เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ศิษย์เก่าด้านการจัดการนโยบาย เน้นยุทธศาสตร์ (Policy Management-Majoring Strategy) มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ศิษย์เก่าด้านวิทยาการข้อมูลและระเบียบวิธี (Data Science & Methodology) มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ศิษย์เก่าด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศิษย์เก่า รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย รามคำแหง ได้เผยแพร่เรื่องยุทธศาสตร์ 3 วันเปลี่ยนวิกฤตศรัทธาเป็นคะแนนนิยม ระบุว่า หลังน้ำลด ปัญหาที่ประชาชนเจอหนักที่สุดไม่ใช่แค่ชีวิตพัง บ้านพัง รถเสีย หรือรายได้หยุดแต่คือหนี้กองโตเดินต่อไม่หยุดรอบนความทุกข์ของประชาชนโดยไม่สนใจว่าวิกฤตเพิ่งผ่านพ้นไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้ SME ร้านค้า หรือหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ทุกอย่างกำลังกลายเป็น “มหาภัยน้ำท่วมลูกที่สอง” ซ้ำเติมความเจ็บปวดของชาวใต้ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายของรัฐบาลที่จะฟื้นศรัทธากลับมาได้ มาตรการฟื้นชีวิตผู้รอดจึงต้องชัดเจนว่า ไม่ใช่แค่สัญญา แต่ต้อง 1) เป็นเงิน2) เป็นเวลา 3) เป็นสิทธิ ที่ประชาชนได้ใช้จริงทันที
ยุทธศาสตร์ 3 วันเปลี่ยนวิกฤตศรัทธาเป็นคะแนนนิยม
ยุทธศาสตร์นี้เรียกว่า ยุทธศาสตร์ชุบชีวิตผู้รอด (Recovery First Strategy)
“เงินต้องถึงมือทันที – หนี้ต้องหยุดทันที – ชีวิตต้องเดินต่อได้ทันที”
หลังน้ำลด ความเสียหายที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นให้เห็นคือ ชีวิตพัง บ้านพัง รถเสีย รายได้หยุด แต่หนี้ยังเดินต่อทุกวัน นี่คือช่วงเวลาที่ไม่ใช่การ “เยียวยาแบบเดิม ๆ” แต่ต้องเป็น ยุทธศาสตร์ชุบชีวิตผู้รอด ให้ประชาชนลุกขึ้นยืนได้ทันทีภายใน 72 ชั่วโมงหรือภายใน 3 วัน หัวใจหลักของยุทธศาสตร์นี้คือ รัฐต้องโอนเงินเข้าบัญชีทันที แต่แบ่งแบบ สองยอด สองหน้าที่ สองผลลัพธ์ เพื่อให้ประชาชนทั้งใช้จ่ายได้จริงและไม่ถูกหนี้ท่วมซ้ำเติมความเจ็บปวดรอบสอง
ยอดที่ 1 : เงินใช้จ่ายด่วน (Immediate Life Support Fund) “ได้เงินสดทันที ใช้จ่ายได้จริง ไม่ต้องรอเอกสาร”
• โอนเข้าบัญชีทันทีหลังยืนยันตัวตน (ใช้รูปบ้าน–พิกัด GPS–หมายเลขบัตรประชาชน 13หลัก)
• เป็น “เงินสดพร้อมใช้” สำหรับค่าอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เสื้อผ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด
• ไม่ต้องสำรองจ่าย ไม่ต้องยื่นกองทุนหลายรอบ
• ใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน ให้ประชาชนสามารถ “กลับมาหายใจได้อีกครั้ง”
ผลลัพธ์คือ ไม่มีใคร “อด” ไม่มีใครต้องเป็นหนี้เพิ่มเพราะต้องซื้อของจำเป็นหลังน้ำลด
ยอดที่ 2 : ยอดคืนสภาพชีวิต (Recovery Credit Balance) “เงินที่เห็นในบัญชี แต่ระบบธนาคารกักไว้เป็นเกราะป้องกันหนี้”
• โอนเข้าในบัญชีเหมือนยอดเงินปกติ แต่ “ล็อกไม่ให้ถอน”
• ใช้จ่ายเองไม่ได้ แต่ใช้ ชำระหนี้อย่างมีระบบเท่านั้น
• ระบบของธนาคารจะนำยอดนี้ไปชำระเพื่อ:
- ค่างวดผ่อนรถ
- ค่างวดบ้าน
- หนี้ SME รายย่อย
- หนี้สินเชื่อส่วนบุคคลของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
- อื่น ๆ
• ทำให้ประชาชนไม่ถูกคิดดอกเบี้ยเพิ่ม ไม่ถูกทวง ไม่ถูกผิดนัดชำระ
• เป็นเงินที่ “ช่วยฟื้นตัวโดยไม่สร้างภาระอนาคต”
ผลลัพธ์ คือ ประชาชนเห็นยอดเงินในบัญชี ทำให้เกิดความมั่นใจ แต่รัฐทำให้แน่ใจว่าเงินนี้จะไปหยุดหนี้ที่พาให้ชีวิตล้มซ้ำ
ทำไมต้อง “สองยอด”
เพราะในภาวะวิกฤต คนต้องกินก่อน แต่ก็ต้องไม่ปล่อยให้หนี้กินคนทีหลัง
ยอดที่ 1 ชุบชีวิต ช่วยให้คนกลับมามีแรง เริ่มต้นใหม่ได้ทันที
ยอดที่ 2 ชุบอนาคต ช่วยหยุดความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยผิดนัด–ยึดรถ–สูญบ้าน เป็นการ “เบรกหนี้ก่อนเบรกชีวิต”
วิธีทำงานจริง (Fast Recovery Protocol) เพื่อไม่ให้เป็นแค่นโยบายสวยหรู รัฐต้องทำให้ประชาชนได้รับทันที:
1. เปิดระบบลงทะเบียนออนไลน์ อบต./เทศบาลและหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องรับแจ้งในพื้นที่
2. สแกนบ้านที่เสียหาย รับสิทธิสองยอดทันทีในวันเดียว
3. ยอดที่ 1 โอนสดทันที
4. ยอดที่ 2 เข้าเป็นยอดบัญชีที่ถูกล็อกเพื่อจ่ายหนี้โดยระบบธนาคาร
5. แจ้งผลผ่านแอป/ SMS ว่าจ่ายเข้าบัญชีผู้เสียหายอะไรแล้ว เช่น ค่างวดรถเดือนนี้ “ตัดยอดแล้ว”
6. ป้องกันมิจฉาชีพ โดยตำรวจไซเบอร์ต้องทำงานล่วงหน้าทันที
ผลที่ประเทศเห็นทันที และเปลี่ยนวิกฤตศรัทธา เป็นคะแนนนิยมทันที เพราะ.......
• ไม่มีบ้านไหนต้องกู้หนี้เพิ่มเพื่อซื้ออาหารหลังน้ำลด
• ไม่มีคนผ่อนรถหรือบ้านถูกทวงค่างวดช่วงยังซ่อมบ้าน
• ร้านค้า–ผู้ประกอบอาชีพรายย่อยเริ่มเปิดขายได้ภายใน 72 ชั่วโมง
• ประชาชน “เห็นเงิน” และ “เห็นการชำระหนี้” แบบโปร่งใส
• เป็นการสร้างศรัทธาระดับประเทศในเวลาเร่งด่วน และเปลี่ยนวิกฤตศรัทธาเป็นคะแนนนิยมได้ใน 3 วัน
ถ้ารัฐบาลลุกขึ้นทำใน 3 วันนี้ ศรัทธาของประชาชนทั้งประเทศจะกลับมาใน 3 วัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา www.superpoll.co.thnk358@georgetown.edu หรือ nkannika@umich.edu


