วันนี้ (29 ส.ค.) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนและเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กรต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกายวัยทำงาน ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมสุขภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกายวัยทำงาน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อถอดบทเรียนจากแนวปฏิบัติที่ดีของบุคคลและองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมสุขภาพคนพิการ ทั้งในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ สร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมสร้าง "Healthy Relationship" หรือความสัมพันธ์เชิงสุขภาพที่เข้มแข็งระหว่างระบบสุขภาพ ชุมชน และคนพิการ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพคนพิการในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน และเพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคคลและองค์กรที่ดำเนินงานด้านสุขภาพคนพิการ
ดร.นายแพทย์ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพคนพิการโดยมีเครื่องมือหลักสูตร "13 ชม. สุขภาพดี มี.ไว้.ใช้." เพื่อให้คนพิการมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเหมาะสม ซึ่งการดำเนินงานนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ ในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและเท่าเทียม
“การประชุมในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลแนวทางปฏิบัติที่ดีไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ และจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบสุขภาพที่ตอบสนองต่อความต้องการของคนพิการอย่างแท้จริง และขอแสดงความยินดีกับ 8 องค์กรต้นแบบและบุคคลผู้ทุ่มเทในการส่งเสริมคนพิการ ซึ่งเป็นเหมือนแสงสว่างแห่งความหวังที่จะไปขยายผลและการทำงานกับหน่วยงานที่ส่งเสริมคนพิการทั่วประเทศต่อไป”
การประชุมในครั้งนี้มีเครือข่ายผู้ร่วมขับเคลื่อนรวมทั้งสิ้น 150 คน ประกอบด้วย นักส่งเสริมสุขภาพคนพิการจากศูนย์บริการคนพิการทั่วไปที่ผ่านการอบรมหลักสูตร 13 ชม.สุขภาพดี มี.ไว้.ใช้. จำนวน 63 แห่ง, ทีมพี่เลี้ยงประจำภาค จากศูนย์อนามัยและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด, กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผลลัพธ์ที่ได้จากเวทีครั้งนี้ จะเป็นแนวทางและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่นำไปสู่การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพคนพิการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการสร้างกลไกการติดตามและประเมินผลที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือคนพิการไทยมีสุขภาพที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระและมีคุณภาพ