xs
xsm
sm
md
lg

แห่ขุดมาแฉ!? รู้ได้ไงว่าตายจริง!.. วัดความยาวพริกขี้หนู...ประสบการณ์แย่ๆ ที่เจอ สตง.! ** เพื่อไทยลุกลี้ลุกลน ใช้พวกมากลาก ร่าง กม.เอนเตอร์เทนเมนต์ ขึ้นมาพิจารณาก่อนจนได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นพ.อรรถสิทธิ์ ดุลอำนวย -กฤช กระแสร์ทิพย์ - รักชนก ศรีนอก
ข่าวปนคน คนปนข่าว



++ แห่ขุดมาแฉ!? รู้ได้ไงว่าตายจริง!.. วัดความยาวพริกขี้หนู...ประสบการณ์แย่ๆ ที่เจอ สตง.! 

หลังอาคารสำนักงานแห่งใหม่ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว อาฟเตอร์ช็อก จากอารมณ์ของสังคมที่มีต่อ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ถูกเขย่าจากคนที่อยู่ในหน่วยงานต่างๆ ที่เคยถูก สตง.เข้าตรวจสอบออกมาแฉผ่านสื่อโซเชียลฯ ชนิดที่ว่าฟังแล้วก็หัวเราะไม่ออก ร่ำไห้ไม่ได้!

อย่างที่ชาวเน็ตเข้าไปแสดงความเห็นกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน เป็นโพสต์ของ นาวาอากาศตรี นพ.อรรถสิทธิ์ ดุลอำนวย แผนกนิติเวชศาสตร์ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ที่เล่าประสบการณ์ถูก สตง.เข้าตรวจสอบในแผนกที่ทำงานอยู่

เหตุเกิดเมื่อหลายปีก่อน เจ้าหน้าที่ สตง. ต้องการขอดูรายงานการผ่าพิสูจน์ศพทั้งหมด (autopsy report) ตอนนั้นทุกคนตกใจมาก และแจ้งว่าให้ดูไม่ได้ เพราะเป็นข้อมูลลับของผู้เสียชีวิตแต่ละราย และไม่เคยมีมีใครมาขอดูมาก่อน ตั้งแต่ทำงานมา
ทว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีอำนาจเข้าตรวจสอบแน่นอน แล้วกล่าวต่อหน้าเพื่อนอาจารย์แพทย์ และข้าราชการอีกหลายคนในห้องว่า “อิจฉาอยู่ค่ะ เพราะหมอได้เงินเยอะ เบิกเงินเยอะ เลยต้องมาตรวจ”

ตรวจไปตรวจมา ตอนสุดท้ายก่อนจะกลับ เจ้าหน้าที่ก็พูดประโยคที่ทุกคนตกใจ ไม่คาดว่าจะได้ยิน เพราะเราผ่าศพรวมกันมาแล้วเป็นหมื่นร่าง ไม่เคยได้ยินประโยคอะไรแบบนี้

เจ้าหน้าที่สตง. บอกว่า “แล้วจะรู้ได้ไงคะว่าคนพวกนี้ตายจริง?” ทำให้พวกเราจำได้ไม่ลืมจนถึงทุกวันนี้!!

นพ.อรรถสิทธิ์ ดุลอำนวย

กฤช กระแสร์ทิพย์
ถัดมาเป็นเคสของ “กฤช กระแสร์ทิพย์” อดีต รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้โพสต์ภาพถ่ายรถบัสบรรทุกผู้ต้องขัง ทางเฟซบุ๊ก พร้อมเล่าประสบการณ์กระบวนการตรวจสอบการจัดซื้อรถบัสบรรทุกผู้ต้องหา และอาหารดิบในเรือนจำของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.

ระบุว่า "รถบัสบรรทุกผู้ต้องขังคันนี้ เป็น 1 ใน 3 คัน ที่ผมจัดซื้อสมัยเป็นผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปี 2562 งบประมาณคันละ 6 ล้านบาท รวม 3 คัน 18 ล้าน ใช้วิธี E-bidding

เมื่อรับมอบรถ จ่ายเงินเสร็จได้ 3 วัน สตง.ขอเข้าตรวจ!! การตรวจ ก็จะดูกระบวนการจัดซื้อ ดูสภาพรถ ว่าตรงคุณลักษณะตามข้อกำหนดใน TOR หรือไม่

รถชุดนี้ ขั้นตอนการซื้อถูกต้องเป็นไปตามระเบียบ แต่มีเพิ่มเติมคือเรา “ขอ” เขาเยอะมาก คือ ขอให้กั้นห้องแยกในรถเพิ่ม แก้เรื่องที่นั่งโดยสาร และแก้เรื่องระบบประตูให้ดีกว่าคุณลักษณะเดิม สุดท้ายก่อนส่งมอบรถ ก็ขอวิทยุสื่อสารแบบ Base station ติดประจำรถทุกคัน

ผู้ขายไม่งอแงเลย ขออะไรก็ให้หมด เพราะเราไม่ได้ขอ “เงินทอน” ผมไม่แน่ใจว่า สตง. ดีใจหรือเสียใจกลับไป?!

ปล. มาเจ็บใจตอนที่เขาไปตรวจอาหารดิบที่เรือนจำแห่งหนึ่ง แล้วไปขอวัดขนาดความยาวพริกขี้หนู ว่าเป็นไปตามคุณลักษณะหรือไม่ เป็นใครก็เหงื่อตกครับ"

เชื่อว่า นอกจากสองกรณีนี้ น่าจะมีอีกหลายๆ กรณีที่มีประสบการณ์ถูกตรวจสอบจาก สตง.แบบต้องจดจำ

นี่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นอารมณ์ร่วมของสังคม ต่อ สตง. ซึ่งโดยหน้าที่เป็นหน่วยงานที่ต้องตรวจสอบหน่วยงานอื่นๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของ “เงินแผ่นดิน” แต่เมื่อเกิดแผ่นดินไหว แล้วอาคารสำนักงานของ สตง.พังถล่มอยู่เพียงอาคารเดียว คำถามก็เลยย้อนกลับมาว่า แล้วใครจะตรวจสอบสตง.

รักชนก ศรีนอก
งานนี้ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ก็โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นนี้ ว่า “อึดอัดไหมคะ?
คำถามที่อยู่ในใจประชาชนทั้งประเทศตอนนี้คือ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นแบบนี้ นอกจากวิจารณ์แล้วประชาชนทำอะไรได้บ้าง?

คำตอบ : ประชาชนทำอะไรไม่ได้เลย และแม้กระทั่งตัวแทนจากประชาชนโดยตรง อย่างส.ส. ก็ทำอะไรไม่ได้

นักการเมืองที่ว่าสาระเลว โกงกิน ชาติชั่ว โกหกตระบัดสัตย์ ก็มีองค์กรเป็นสิบที่มาคอยตรวจสอบ ผิดสอยได้ แถมประชาชนพอเค้ารู้เช่นเห็นชาติ รอบหน้า เค้าก็ไม่เลือกให้มันมาเป็นอีก รับผิดรับชอบทางการเมืองกันไป แต่องค์กรเหล่านี้ อำนาจล้นฟ้า กำหนดทิศทางความเป็นไปของประเทศได้ กลับไม่มีใครใครตรวจสอบ แถมประชาชนทำอะไรไม่ได้เลย!!

ตึกถล่ม เก้าอี้ตัวละแสน ฝักบัวอันละหมื่น ข้าราชการทั่วประเทศทำงานแบบอึดอัดโดนจ้องจับผิดเงินหลักสลึง ท้องถิ่นทำบริการที่ก้าวหน้าตอบสนองประชาชนไม่ได้

ทั้งหมดนี้คือปลายบนยอดสุดที่เราเห็น ซึ่งมันงอกมาจากรากฐานที่ความบิดเบี้ยวของกติกาในสังคม นี่คือโอกาสอันดีที่สุดของรัฐบาล เพราะตอนนี้ประชาชนทั้งประเทศเห็นตรงกันว่า ต้องแก้ปัญหา แต่ทุกคนไม่รู้ว่ารากที่แท้จริงของมันคืออะไรกันแน่ ทุกคนจึงได้แต่โฟกัสกับยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่เราจะแก้แบบลูบหน้าปะจมูกไม่ได้ เพราะสุดท้ายปัญหาเดิมมันก็จะกลับมากำเริบใหม่อยู่ร่ำไป อยากให้รัฐบาลเพื่อไทย หยิบเอาโอกาสนี้ที่หนองฝีมันกำลังแตก วิกฤตมันสะท้อนให้เห็นแล้วว่า รัฐราชการที่รวมศูนย์และแข็งตัว มันไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาที่มาอย่างฉับพลันได้

ควรถือเอาโอกาสนี้ ยกเครื่องใหญ่ไปเลยทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปรัฐราชการ!

แห่ขุดมาแฉแบบนี้ สตง.เจออาฟเตอร์ช็อก แล้วก็ช็อกอีก นี่กระมังที่เขาว่า ผลของสิ่งที่ทำไม่ต้องรอถึงชาติหน้า!.

วันมูหะมัดนอร์ มะทา
++ เพื่อไทยลุกลี้ลุกลน ใช้พวกมากลาก ร่าง กม.เอนเตอร์เทนเมนต์ ขึ้นมาพิจารณาก่อนจนได้

หลังจากที่ประชุมครม. ผ่าน ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อไปคือ นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

ทาง“วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” สส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ก็บอกว่า วันที่ 3 เม.ย.นี้ จะขอสภาฯบรรจุในระเบียบวาระ เพื่อพิจารณากันใน วันที่ 9-10 เม.ย. ชักช้าไม่ได้ เพราะจะปิดสมัยประชุมสภา ในวันที่ 11 เม.ย.นี้แล้ว พลาดจากวันนี้ก็ต้องรอไปสมัยประชุมหน้า

แต่แล้วเมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 เม.ย. กลับพบว่า เว็บไซต์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภา วันพฤหัสบดีที่ 3 เม.ย. โดยมีเรื่องด่วน เป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ครม.เป็นผู้เสนอ 5 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือ ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ โดยเป็นเรื่องด่วนที่ 15

จึงมีการคาดหมายกันว่า ในการประชุมสภาวันที่ 3 เม.ย. สภาเสียงข้างมากคงจะลากเอา ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ ขึ้นมาพิจารณาก่อน พร้อมกับเสียงวิพากวิจารณ์ว่า ต้องเร่งด่วนขนาดนั้นเลยหรือ... รอไว้พิจารณาสัปดาห์หน้า ไม่ได้หรือ...สัปดาห์นี้ควรจะหยิบยกเรื่องแผ่นดินไหว ตึกถล่ม ขึ้นมาหารือ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขสถานการณ์ เพื่อเสนอไปยังครม. มากกว่า

ขณะเดียวกัน ก็มองกันว่า “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภา ซึ่งเป็นนักการเมืองอาวุโส ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ น่าจะวางตัวให้เป็นที่น่าเชื่อถือมากกว่านี้ ไม่ใช่ลู่ไปตามแรงลมของรัฐบาล

เรื่องนี้ “ประธานวันนอร์” ดูเหมือนจะรู้ว่า สายตาของสังคมมองอย่างไร จึงออกมาชี้แจงว่าช่วงวันที่ 31 มี.ค. ถึงวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ตนเองลาราชการ ไปร่วมเทศกาลออกฮารีรายออีดิลฟิตรี ของพี่น้องชาวมุสลิม เลยไม่รู้ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว ส่งมาที่สภาเมื่อไร

ว่าแล้วก็โบ้ยไปที่ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” รองประธานสภา คนที่ 1 และทางวิปรัฐบาล ที่มี “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” เป็นประธาน ซึ่งทั้งคู่เป็นคนของพรรคเพื่อไทย คงหารือกันแล้วดันเข้ามาเป็นเรื่องเร่งด่วน

แต่ถึงอย่างไรก็ยังนำขึ้นมาพิจารณาในวันที่ 3 เม.ย.ไม่ได้ เพราะสมาชิกยังไม่รู้เนื้อหาเลยว่า ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เขียนว่าอย่างไรบ้าง แล้วจิอภิปรายอย่างไร อย่างเร็วที่สุดก็ต้องเป็นวันที่ 9 เม.ย.

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ขณะที่ “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่ได้เร่งด่วน เป็นหน้าที่ของสภา ก็ปล่อยให้เขาพิจารณากันไป
ตอบแบบลอยตัว ประมาณว่าเมื่อผ่านครม.ไปแล้ว จากนี้ก็เป็นหน้าที่ของสภาที่จะไปดำเนินการ รัฐบาลไม่สามารถไปก้าวก่ายได้
แล้วในระหว่างการประชุมสภา เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภา ก็ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภา พิจารณามาตรการในการจัดการผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งต่อให้ ครม.ดำเนินการต่อ ซึ่งมีผู้รับรองถูกต้อง

จากนั้น “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” สส.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติ เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยขอนำ ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่เป็นเรื่องด่วนที่ 15 ขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยให้มีผลในการประชุมครั้งถัดไปซึ่งก็คือ วันที่ 9 เม.ย.

ทำให้ สส.พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงต่อประธานในที่ประชุม คือ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รองประธานสภา คนที่ 2 ว่าพรรคเพื่อไทย เสนอญัตติแทรกเข้ามา ซึ่งไม่ถูกต้อง เป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติ

จากนั้น สส.ทั้งจากพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ต่างก็ลุกขึ้นมาถกเถียงโต้แย้ง ต่างฝ่ายต่างเห็นว่าญัตติที่ฝ่ายตนเสนอ เป็นเรื่องเร่งด่วน ทำให้ประธานในที่ประชุมต้องสั่งพักการประชุม ให้ทั้งสองฝ่ายไปหารือ ตกลงกันนอกรอบ ก่อนจะเข้ามาประชุมอีกครั้ง

ปรากฏว่า ต้องพักการประชุมไปเกือบ 40 นาที จึงเปิดประชุมใหม่ได้ คราวนี้ “ประธานวันนอร์” ต้องขึ้นบัลลังก์ ทำหน้าที่ประธานเอง พร้อมบอกว่า หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถอนญัตติออกไป ก็ไม่ต้องลงมติ แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ถอน ก็ต้องใช้วิธีลงมติ ว่าจะพิจารณาญัตติของใครก่อน

แน่นอนว่า ไม่มีใครยอมถอน ต่างฝ่ายต่างยกเหตุผลขึ้นมาสนับสนุนฝ่ายตน บรรยากาศการประชุมจึงเป็นไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้ “ประธานวันนอร์” ต้องยืนขึ้นสยบความขัดแย้ง พร้อมกับเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา เข้ามาควบคุมสถานการณ์

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
สุดท้าย ที่ประชุมต้องใช้วิธีลงมติตัดสิน โดยเสียงข้างมาก 252 เสียง ต่อ 144 เสียง เห็นด้วยกับการเสนอญัตติของ “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” จากพรรคเพื่อไทย และให้ “อนุสรณ์” เสนอญัตติใหม่อีกครั้ง ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติเสียงข้างมาก 249 เสียง ไม่เห็นด้วย 137 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง

เป็นอันว่า สภาเสียงข้างมากลากเอา ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ ขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับที่ 1 ในการประชุมสภาวันที่ 9 เม.ย.นี้ ได้สำเร็จ โดยใช้เวลาถกเถียงกันในเรื่องนี้กว่า 3 ชั่วโมง

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ จะผ่านวาระรับหลักการ ไปอย่างราบรื่น เรียบร้อยหรือไม่


กำลังโหลดความคิดเห็น