xs
xsm
sm
md
lg

ประกาศหาคนหาย “เฉลิมชัย-ปลัดตุ๋ม-อธิบดีเอ็ดดี้” กรณีปล่อยลูกน้องทำงามไส้ โกงค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ** “สส.พรรคส้ม” ถูกเสนอ 20 ล้านให้เป็นงูเห่า แต่ไม่เอา บอกเป็นแผนทำลาย ปชน.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เฉลิมชัย ศรีอ่อน - กฤช ศิลปชัย - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ ประกาศหาคนหาย “เฉลิมชัย-ปลัดตุ๋ม-อธิบดีเอ็ดดี้” กรณีปล่อยลูกน้องทำงามไส้ โกงค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

ข้าราชการน้ำดีสุดอัดอั้น แฉแหลกระดับหัวหน้าอุทยานฯ รายได้ TOP-10 บรรดาเจ้านายส่งมาทำหน้าที่กันทั้งนั้น สุดอึ้ง!!?? หัวหน้าอุทยานพื้นที่ เกรด A+ แอบเปิดบริษัททัวร์ ทำมาหารับประทานหลายต่อ

ประเด็นทะเลเดือดจากปฏิบัติการของ ชุดฉก.ฉลามอันดามัน นำโดย “นายสุชาติ กรวยกิตานนท์” ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 30 คน แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ภายหลังผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เห็นชอบประกาศให้จัดเก็บรายได้ ระบบ E- Ticket หรือ ตั๋วค่าธรรมเนียมแบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยยกเลิกระบบตั๋วกระดาษ จ่ายค่าเข้าอุทยานฯ แบบเดิมๆ

เฉลิมชัย ศรีอ่อน
ผลการตรวจสอบพบการทุจริตอย่าคาหนังคาเขา กล่าวคือ ผู้ประกอบการที่นำนักท่องเที่ยวขึ้นเรือมาทั้งหมด ประมาณ 15 ลำ แต่ละลำมีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ไม่ต่ำกว่า 50-60 คน แต่กลับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวเพียง 5-6 คน ต่างจากความเป็นจริงเป็น 10 เท่า!

นอกจากนั้นยังระบุในตั๋ว E-Ticket ว่า เป็นนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันโดยนักท่องเที่ยวไทยราคา 100 บาท เด็ก 50 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท จะว่าเป็นการโกงแบบ 2 เด้ง ก็คงไม่ผิด
หลังเกิดเรื่องฉาว “อรรถพล เจริญชันษา” อธิบดีกรมอุทยานฯ มีคำสั่งย้าย “ว่าที่ ร้อยเอกฤทธิกรณ์ นุ่นลอย” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ออกจากพื้นที่ไปชั่วคราว รอจนกว่าการสอบสวนดำเนินการจะแล้วเสร็จ
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา จนป่านนี้ยังไม่มีความเห็นใดๆ จากปากผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็น “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “จตุพร บุรุษพัฒน์” ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ และ “อรรถพล เจริญชันษา” อธิบดีกรมอุทยานฯ ...
มีการเคลื่อนไหวของ “เฉลิมชัย” ช่วงสายวันที่ 27 มี.ค.68 อยู่เหมือนกัน โดยโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า อยู่ระหว่างระดมกำลังดับไฟป่าเขตอุทยาน-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปา เฝ้าระวังต่อเนื่องเพื่อป้องกันความเสียหายที่อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง จ.พะเยา
หลังเกิดประเด็นอื้อฉาวโกงค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา กลุ่มอนุรักษ์ สำนักข่าว เพจข่าวต่างรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างครึกโครม ส่วนใหญ่มองไปในทางเดียวกันว่าเป็นปัญหาซ้ำซาก น่าอาย และเป็นการทุจริตต่อหน้าที่อย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวต่ออาญาแผ่นดิน

ข่าววงในเชื่อว่าพยาน หลักฐานแม่นหนาขนาดนี้ แม้ทางอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน จะอ้างว่าไม่เจตนา ดูแลไม่ทั่วถึง หรือบกพร่อง คงฟังไม่ขึ้น เพราะเรือ สปีดโบ๊ต จะพานักท่องเที่ยวมาลำละ 5-6 คน มันไม่คุ้มค่าเหมา การตรวจซุ่มของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. มีภาพถ่าย มีการบันทึกการเคลื่อนไหวสิ่งผิดปกติต่างๆ ทุกขั้นตอน ไว้เสร็จสรรพ

เหมือนกับฝ่ายปกครองไปจับบ่อนการพนัน มีหรือตำรวจพื้นที่จะไม่ทราบ เขาอาจจะทำหลักฐานว่าก่อนหน้าก็เคยจับ 5 คน10 คน มาแล้ว มันคล้ายๆกัน ตำรวจหลอกใครก็ได้ แต่หลอกตำรวจด้วยกันเองไม่ได้ เหมือนกับคนทำงานอุทยานฯ พวกคุณไม่สามารถหลอกคนทำงานอุทยานฯ ได้เช่นกัน

ต่อกระแสข่าวข้อมูลซื้อเก้าอี้ทองคำฝังเพชรหมู่เกาะสิมิลันสูงถึง 50 ล้านบาท!!

แหล่งข่าววงในยังให้ความเห็นว่า น่าจะแค่ลือกันไป ของจริงคือระดับหัวหน้าอุทยานฯ ที่จัดเก็บรายได้สูงระดับ 1-10 ของประเทศผู้บังคับบัญชาระดับสูง เป็นคนตัดสินใจย้ายมาทั้งสิ้น ถ้า “ย้ายมาทำงาน” ก็จะใช้คนมีประวัติดี ไม่ด่างพร้อย แต่ถ้า “ย้ายมาทำเงิน” ก็จะเอาพวกกระดำกระด่าง เคยมีประวัติไม่สู้ดี พวกนี้ไม่ละอาย เป็นตัวแทนระดับบนส่งมาเก็บเงิน

มีข้อมูลที่น่าตกใจว่า แม้แต่บางคนที่คิดว่าดีแล้ว เป็นข้าราชการระดับหัวหน้าอุทยานฯ และเคยมานั่งในพื้นที่ทองคำ โดยการสนับสนุนของอดีตข้าราชการอุทยานฯคนดัง ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่เบื้องหลังแอบเปิดบริษัทท่องเที่ยวของตัวเอง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ชื่อบริษัทเกี่ยวกับอ่างใส่น้ำอะไรประมาณนี้ ก็ต้องกลับไปถามปลัดฯ อธิบดีฯ การแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมา ท่านเล็งเห็นคนดี คนทำงานมาลงพื้นที่สำคัญ หรือเลือกคนประเภทไหน ?

ทุกวันนี้ข้าราชการน้ำดีกรมอุทยานฯ คนขยันทำงาน คนมีฝีมือถอดใจกันหมดแล้ว...อธิบดีฯ เหมือนมีตำแหน่งเฉยๆ เหมือนมีอำนาจ แต่ไม่มีอำนาจ เพราะคนมีอำนาจจริงๆ คือ ฝ่ายการเมือง ใช่หรือไม่! ทั่นเฉลิมชัย

 กฤช ศิลปชัย
++ “สส.พรรคส้ม” ถูกเสนอ 20 ล้านให้เป็นงูเห่า แต่ไม่เอา บอกเป็นแผนทำลาย ปชน.

หลังจากโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร” ที่ปรากฏออกมาแล้วว่า มี สส.พรรคฝ่ายค้าน ไปโหวตหนุนนายกฯ หรือที่เรียกกันว่า “งูเห่า” อยู่ 7 เสียง เป็น สส.จากพรรคไทยสร้างไทย 5 จากพลังประชารัฐ และไทยก้าวหน้า พรรคละ 1...ไม่มีคนของ “พรรคส้ม”

แต่กระแส “งูเห่า” ยังไม่จบ เมื่อ “กฤช ศิลปชัย” ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมแชตที่ส่งมาถึง ว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลปริศนา เสนอเงิน 10 ล้านบาท แลกกับการลงมติ “ไว้วางใจนายกฯ” ก่อนที่ข้อเสนอจะเพิ่มเป็น 15 ล้าน และทะลุ 20 ล้าน และหากยอม “ย้ายพรรค” ก็จะได้โบนัสอีก 5 ล้าน พร้อมตำแหน่ง และ เงินเดือน 250,000 บาท

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
“สส.กฤช” ยังระบุถึงเบื้องหลังดีลลับนี้ว่า เกี่ยวโยงถึง “กรรมการบริหารพรรคการเมืองหนึ่ง” ซึ่งมีธุรกิจยานยนต์ และปั๊มน้ำมัน และ มีประวัติ “งูเห่า” ในสภาหลายครั้ง เป้าหมายแท้จริงไม่ใช่แค่ช่วยนายกฯ แต่ต้องการดิสเครดิตพรรคประชาชน

ไม่เพียงเท่านั้น “สส.กฤช” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่ง บอกใบ้ถึงเจ้าของข้อความที่ติดต่อมา ว่า เขาเป็นนักธุรกิจ รู้จักกันสักพักหนึ่งแล้ว เพราะเป็นลูกของ เพื่อนพ่อแม่ตน และคนคนนี้ได้รับการประสานมาจาก “อดีตนักการเมืองท้องถิ่น” ที่เพิ่งหมดวาระ และมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชื่อย่อ “น.ส.ณ” เป็นนักธุรกิจยานยนต์และปั๊มน้ำมัน และ “น.ส.ณ” คนนี้ เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคขนาดเล็กพรรคหนึ่ง

ขณะที่ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคส้ม ก็ออกมารับลูกว่า...

“แชตที่เข้ามา ผมเชื่อว่าเข้ามาจริงแหละ วัตถุประสงค์ของแชต ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีความประสงค์จะดำเนินการได้อย่างนั้น หรือไม่ ต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกที ”

“วิโรจน์” ยังบอกว่า ก่อนที่เราจะจินตนาการ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน ต้องไปดูว่ากิจกรรมการเมืองของพรรคการเมืองนั้น มีการทำร่วมกับพรรคการเมืองไหนบ้าง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เชื่อว่าแชตคงมีอยู่จริง แต่วัตถุประสงค์ของแชตที่แท้จริงคืออะไร ต้องไปตรวจสอบ

เรื่องนี้ แม้แต่ “นายกฯอิ๊งค์” ยังต้องตอบผู้สื่อข่าวว่า อยากรู้เหมือนกันว่า เป็นแชตจริงหรือไม่ เพราะไม่มีการจ่ายตังค์ใดๆทั้งสิ้น ยืนยันว่า ไม่มี เพราะในพรรคร่วมรัฐบาล เราคุยกันหมดแล้ว และก่อนที่จะมีการลงมติ ก็คุยกันอีก และจริงๆ แล้ว เสียงรัฐบาลเราก็เหลือเฟือ ถ้าต้องซื้อจริงๆก็เสียดายตังค์

“มันเหลือเฟือแล้ว ถ้าจะซื้ออีกก็เสียดายตังค์ มันเป็น common sense เราจะไปซื้ออีกทำไม ในเมื่อเราเหลือเฟือแล้ว ประหยัดตังค์ไว้ดีกว่า”

 แพทองธาร ชินวัตร
แม้ “นายกฯอิ๊งค์” จะปฏิเสธว่าไม่ได้ซื้อ แต่ความระหว่างบรรทัดนั้น เหมือนเข้าใจ และยอมรับว่า เรื่อง “ซื้อ” กับการเมืองไทย เป็นของคู่กัน

เช่นเดียวกับ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลฯ บอกว่า เราไม่มีความจำเป็นที่ต้องซื้อเสียงสส. เพราะพรรคร่วมได้ให้สัตยาบันในการสนับสนุนกันอยู่แล้ว เสียง 300 กว่าเสียง ที่เกินกว่าครึ่ง เยอะมากอยู่แล้ว

ส่วนเสียง “สส.งูเห่า” ที่เพิ่มขึ้นมานั้น อาจจะเป็นเพราะว่าได้ฟังการอภิปราย แล้วน่าจะโหวตให้รัฐบาล เพราะเห็นว่ารัฐบาลชี้แจงได้ตรงประเด็น ว่าเข้าไปนั่น

เรื่องนี้เป็นกระแสฮอตในโซเชียลฯ แต่ผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นส่วนใหญ่มองว่า “ไม่เมกเซนส์” เป็นเรื่องที่พยายามสร้างกระแสขึ้นมาเอง และกลายเป็นการอภิปราย “สส.พรรคส้ม” นอกสภา

กระทั่ง “สส.กฤช” ต้องออกมาชี้แจงกับผู้สื่อข่าว ตอบการอภิปรายของชาวโซเชียลฯอีกครั้ง ว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง “สส.พงศธร ศรเพชร” สส.ระยอง พรรคประชาชน เป็นพยานได้ ...

เมื่อถูกถามว่า ที่บอกว่าคนที่จะมาซื้อให้ไปเป็นงูเห่า มาจาก “พรรคไทยสร้างสรรค์” ใช่หรือไม่ แต่ “สส.กฤช” เลี่ยงตอบไปว่า ชื่อคล้ายๆ พรรคไทยสร้างไทย

เมื่อถูกรุกว่า ข้อมูลจากแชต การสนทนาที่ส่งมานั้น สามารถนำไปร้อง ต่อ กกต. ให้เอาผิดได้ แต่ “สส.กฤช” บอกว่า พรรคการเมืองนี้ ตนเองได้ไปเช็กมาแล้ว พบว่าในราชกิจจานุเบกษา ได้แจ้งว่าพ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองไปแล้ว ตั้งแต่ ม.ค.66 เพราะมีสมาชิกไม่ครบตามกฎหมายกำหนด ดังนั้น ถ้าไปร้อง ต่อกกต. เพื่อเอาผิดพรรคการเมืองก็ไม่มีประโยชน์
ที่ตนออกมาเปิดโปง ก็แค่อยากสะท้อนไปถึงสังคมว่า การเมืองไทยยังมีเหตุการณ์แบบนี้อยู่!!

ส่วนที่ “นายกฯอิงค์” บอกเรื่องนี้ ไม่คอมมอนเซนส์ เพราะเสียงรัฐบาลเยอะอยู่แล้วนั้น ตนเองก็เห็นด้วยว่า จะมาซื้อเติมเสียงให้รัฐบาลคงไม่ใช่ แต่ถ้าทำภารกิจนี้สำเร็จมีสองมุม คือ สามารถ ดิสเครดิตพรรคประชาชนได้แน่นอน หรือแสดงศักยภาพต่อผู้มีอำนาจ ให้ได้เห็นว่าตนเองเป็นนายหน้าหา สส.ได้ เพื่อไปต่อรองปรับครม.ที่จะมาถึง

เรื่องของ “สส.กฤช” ครั้งนี้ ข่าวว่า ทางพรรคประชาชน จะประชุมเพื่อหารือกันใน วันที่ 1 เม.ย.นี้

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า “พรรคส้ม” จะมีแอกชันอย่างไร หรือจะปล่อยให้เงียบไปเองเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง


กำลังโหลดความคิดเห็น