รมว.พณ. ขอคนไทยเชื่อมั่น ทิศทางเศรษฐกิจยังไปได้ดี เผย ตั้งแต่รบ. "อุ๊งอิ๊ง" บริหารส่งออกล่าสุดโตเพิ่ม 11.8 % เดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจต่อเนื่อง นายกฯเดินทาง ตปท.เรียกเชื่อมั่นได้
วันนี้ (25มี.ค.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ว่า ขอให้มั่นใจว่าทิศทางเศรษฐกิจยังคงเป็นไปได้ดี การส่งออกของไทยปีก่อนขยายตัว 5.4% มูลค่ากว่า 10 ล้านล้านบาท และในเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ โต 14% ตั้งแต่รัฐบาลนายกแพทองธารเข้ามาบริหารประเทศ การส่งออกเติบโต 11.8% เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน จากความมั่นใจที่นายกรัฐมนตรีได้ทำ ต่างประเทศมีความมั่นใจเชื่อว่าต่อไปจะชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากการลงทุนที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีก่อนมูลค่าการลงทุนมีมากกว่า 1.13 ล้านล้านบาท ทั้งในส่วนของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ธุรกิจแห่งอนาคต ซึ่งเป็นธุรกิจที่เป็นโครงสร้างของอนาคต เชื่อว่าโครงสร้างเศรษฐกิจ จากการส่งออก การลงทุนเป็นทิศทางเศรษฐกิจที่สดใส การท่องเที่ยว ขยายตัวอย่างมีนัยยะสำคัญ
นายพิชัยกล่าวว่า ที่มีการมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี เป็นเพราะหนี้ครัวเรือนที่ขยายตัวสูงขึ้น แต่หากกระทรวงการคลังแก้ปัญหาได้เศรษฐกิจจะไปได้ดี ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจขนาดเล็กเรายังต้องพึ่งเศรษฐกิจต่างประเทศ
และสำหรับข้อกังวลเรื่องการเจรจา FTA ทั้ง ไทย-EU เรายังสามารถเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเจรจา โดยวันที่ 25 ธันวาคมนี้ จะจบการเจรจาได้ ซึ่งทาง EU ได้ยืนยันมาตลอด
ในขณะที่มาตรการรับมือผลกระทบทางการค้าของสหรัฐ มีการหารือและมีการตั้งคณะทำงานศึกษานโยบายของสหรัฐอย่างต่อเนื่องโดยมีความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน และ FTA หลายประเทศ ประเทศไทยสามารถปิดดีลไปได้แล้ว ทั้งในส่วนของ ไทย-เอฟต้า ไทย-ภูฏาน แต่ที่ยังค้างอยู่ เช่น แคนาดา เกาหลี UAE กำลังดำเนินการอยู่ ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลมอง FTA เป็นเรื่องใหญ่ เพราะ FTA มากขึ้น การส่งออกก็จะขยายตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามสำหรับการดูแลสินค้าเกษตร พืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด ข้าวโพดตลาดโลกยังคงมีความต้องการ ประเทศไทยผลิตได้เพียง 4.74 ล้านตันความต้องการ 9.2 ล้านตัน ราคาเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ 9.9 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าปีก่อนที่ราคา 8.87 โดยมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพด มีการขึ้นทะเบียนผู้นำเข้าอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการเผา
สำหรับราคาปาล์มน้ำมันเวลานี้ราคาอยู่ที่เฉลี่ย 8.00 บาท สูงกว่าปีก่อนที่เฉลี่ย 5.65 บาท ส่วนสินค้าที่มั่นใจได้ว่าราคาไม่ได้ตกต่ำลง คือมันสำปะหลัง ซึ่งในปีนี้ราคาข้าวโพดลดลง จึงทำให้จีนที่เป็นตลาดมันสำปะหลังชะลอการซื้อ แต่ปัจจุบันจีนได้ซื้อมันสำปะหลังของไทยเพิ่มขึ้นแล้ว ที่ 8.7 ล้านตัน
ส่วนสถานการณ์ข้าวนาปรัง ข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้าของไทยมีราคาสูง เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยข้าวหอมมะลิราคาเพิ่มขึ้น 1,300 บาทต่อตัน ข้าวขาวมีปัญหาเล็กน้อยจากการที่อินเดียกลับมาส่งออก จึงมีความพยายามจากรัฐบาลในการช่วยเหลือชาวนา จ่ายไร่ละ 1,000 บาท เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น
สำหรับการแก้ไขปัญหาสินค้าด้อยมาตรฐานจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศและปัญหานอมินี กระทรวงพาณิชย์มีการตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง บูรณาการจัดการทั้งในเรื่องของการกวาดล้าง การตรวจสอบและดำเนินคดีต่อเนื่อง
“ขอให้มั่นใจว่าทิศทางเศรษฐกิจยังเป็นไปได้ดี เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง จากการส่งออกกำลังพุ่งทะยานขึ้น รวมถึงการลงทุนที่กำลังเติบโต”