พลัส” ด้วย นายพิพัฒน์ กล่าว
.
ส่วนกรณีกระแสทางการเมืองภายหลังการลงพื้นที่ของ พรรคการเมืองอื่น ที่จังหวัดสงขลา รวมถึงผลสำรวจความคิดเห็นของโพล ซึ่งระบุว่า ประชาชนในจังหวัดสงขลาบางส่วนยังให้ความนิยมต่อบุคคลทางการเมืองบางราย นายพิพัฒน์ มองว่า โพลเป็นเพียงภาพสะท้อนความคิดเห็นในช่วงเวลาหนึ่ง และไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกตั้ง
.
“ผมเคารพทุกผลโพล แต่การเลือกตั้งจริงตัดสินกันที่ชีวิตจริงของประชาชน โพลไม่สามารถแทนเสียงของคนทั้งจังหวัดหรือทั้งภาคได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือ ใครทำให้คนใต้มีอนาคตที่ดีขึ้นได้จริง” พร้อมย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยจะดึงความเชื่อมั่นกลับมาด้วยผลงาน นโยบาย และการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น ถนนวงแหวน อำเภอหาดใหญ่ เพื่อลดความแออัดของการจราจร การเพิ่มระบบระบายน้ำ ในตัวเมืองชั้นใน เพื่อแก้ไขลดความเสี่ยงภัยพิบัติในระยะยาว และ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-พัทลุง ส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้พี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง เป็นต้น
.
สำหรับช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง นายพิพัฒน์ ในฐานะแม่ทัพภาคใต้ ระบุว่า กลยุทธ์หลักของภูมิใจไทยคือการสื่อสารนโยบายภายใต้แนวคิด “ขอโอกาสทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” ซึ่งตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ภาคใต้เคยให้โอกาสทางการเมืองพรรคอื่น มาแล้วหลายครั้ง วันนี้ถึงเวลาที่พี่น้องประชาชนจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า โอกาสนั้นกลับมาถึงคนใต้มากพอหรือยัง ภูมิใจไทยขอเป็นทางเลือกใหม่ เพื่อทวงคืนโอกาสที่ควรเป็นของคนใต้เพื่อคนใต้” นายพิพัฒน์ กล่าว
.
เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคใต้ นายพิพัฒน์ ระบุว่า พรรคตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 30–31 ที่นั่ง และจากกระแสตอบรับในพื้นที่ขณะนี้ มีความเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์อาจออกมาดีกว่าที่คาด หากประชาชนเห็นว่านโยบายและแนวทางการทำงานของภูมิใจไทยตอบโจทย์ชีวิตจริง
.
ดังนั้น ผมไม่อยากประเมินตัวเลขล่วงหน้า เพราะสุดท้ายเสียงตัดสินอยู่ที่ประชาชน แต่จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผมมั่นใจว่าแนวทางของภูมิใจไทยกำลังได้รับความสนใจ และมีโอกาสทำผลงานได้ตามเป้าอย่างแน่นอน” นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย


