วันนี้(18 เม.ย.)นายศุภชัย เมืองรักษ์ หรือทนายเอก ผู้บริหารสำนักงานกฎหมาย นคร อินเตอร์ ลอว์ กล่าวว่า ในยุคที่การหลอกลวงทางออนไลน์ระบาดหนัก ผู้คนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของกลโกงสารพัดรูปแบบ ทั้งชักชวนลงทุนในหุ้นปลอม สกุลเงินดิจิทัล ไปจนถึงโครงการที่ไม่มีอยู่จริง เมื่อผู้เสียหายสูญเสียเงินจำนวนมาก ก็มักมองหาทนายเพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย
แต่แทนที่จะได้ทนายความจริง กลับมี “มิจฉาชีพ” อีกรูปแบบหนึ่งที่แฝงตัวมาในคราบ “ทนายอาสา” เสนอตัวช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยอ้างว่าจะดำเนินคดีให้ชนะ หรือเรียกเงินคืนให้ได้ 100% ซึ่งล้วนเป็นคำพูดที่ฟังดูดีเกินจริง และนำไปสู่การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้า หรือหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ
เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก ผู้เสียหายก็มักจะหมดเงิน หมดหวัง และพยายามหาทนายอาสาอีกครั้ง และอาจตกเป็นเหยื่อซ้ำสอง
ข้อควรระวัง
1. ระวังการติดต่อจากช่องทางที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น เบอร์โทรศัพท์แปลกๆ ไลน์ หรือโซเชียลมีเดียที่ไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้
2. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง ไม่มีทนายคนใดสามารถรับประกันผลคดีได้ 100%
3. ระวังการเรียกเก็บเงินล่วงหน้าโดยไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะหากไม่มีใบเสร็จหรือข้อตกลงที่เป็นทางการ
4. หลีกเลี่ยงทนายที่ไม่มีสำนักงาน ไม่มีที่ตั้งอย่างชัดเจน หรือไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได
คำแนะนำจากทนายเอก เบื้องต้น
-ตรวจสอบชื่อทนาย ผ่านเว็บไซต์ของ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ www.lawyerscouncil.or.th หรือโทรศัพท์ 02-522-7124
-หากต้องการทนายอาสา ควรติดต่อผ่านหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น สภาทนายความฯ, ศูนย์ดำรงธรรม, ยุติธรรมจังหวัด หรือองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือหน่วยงานราชการรับรอง
-ของฟรีไม่ดีเสมอไป หากมีกำลัง ควรจ้างทนายความที่มีใบอนุญาต และมีความน่าเชื่อถือ
"ขอย้ำเตือนประชาชนว่า อย่าปล่อยให้ความเดือดร้อนทำให้เราหลงเชื่อผู้ไม่หวังดี หากต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมาย ควรตรวจสอบให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำในช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด" ทนายเอก กล่าว