xs
xsm
sm
md
lg

“ชลน่าน” จวก ”อนุทิน” แก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซากตั้งแต่โควิดถึงน้ำท่วมใต้ ชี้เยียวยาเสียชีวิตรายละ 2 ล้านหวังกลบกระแสโจมตี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ชลน่าน” จี้รัฐเร่งช่วยเหลือดูแลการเจ็บป่วยของประชาชนหลังน้ำลด ชี้ ”อนุทิน” แก้วิกฤตล้มเหลวซ้ำซาก ตั้งแต่โควิดมาจนถึงน้ำท่วมใต้ เชื่อเยียวยาผู้เสียชีวิต 2 ล้าน หวังกลบกระแสโจมตีรัฐบาล


นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปีนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โดยรวมเลวร้ายมาก มีคนตายนับร้อย เพราะปริมาณน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าเข้าท่วมในหลายจังหวัด ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ประชาชนยังต้องจมอยู่กับน้ำในหลายพื้นที่ โดยจากรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กินพื้นที่ 105 อำเภอ 723 ตำบล 5,381 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,226,627 ครัวเรือน 3,542,583 คน หนักที่สุดคือพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพราะต้องยอมรับว่า หาดใหญ่คือศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ ดังนั้นผลที่ตามมาคือความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ประเมินค่าไม่ได้ และหลายฝ่ายประมาณการณ์ในพื้นที่หาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้อีกนานกว่าจะฟื้นตัวกลับมาเช่นเดิม

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แม้จะออกมา ขอโทษประชาชน แต่กว่าจะยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดมาจากการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด การบริหารจัดการบกพร่องอย่างร้ายแรงมันช้าไปมาก เพราะจากการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาดล้มเหลว ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ ประชาชนเสียชีวิตที่ล่าสุดมีมากกว่า ร้อยคน ในขณะเดียวกันพบว่าภาคธุรกิจพังยับ ประชาชนหลายแสนคน หลายหมื่นครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัว บ้านพัง ทรัพย์สินหาย ไปกับน้ำ ล่าสุด นายอนุทิน รีบประกาศความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมรายละ 2 ล้าน เป็นเจตนาประกาศออกมาเพื่อกลบกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่ประสบเหตุออกมาต่อต้าน ขับไล่ ทำให้นายอนุทิน ต้องรีบพูดเพื่อหวังกลบกระแสวิจารณ์สถานการณ์ตอนนี้ จำเป็นต้องพูดถึงมาตรการการเยียวยาช่วยเหลืออย่างอื่นที่จำเป็นก่อนไหม หรือบทเรียนจากภัยโควิดไม่ได้ทำให้คุณอนุทินเรียนรู้อะไรนอกจากเสียน้ำตา การบริหารภาวะวิกฤต จึงล้มเหลวซ้ำซาก

“สิ่งที่ต้องดำเนินการคือรัฐบาลต้องระดมกำลังเร่งอพยพประชาชน และต้องระดมแพทย์และพยาบาลให้การดูแลประชาชนที่ประสบเหตุเพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบทั้งร่างกายและจิตใจประชาชนมาก ประชาชนยังหวาดระแวง ต้องคิดเสมอว่าทุกคนที่ประสบภัยเป็นคนป่วย คาดการณ์ว่ามีจำนวนนับแสนคน คณะแพทย์ต้องเร่งนำประชาชนเข้าสู่การดูแลด้านสุขภาพทั้งร่างกายจิตใจ เตรียมสถานบริการทางการแพทย์ รพ.สนาม เครือข่ายส่งต่อ ระดมทีมแพทย์ พยาบาลอาสา บุคคลากรทางการแพทย์ เครื่องมือ ยาเวชภัณฑ์ ให้พร้อมที่จะรองรับ นอกจากนี้ควรเร่งป้องกันโรคระบาด โรคที่มาจากน้ำ โรคฉี่หนู ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา สำหรับคนที่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสำรวจ ตรวจสอบ เร่งรัด จัดเก็บ เพื่อดำเนินการตรวจอัตลักษณ์ บุคคลอย่างรวดเร็วเพื่อส่งมอบให้ญาติเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป หลังจากนี้จึงประกาศมาตรการช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติ เร่งฟื้นฟู ให้คืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว ทุกหน่วยงานรัฐต้องบูรณาการการทำงาน ที่สำคัญผู้บัญชาการหน่วยงานต้องชัดเจนอย่ามั่วเหมือนที่ผ่านมาเพราะจะส่งผลให้การทำงานล่าช้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะปัญหาของประชาชนรอไม่ได้” นายแพทย์ชลน่านกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น