xs
xsm
sm
md
lg

“อิ๊งค์” แจงปิดท้าย เหน็บ “เท้ง” พูดภาวะผู้นำบ่อยๆ เพราะขาดหรือไม่ ส่วนข้อหาครอบงำก็โดนเหมือนกัน แต่ครอบงำโดยคนที่ไม่ใช่บิดา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ ลุกแจงฝ่ายค้านรอบสุดท้าย บอก 2 วันอภิปราย ถือว่าได้ยินชื่อตัวเองมากที่สุดในชีวิต เหน็บผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำเรื่องภาวะผู้นำหลายครั้ง เพราะว่าตัวเองขาดหรือไม่ และไม่ใช่แค่ตนเองถูกกล่าวหาโดนครอบงำ ผู้นำฝ่ายค้านก็โดน แต่ครอบงำโดยคนที่ไม่ใช่พ่อ ยันส่งอุยกูร์กลับทำตาม กม.และสิทธิมนุษยชน พร้อมคำนึงถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยและประเทศ ย้ำจุดยืนแก้รัฐธรรมนูญไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเดินหน้าต่อ ไม่เคยลืมเดินเคียงข้างประชาชน ท้าสร้างการเมืองแบบใหม่ ประกาศไปเลย สมัยหน้าจะร่วมไม่ร่วมกับใคร

เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 24 มี.ค. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงในการอภิปรายของฝ่ายค้านในรอบสุดท้าย โดยได้ตอบโต้ในหลายประเด็นว่า ตลอดระยะเวลา 2 วันของการอภิปรายนั้น ถือเป็น 2 วันที่ดิฉันได้ยินชื่อตัวเองมากที่สุดในชีวิต และคิดว่า ทุกท่านคงได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ อะไรที่เป็นเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์จะได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และอะไรที่เรากระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติและคิดว่าน่าจะทำงานร่วมกันต่อไปได้
 
ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้ย้ำเรื่องของภาวะผู้นำและเรื่องการถูกครอบงำอยู่หลายครั้ง คนที่ย้ำเรื่องเดิมๆ อยู่หลายครั้ง ไม่แน่ใจว่านั่นคือสิ่งที่ตัวเองขาดหรือไม่ แต่จริงๆ แล้ว ดิฉันคิดว่า เราไม่ต้องคิดแบบนั้นก็ได้ ที่จริงไม่ใช่แค่ดิฉันที่ถูกกล่าวหาเรื่องการถูกครอบงำ ท่านเองก็ถูกกล่าวหาว่าถูกครอบงำเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่ดิฉันถูกกล่าวหาว่าถูกครอบงำ โดยคุณพ่อ ส่วนของท่านถูกครอบงำโดยคนที่ไม่ใช่พ่อก็มีความต่างกัน

และดิฉันคิดว่าไม่อยากให้ใครพูดแบบนี้ โดยส่วนตัวจริงๆ เคารพและให้เกียรติผู้นำฝ่ายค้านและไม่เคยรู้สึกเช่นนั้นเลย และไม่ได้เคยออกมาจากปากดิฉันว่าจะสงสัยในภาวะผู้นำของท่านหรืออย่างไร


จริงๆ เราอายุใกล้ๆ กัน เราควรมีความเข้าใจ เพราะในเส้นทางทางการเมืองก็มีความคล้ายกันอยู่บ้าง กว่าเราจะมาถึงตรงนี้ได้ เราก็เจอชะตากรรมและถูกกระทำของพรรคการเมืองทำให้เรามาถึงวันนี้ เพราะถ้าพรรคก่อนดิฉันไม่ถูกกระทำทางการเมืองในวันนี้เราอาจยังมีนายกฯ ที่ชื่อ ดร.ทักษิณ ก็ได้ และพรรคของท่านอาจมีหัวหน้าพรรคที่ชื่อธนาธรก็ได้ ซึ่งอันนี้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นชะตากรรมมันมาถึงแบบนี้

ชะตากรรมการเมืองมาแบบนี้ดิฉันและตัวท่านคงจะต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและการที่จะด้อยค่าคนอื่นแบบนี้ดิฉันคิดว่าก็อย่าทำเลย อีกอย่างการที่ดิฉันเป็นลูกของ ดร.ทักษิณ แน่นอนถูกวิจารณ์ ถูกสามารถมาตั้งแต่ยังเป็นนิสิตนักศึกษาอยู่แล้วและจนถึงวันนี้ดิฉันเป็นนายกฯ คนที่ถูกแซงก์ชันรองจากดิฉัน ก็คือ ท่านคุณพ่อ ก็ไม่แปลกอะไร ฉันคิดว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายเช่นกันที่ดิฉันจะรับฟังหรือนำข้อแนะนำของ ดร.ทักษิณ มาใช้หรือพิจารณา เพราะท่านเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและถูกยอมรับในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ หากความคิดของท่านจะเป็นประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน ดิฉันมั่นใจว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ดี

ซึ่งมีนักการเมืองอีกหลายท่านที่โดนเรื่องการตัดสิทธิจากการยุบพรรค การตัดสิทธิทางการเมืองมากน้อยต่างกัน ยังเห็นว่า ทุกคนยังเดินหน้าทำงานเรื่องการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายการเดินหาเสียงพบประชาชน ยังทำได้ ทำไมถึงเป็นเรื่องของท่านทักษิณเพียงคนเดียวที่เป็นประเด็นหรือท่านทักษิณโดนตัดสิทธิ์ยกกำลังสองก็ไม่แน่ใจ


ในประเด็นอุยกูร์ ที่ได้มีการอภิปรายตอนนี้ยังไม่มีกฎหมายผู้ลี้ภัยเมื่อมีการลักลอบเข้าเมืองมาก็ถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนโดยที่ยึดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน แต่การที่เราจะทำเข้าไว้ 10 ปี ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศแรกได้ขอรับตัว และมาทวงถาม โดยที่ประเทศอื่นๆ หรือประเทศที่ 3 ยังไม่เคยมีการมาขออย่างเป็นทางการ เราได้ติดต่อกับจีน โดยยืนยันถึงความปลอดภัย และทำเป็นหนังสือออกมา เป็นพันธะสัญญาสังคมโลก เราจึงต้องรีบส่งกลับไป

อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วคณะของ นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไป 5 วันที่แล้ว ทุกคนปลอดภัยอยู่ที่บ้าน ซึ่งคิดว่า นี่คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายและที่สำคัญ ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย และท่านก็ถามว่าชาวอุยกูร์สมัครใจหรือไม่ ท่านต่อว่ารัฐบาลไม่ทำตามใจชาวอุยกูร์ ดิฉันรับฟังแต่สิ่งที่ดิฉันต้องคิดเป็นอันดับแรก คนไทยต้องการอะไร และอะไรดีที่สุดสำหรับประเทศไทย นี่คือสิ่งที่ดิฉันคิด และทีมทั้งหมดในคณะรัฐมนตรี ก็ต้องปรึกษากัน และคิดอย่างนี้เช่นกัน

การที่ส่งกลับไปอะไรคือประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และการที่เขากลับไปแล้วปลอดภัยเป็นสิ่งที่ดีกว่าหรือไม่ กว่าการที่เขาต้องมาอยู่ในที่ที่เขาโดนกักเป็น 10 ปี ส่วนที่มีบางประเทศมาประณามหรือไม่ยอมรับ เราเคารพทุกความคิดเห็นและสิ่งที่เราทำได้คือเราต้องใช้เวลา และใช้การอธิบายที่จะทำให้ทุกประเทศเข้าใจ ตอนแรกแน่นอนหลายประเทศคิดไปต่างๆ นานา ว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่แปลกและไม่ผิดเพราะเขาก็ไม่ทราบว่าประเทศไทยกับประเทศจีนได้คุยอะไรกัน ได้มีหนังสือรับรองเกิดขึ้น อันนี้เป็นเรื่องที่จริงจัง ถ้าสมมุติมีหนังสือรับรองแล้วไม่เป็นแบบนั้น ประเทศจีนเองก็จะถูกมองไม่ดีในสายตาของประเทศอื่นๆ ในโลกเช่นกัน

อันนี้เป็นสิ่งที่เราคิดอย่างนั้นจึงได้มั่นใจและส่งอุยกูร์กลับไป ซึ่งอันนี้ต้องใช้เวลาในการอธิบายให้ทุกประเทศเข้าใจและท่านที่กล่าวหารัฐบาลว่าทำผิดเรื่องนี้ต้องถามว่าท่านได้เปิดตามองครบในมิติของในโลกหรือเปล่า จริงๆ ท่านเป็นนักสิทธิมนุษยชนมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก หรือว่าท่านจะสองมาตรฐานกับรัฐบาลนี้โดยเฉพาะ เพราะเท่าที่จำได้ยังไม่มีพรรคการเมืองไหนเลยที่ยังมีนโยบายเรื่องของผู้ลี้ภัยท่านอาจจะใช้โอกาสใช้เวทีนี้ออกนโยบายประกาศเลยก็ได้ว่าจะทำตามที่ผู้ลี้ภัยต้องการในทุกกรณีหรือจะมีแนวทางอย่างไรบ้างประชาชนจะได้รับฟังก็ใช้เวทีนี้เสียเลย


ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ตอนนั้นเราเป็นฝ่ายค้านด้วยกันและลงสัตยาบันร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกันผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายหน แต่ทำไม่สำเร็จ เมื่อเรามาเป็นรัฐบาลก็ได้แถลงนโยบายนี้ต่อรัฐสภา จุดยืนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 เพียงแต่ด้วยข้อกฎหมายที่ซับซ้อนทำให้การแก้ไขทำได้ยากมีข้อเห็นต่างจากพรรคร่วมรัฐบาล และวุฒิสภา ทั้งในเรื่องของกฎหมายการทำประชามติและจำนวนครั้งในการทำประชามติ แต่เราก็ยังพยายามเดินไปข้างหน้า

ท่านเรียกร้องให้ดิฉันแสดงภาวะผู้นำจริงๆ ไม่ต้องเรียกร้อง เพราะดิฉันก็ทำอยู่ตลอดเวลาและมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลตลอดในทุกๆ นโยบายที่ต้องหารือกัน ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแสวงจุดที่ร่วมกัน สงวนจุดต่างให้ชัดเจนจนล่าสุดพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเคยไม่เข้าร่วมประชุมก็ตกลงลงมติเห็นชอบร่วมกันนำเรื่องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเข้าใจแม้ว่าจะช้าไปบ้างอาจจะไม่ทันใจ

แต่แน่นอนนี่คือเป็นโอกาสที่ชัดเจนแห่งความสำเร็จและภาวะผู้นำของดิฉันคิดว่าต้องมีความอดทน เราเป็นรัฐบาลที่มีพรรคร่วมหลายพรรคต้องมีความอดทน มีเหตุผลและต้องมีความจริงใจ เพราะฉะนั้นอันนี้ คือสิ่งที่ดิฉันยึดถือและมองผลสำเร็จจะเป็นอย่างไรเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าจะให้ ไม่ได้เป็นผู้นำในลักษณะนี้ต้องดันทุรันไปแต่พังทุกรอบ ก็จะไม่เป็นผลสำเร็จ ฉะนั้นเชื่อว่าการที่จะดันทุรันแบบนั้นจะไม่เกิดผลดีกับรัฐบาลของดิฉัน

ส่วนที่สมาชิกอภิปรายเรื่องการต่อสู้ของประชาชนรัฐบาลนี้เคารพเสรีภาพ การแสดงออกของทุกฝ่าย เราไม่เคยลืม ครั้งหนึ่งเราเคยเจ็บช้ำเจ็บปวด พรรคการเมืองที่ต่อสู้กับประชาชนเรายืนเคียงข้างกับประชาชนอย่างเปิดเผย ในพรรคของเราเต็มไปด้วยนักการเมืองที่ต่อสู้เคียงข้างกับประชาชนมา แน่นอนเราเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญมีคนเสื้อแดงหลายคนในพรรค มีลูกหลานคนเสื้อแดงอีกมากมายในพรรค ซึ่งแม้เราจะไม่ได้พบหมวกผ้าพันคอมาแต่เราก็แสดงเรื่องนี้อย่างจริงจัง และอยู่ในใจของพวกเราเสมอ อันนี้คือสิ่งที่พวกเราเป็น

ถ้าคำว่าดีลหมายถึงการเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันการเมืองทุกที่ในโลกใบนี้ก็ต้องมีการดีลกันทั้งนั้น และรัฐบาลของเราตั้งมาก่อนหน้านี้พรรคของเราก็ดิลกับพรรคของท่าน พรรคของท่านก็มาดีลกับพรรคของเรา เรายกมือโหวดให้แคนดิเตดให้นายกฯ ของท่าน และเชื่อว่า ท่านสามารถรวมเสียงสมาชิกวุฒิสภาสำเร็จแล้ว เราก็ดีลกันแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นในระดับ 2 คนหรือทุกคนในพรรคเราก็ดีล กับเราแบบนั้น เมื่อรวมเสียง สว.สำเร็จเราก็ดีลด้วย

แต่ที่ผ่านมาเรารักษาคำพูดของเราเสมอ และท่านก็ดีลกับเราเสมอเช่นกันเราก็ทำตามดีลทุกอย่าง เมื่อปี 62 พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ 1 แต่เมื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีท่านก็มาดีลวยกมือให้ เรายกมือให้เคนดิเดตของพรรคท่าน เราก็ยกมือให้ครั้งที่สองตามที่ท่านมาดีลไว้ แล้วก็ทำตามดีลให้ทุกอย่าง


การเลือกตั้งปี 66 ท่านเป็นพรรคอันดับ 1 มาดีลกับเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราก็ตอบตกลงและยกมือให้ท่านอีกครั้ง ครั้งแรกไม่ผ่านอย่างที่ตกลงไว้ เราก็ยกมือให้เป็นครั้งที่ 2 ตามที่ท่านมาดีลกับเราไว้ แล้วเราก็ยกมือให้เคนดิเดตนายกฯ ของพรรคท่านมาตลอด แต่เท่าที่จำได้ท่านยังไม่เคยยกมือให้แคนดิเดตของพรรคเราเลย แล้วเมื่อท่านตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เราก็เดินหน้าตั้งรัฐบาลต่อไป ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของระบบรัฐสภา ก็เกิดขึ้นกับพรรคเรามาแล้วและก็เกิดขึ้นกับพรรคท่านเช่นกัน เรารู้ดีว่าการตั้งรัฐบาลในครั้งนี้จะต้องพบกับความยากลำบาก พบกับการต้องอธิบายให้ประชาชนฟัง

แต่ถ้าเรามีความตั้งใจอย่างมากที่จะผลักดันนโยบายสู่ประชาชนจริงๆ เราทราบอยู่แล้ว ศักยภาพของประเทศไทยโตช้ามาเป็น 10 ปีฉะนั้นถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนั้นเราจะมีนโยบายที่ออกมาถึงมือประชาชนแบบวันนี้หรือไม่

การที่ท่านพูดถึงเรื่องนโยบายไม่ตรงปกอะไรต่างๆ แต่ชาวบ้านได้รับเงิน 10,000 บาท ถามประชาชนแล้วหรือยังว่ามีความสุขกับสิ่งนั้นหรือไม่ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นถูกกระตุ้นแล้ว ถ้ายังไม่กระตุ้นเลยจะกระเตื้องแบบวันนี้หรือไม่ ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งแต่วันนั้นวันนี้ก็ยังติดลบอยู่ ถ้าเราไม่เริ่มจะลบมาเป็นศูนย์ แล้วศูนย์มาเป็นบวก เมื่อไหร่ประเทศไทยจะเคลื่อนไปข้างหน้า

ฉะนั้น รัฐบาลนี้แบกไว้ในเรื่องการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นสิ่งที่เราภูมิใจว่าเราได้ทำนโยบายต่างๆ และได้เดินสายคุยต่างประเทศ นำเงินเข้าประเทศแล้วทำให้การลงทุนของประเทศไทยสูงสุดในรอบ 10 ปี ทั้งๆ ที่เราเป็นรัฐบาลยังไม่ถึง 1 ปีแค่ 6 เดือนเท่านั้น เราก็เริ่มแล้ว ดิฉันเชื่อว่าในทุกๆ ที่ไม่มีใครอยากที่จะถูกเป็นผู้กล่าวหาในวันนี้เพื่อความชัดเจนและสร้างแนวการเมืองแบบใหม่ ท่านก็ควรจะประกาศให้ชัดไปเลยว่าสมัยหน้าท่านจะร่วมหรือไม่ร่วมกับใครพูดให้ชัดตั้งแต่วันนี้ประชาชนจะได้เกิดความสบายใจ






กำลังโหลดความคิดเห็น