"ประเสริฐ" ยังมั่นใจเพื่อไทยรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลได้ เย้ยภูมิใจไทยทึกทักเอาเองว่ารวบรวมได้ 280 เสียง ทั้งที่พรรคประชาชนยังไม่ตอบรับเป็นทางการ พรรคกล้าธรรมก็ยังไม่ตอบรับ อ้อนพรรคส้มดีเอ็นเอใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทย นโยบายหลายอย่างสอดคล้องกัน ที่แยกจากกันคราวก่อนด้วยเหตุจำเป็น ปัดตอบชิงยุบสภาต้องดูอำนาจรักษาการนายกฯทำได้หรือไม่
เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมเสียง ก็มั่นใจว่าเสียงมีจำนวนเพียงพอ เมื่อถามว่า ยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอยู่ใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตามหลักการที่ได้แถลงร่วมกันเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ก็ยังเป็นพรรครวมรัฐบาลเดิมอยู่
เมื่อถามว่า แต่แกนนำของพรรคกล้าธรรม ไม่ได้ร่วมแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ด้วย นายประเสริฐกล่าวว่า ตนทราบว่าพรรคกล้าธรรมเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ติดประชุมพรรค ทั้งนี้ก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน
เมื่อถามว่า ขณะนี้ทางพรรคภูมิใจไทย ประกาศตัวเลขในการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้มากถึง 288 เสียงแล้ว นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนว่าอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าทางฝั่งภูมิใจไทย มีตัวเลขจำนวนดังกล่าว เพราะทางพรรคประชาชนก็ยังไม่ได้ตอบรับ แล้วทึกทักเอาเองว่าเอาไปรวมแล้ว จริงๆ พรรคประชาชนยังไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการ พรรคกล้าธรรมก็ยังไม่ได้ตอบรับ เพราะฉะนั้นตัวเลขนี้ยังสรุปไม่ได้
เมื่อถามว่า มีพรรคร่วมรัฐบาลบางส่วนไปเปิดตัวร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายประเสริฐ กล่าวว่า ก็ตามภาพที่ปรากฏ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตั้งรัฐบาลได้ และไม่ได้หมายความว่าจำนวนเสียงจะมีเพียงพอ เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทยได้พูดคุยกับพรรคประชาชนแล้วหรือยัง นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนคิดว่าพรรคเพื่อไทยเปิดกว้างและอยากเห็นประเทศเดินหน้าต่อไป ก็คงจะมีการพูดคุยกัน
เมื่อถามว่า เงื่อนไขของพรรคประชาชนที่ต้องการให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่าน สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) นั้น พรรคเพื่อไทยรับได้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องคุยในรายละเอียด แต่ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรมากมาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่จะคุยกันของทีมเจรจา ซึ่งเรื่องนี้ถ้าดูดีเอ็นเอของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยก็ไม่ห่างกันมาก มีลักษณะที่ใกล้เคียงกันอยู่ นโยบายหลายอย่างมีความสอดคล้องและคลายคลึงกันอยู่ในหลายเรื่อง
เมื่อถามว่า แต่การแยกกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนตอนการจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้ว ก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตอนนั้นมันมีเหตุที่มีความจำเป็น เนื่องจากว่าเป็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยในขณะนั้นพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับสอง ก็ต้องรวบรวมเสียงให้จัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า สส.พรรคเพื่อไทยไปปรากฏตัวแถลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายประเสริฐ กล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่ามี 10 กว่าเสียงตามที่ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ไปนั่งแถลงแล้วบอกว่ามี 10 กว่าคน อย่าเพิ่งด่วนสรุปอย่างนั้น
เมื่อถามว่ามั่นใจในตัวสส.ของพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า มั่นใจครับ เมื่อถามว่าภาพที่ปรากฏในการแถลงข่าวของพรรคภูมิใจไทย อาจทำให้คนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยรู้สึกระส่ำ จะมีการประสานกันอย่างไร นายประเสริฐกล่าวว่า ถ้ามองตามภาพเมื่อวันที่ 29 ส.ค. จะเห็นว่ามีนายศักดิ์ดา แต่สส.พรรคเพื่อไทยคนอื่นยังไม่มีใครประกาศออกมาเลยว่าจะไปร่วมกับนายศักดิ์ดา นายศักดิ์ดาก็คิดไปเองว่าอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้วคิดว่าเขาจะไปอยู่ด้วย ตนคิดว่าการตัดสินใจของนักการเมืองไม่ง่ายอย่างที่นายศักดิ์ดาคิด
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยสามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า มั่นใจครับ เมื่อถามอีกว่า จะเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ก็อยู่ในบัญชีของพรรคเพื่อไทยและเหลืออยู่คนเดียว โดยที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลได้มอบหมายให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้นก็น่าจะเป็นไปตามนั้น เมื่อถามว่ามีโอกาสจะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคอื่นหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยกันระหว่างพรรครวมฯที่สามารถรวบรวมเสียงได้
เมื่อถามอีกว่า หากเกิดกรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ มีโอกาสได้เห็นรักษาการนายกฯยุบสภาหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องดูกฎหมายว่ารักษาการนายกฯ มีอำนาจในการยุบสภาหรือไม่ ต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ด้วยถึงกล้าตัดสินใจ