xs
xsm
sm
md
lg

โอละพ่อ โอละเห่ มีรายการแปลงสารเกิดขึ้น! กรณี “ลดค่าไฟ” เหลือ 3.99 บาท "พีระพันธุ์" ว่ายังไง!? ** ศึกเลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอน เขต 8 วัดกึ๋น 3 แม่ทัพใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  - ณัฐกิตต์ อยู่ด้วง - ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ
ข่าวปนคน คนปนข่าว




++ โอละพ่อ โอละเห่ มีรายการแปลงสารเกิดขึ้น! กรณี “ลดค่าไฟ” เหลือ 3.99 บาท "พีระพันธุ์" ว่ายังไง!?

งานนี้ทำชาวบ้านสับสน เฮกันเก้อ เพราะหลังประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาตีปิ๊บตีขลุมจับมติครม. มาเคลมเป็นผลงานด้วยอาการหน้าบานเป็นกระด้ง อัดคลิปไว้เป็นหลักฐานเผยแพร่ในสื่อโซเชียล เพจเฟซบุ๊กส่วนตัว “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค - Pirapan Salirathavibhaga ของตัวเอง จั่วหัวว่า “สรุปมติครม. เห็นชอบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน”

ความว่า “สวัสดีครับ เมื่อวานนี้ (1 เมษายน 2568) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติสำคัญในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชนตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ และมอบให้ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำกับดูแลให้ กฟผ. คณะกรรมการกฟผ. และคณะกรรมการ กกพ. ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามมติครม. ซึ่งผมขอเรียนสรุปสาระสำคัญ ดังนี้ครับ

1.ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายค่าไฟ สำหรับรอบเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2568 ไม่เกินหน่วยละ 3.99 บาท ลดลงจากอัตราหน่วยละ 4.15 บาท ในปัจจุบัน…”

จากนั้นก็ยังพูดในทำนอง ครม.อนุมัติให้ตัวเองมาทำดำเนินการอีก 2-3 เรื่อง

งานนี้ ถ้าเป็นจริงก็เป็นข่าวดี แต่บังเอิญว่าไม่ใช่

เพราะ เมื่อไปเปิดดูมติครม. ความจริงคือ ยังไม่ลด! เป็นเพียงการรับทราบราคาเป้าหมายค่าไฟฟ้าที่ 3.99 บาท

ชัดเจนว่า ไม่ใช่ครม.อนุมัติ และไม่ได้อนุมัติให้รัฐมนตรีพลังงานไปดำเนินการในเรื่องอีก 2-3 เรื่อง ที่ “พีระพันธุ์” ออกคลิปโพสต์ผ่านเพจตัวเองดังกล่าว

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
พูดง่ายๆว่า “พีระพันธุ์” เคลื่อนไหวป่าวประกาศว่า ครม.อนุมัติลดค่าไฟแล้ว รวมทั้งให้อำนาจตัวเองไปดำเนินการในเรื่องต่างๆ จึงทำให้คนเข้าใจผิดบิดเบือนไปจากที่เป็นจริง จนในเวลาต่อมารัฐบาลต้องออกมาสื่อสารชี้แจง

ความเข้าใจที่ รมว.พลังงาน ทำสับสนนี้ ตอกย้ำจาก “วรภพ วิริยะโรจน์” ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่าพอได้เห็นข่าว ก็รู้สึกดีใจ แต่เมื่อไปดูในมติ ครม. ของจริง ก็ทราบว่าเป็นเพียง มติ ครม. ที่รับทราบค่าไฟเป้าหมาย และให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปหาแนวทางเพื่อให้ลดค่าไฟได้ กล่าวคือ ครม. ยังไม่มีข้อสรุป

ถามว่า “พีระพันธุ์” ต้องการอะไร? ที่ตั้งใจเอามติครม. ที่ยังไม่สรุปมาทำคอนเทนต์ เชื่อได้ว่า คอการเมืองที่ติดตามกระแสข่าวปรับครม. ก็คงพอคาดเอาได้

ชั่วโมงนี้ไม่ใช่แค่แสง และพูดจาหาเสียงกับประชาชนเท่านั้น ที่ไม่ว่ารัฐมนตรีกระทรวงไหนก็ต้องการ หากทำแล้วจะเพื่อความมั่นคงของเก้าอี้ โดยที่ไม่ได้ส่องกระจกดูผลงานของตนเอง

วิชาแบบนี้ดูกันออกแหละ!

เดี๋ยวนี้ นักการเมือง หรือรัฐมนตรี ทำงานไม่ได้เรื่อง นอกจากพูดมากกว่าทำแล้ว ยังต้องครีเอต “คอนเทนต์” และเล่นละครเก่ง!
ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า เรื่องราวโอละพ่อค่าไฟฟ้าลดกรณี “พีระพันธุ์” ถ่ายคลิปล้ำหน้าว่าลดแล้วนี่อยู่ในข่ายไหน?

ไสว เลื่องสีนิล
++ ศึกเลือกตั้งซ่อมสส.เมืองคอน เขต 8 วัดกึ๋น 3 แม่ทัพใหญ่

จากกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) “มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล” สส.เขต 8 นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย พร้อมสั่งชดใช้ค่าเลือกตั้ง 8 ล้านบาท

ขณะนี้ กำลังเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อมไปจนถึงวันที่ 6 เม.ย. และจะหย่อนบัตรกันใน วันที่ 27 เม.ย.นี้

วันเรกของการเปิดรับสมัคร (2 เม.ย.) ปรากฏว่ามีผู้สมัคร 2 คน คือ “ไสว เลื่องสีนิล” จากพรรคภูมิใจไทย กับ “ชินวรณ์ บุณยเกียรติ” จากพรรคประชาธิปัตย์

ส่วน “ณัฐกิตต์ อยู่ด้วง” ผู้สมัครจากพรรคประชาชน บอกว่า จะไปสมัครในวันที่ 3 เม.ย. และ “ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ” ผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม จะไปสมัครในวันที่ 4 เม.ย.

สำหรับสนามเลือกตั้งเมืองคอน เขตเลือกตั้งที่ 8 ประกอบด้วย อ.นาบอน อ.ช้างกลาง อ.ฉวาง และ อ.พิปูน

ที่ผ่านมา ตั้งแต่เลือกตั้งปี 2535 มาจนถึงปี 2562 “ชินวรณ์ บุณยเกียรติ” จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเจ้าของพื้นที่นี้มา 9 สมัยแล้ว

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ
ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ปี2566 “ชินวรณ์” ย้ายไปลงเขต 7 แล้วให้ลูกสาว “ปุณณ์สิริ บุณยเกียรติ” ลงสมัครเขต 8 แทน ผลปรากฏว่า สอบตกทั้งพ่อทั้งลูก

โดยเขต 8 “มุกดาวรรณ” เลือกสีนิล” จากพรรคภูมิใจไทย มาเป็นที่ 1 ได้ 23,393 คะแนน ส่วน “ปุณณ์สิริ บุณยเกียรติ” พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 10,529คะแนน มาเป็นลำดับที่ 4

ส่วน“ชินวรณ์ บุณยเกียรติ” ที่ไปลงเขต 7 ได้เพียง 8,879 คะแนน อยู่ลำดับที่ 4

เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อม “ชินวรณ์” จึงไม่พลาดที่จะขอกลับมาทวงพื้นที่คืน เพื่อเป็นสส.สมัยที่10 ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข ที่เป็นเลขาธิการพรรคฯ กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ก็ให้โอกาสนั้น

ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางการเมือง “ชินวรณ์” มีอาชีพครู และในช่วง 9 สมัยที่เป็น สส.นี้ ก็เชี่ยวชาญ โชกโชน ทั้งงานบริหาร และงานสภา เคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีถึง 3 กระทรวง คือ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตำแหน่งสูงสุดในทางการเมือง คือ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาล“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี
เมื่อหวนกลับมาพื้นที่เก่า ก็ต้องวัดใจว่าชาวบ้านจะยังให้ความรัก ความศรัทธา หรือไม่

ณัฐกิตต์ อยู่ด้วง
ส่วน “ไสว เลื่องสีนิล” ผู้ที่ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน แม่ทัพภาคใต้ ของพรรคภูมิใจไทย ส่งลงมารักษาเก้าอี้ สส.ให้กับพรรค ในครั้งนี้ก็คือสามีของ “มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล” นั่นเอง

“ไสว” จบปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แล้วมารับราชการครู ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ที่ จ.นครศรีธรรมราช และ สุราษฎร์ธานี จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ ซึ่งนอกจากงานวิชาการแล้ว ยังได้คลุกคลีอยู่กับเกษตรกร กลุ่มโคเนื้อ กลุ่มชาวสวนทุเรียน มังคุด มาโดยตลอด

ก็ต้องติดตามว่า สามี จะลงมารักษาเก้าอี้ของภรรยา สำเร็จหรือไม่

สำหรับ “ณัฐกิตต์ อยู่ด้วง” ที่เป็นตัวแทนของพรรคประชาชน คนสีส้ม ปัจจุบัน อายุ 31 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมจากประเทศฟิลิปปินส์ มีประสบการณ์การทำงานทั้งในวงการวิชาการ และงานการเมือง เคยเป็นนักวิจัย และอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และบัญชีม้า ประจำคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ
ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว “ปรีชานนท์ สรรพจิตต์” ผู้สมัครของพรรคก้าวไกล ทำคะแนนได้ 11,587 มาเป็นอันดับที่ 3
ส่วน “ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ” ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม เด็กปั้นของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.พะเยา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และ “อาจารย์แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค ที่รอฤกษ์ยื่นสมัครในวันที่ 4 เม.ย.

“ก้องเกียรติ” หรือ “สจ.บิ๊กโอ” บอกว่า แม้จะต้องลงแข่งกับเจ้าของพื้นที่เดิม ถึง 2 คน คือผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย แต่ตนเองก็มีความพร้อม เพราะเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่อยู่กับประชาชนในพื้นที่นี้มา 10 ปี เหมือนกัน

โดยเฉพาะถ้าเปรียบเทียบกับผู้สมัคร ที่เห็นกันอยู่ในตอนนี้ ถือว่าตนคลุกคลีอยู่กับประชาชนมากที่สุด จึงมั่นใจว่าสู้ได้ และจะทำให้ดีที่สุด!!

สำหรับ “ก้องเกียรติ” นอกจากมีฐานะเป็นลูกเขยของ “ชินวรณ์ บุณยเกียรติ”แล้ว ถือว่าเขาเป็นความหวังของ “ผู้กองธรรมนัส และอาจารย์แหม่ม” ที่จะปักธงพรรคกล้าธรรม ในพื้นที่ภาคใต้ ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

แม้จะมีตัวแทนจาก 4 พรรคใหญ่ลงสมัคร แต่คนในพื้นที่มองว่า ความนิยมในตัวบุคคลนั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่จะต้องจับตาคือการห้ำหั่น ชิงไหว ชิงพริบ กันระหว่างแม่ทัพของทั้ง 3 พรรคร่วมรัฐบาล

“โกเกี๊ยะ-นายกชาย-ผู้กองธรรมนัส” ใครจะคว้าชัย !


กำลังโหลดความคิดเห็น