xs
xsm
sm
md
lg

รหัส11-11-11! ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งไล่ออก "โจ๊ก" กฎแห่งกรรมปมพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ** “มาดามแป้ง” ประกาศฟ้อง สมาคมฟุตบอลฯชุด “สมยศ” ที่แพ้คดีสยามสปอร์ต 360 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล -“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ - พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
ข่าวปนคน คนปนข่าว



++ รหัส11-11-11! ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งไล่ออก "โจ๊ก" กฎแห่งกรรมปมพัวพันเว็บพนันออนไลน์

ในที่สุด “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ก็ได้ลงนามคำสั่ง “ไล่ออก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. ตามที่คณะกรรมการพิจารณาโทษที่มี “พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง” รอง ผบ.ตร.อาวุโสสูงสุดเป็นประธาน มี รอง ผบ.ตร.ทุกคน และ จเรตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการได้เสนอแนะ

ฟังว่า วันเวลาที่ “บิ๊กต่าย” ลงนามในคำสั่งนี้ คือวันที่ 11 มีนาคม เวลา 11.11 นาฬิกา หรือ “11-11-11” โดยบังเอิญ ซึ่งสำหรับ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” ผู้ชื่นชอบสายมู อาจจะยึดถือเป็น “รหัสพิฆาต” ตัวเองหรือไม่ ก็ไม่อาจทราบได้ แต่จากวันเวลาที่บังเอิญนี้ “โจ๊ก” ก็น่าจะจดจำได้ไม่ลืมไปอีกนาน

ผลของคำสั่งไล่ออกจากราชการจะเป็นเหตุให้ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” ไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ โดยเจ้าตัวสามารถอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. ได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งมีผล

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
หาก “ก.พ.ค.ตร.”ยืนตามคณะกรรมการวินัย พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยังสามารถใช้สิทธิฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งหากศาลปกครองสูงสุดยืนตาม ก.พ.ค.ตร. ก็จะทำให้คดีวินัยถึงที่สุด ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการพิจารณา “ถอดยศ” ตำรวจต่อไป
งานนี้ก็ถือว่าแทบจะดับความหวังของ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” จะกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงสนิท

ฉายา “แมวเก้าชีวิต” หรือ ชีวิตที่เก้าที่ “โจ๊ก” คิดเสมอว่าตัวเองมีก็คงจะต้องใช้ชีวิตที่เก้านี้ไปกับการต่อสู้คดีขึ้นโรงขึ้นศาลและที่ป.ป.ช เสียมากกว่า

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ทั้งหมดทั้งมวล จุดเริ่มแห่งจุดดับของ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” ครั้งนี้ก็ต้องย้อนกลับไปดูเรื่องของ “กรรม” ซึ่งเกิดจากการกระทำของตัวเองและพวกพ้อง

หากไม่ได้กระทำผิดร้ายแรงกรณีพัวพันเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์วันนั้น ก็คงไม่ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการเช่นวันนี้
นี่ย่อมสะท้อนให้เห็นได้ว่าใดๆ ในโลกล้วนอยู่ภายใต้ “กฎแห่งกรรม” นะครับนะ.

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ
++ “มาดามแป้ง” ประกาศฟ้อง สมาคมฟุตบอลฯชุด “สมยศ” ที่แพ้คดีสยามสปอร์ต 360 ล้าน

กรณีศาลฎีกา เพิ่งตัดสินไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 ให้ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เป็นฝ่ายชนะคดี การยกเลิกสัญญาถ่ายทอดสด ในยุคที่ “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในยุคของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ต้องรับผิดชอบหนี้ก้อนโต เสียค่าชดใช้เป็นจำนวนเงิน 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

ที่มาของการฟ้องร้องคดีนี้ ต้องย้อนไปถึงยุค “วรวีร์ มะกูดี” อดีตนายกฯสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ “สื่อกีฬา” อย่าง “สยามสปอร์ต ซินดิเคต” จึงได้เป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมฯ และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ “มูลค่า” ฟุตบอลไทยลีกในขณะนั้น เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลระดับหลักพันล้าน

กระทั่ง ปี 2559 “วรวีร์” ถูกฟีฟ่าสั่งลงโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอล ทำให้ไม่สามารถลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ สมัยที่ 5 ได้

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
จังหวะนั้น “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ก็ลงมาชิงตำแหน่งนายกฯ สมาคมฟุตบอล โดยมี “เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งขณะนั้น มีความขัดแย้งกับ “สยามสปอร์ต” โดดมาเป็นแบ็ก ให้การสนับสนุน

“พล.ต.อ.สมยศ” ชนะ “ชาญวิทย์ ผลชีวิน” คู่แข่งเพียง 4 คะแนน ได้นั่งเก้าอี้นายกสมาคมฯ

งานแรกๆที่ “สมยศ” ประชาสัมพันธ์ คือ จะบริหารสมาคมให้เป็นสากล แต่สิ่งที่ทำคือ การรื้อ เรื่องสิทธิประโยชน์ เรื่องเงินๆ ทองๆ ของสมาคมฯ ในยุค “วรวีร์” โดยเฉพาะสัญญาที่ทำไว้กับ “สยามสปอร์ต” ที่ยังเหลือเวลาอีกปีครึ่ง

เมื่อคุยเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ กันไม่ลงตัว จึงสั่งยกเลิกสัญญากับ “สยามสปอร์ต” และนั่นจึงเป็นที่มาของการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายจากสมาคมกีฬาฟุตบอล 1,401 ล้านบาท สุดท้ายคดีจบลง โดยสมาคมฟุตบอลฯ ต้องรับผิดชอบจ่ายค่าชดใช้เป็นเงิน 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

หากพูดถึงผลงานด้านฟุตบอลทีมชาติไทย ยุค “สมยศ” ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าลุ่มๆ ดอนๆ ความแชมป์ได้บ้างในระดับอาเซียน มีตกม้าตายก็บ่อย ไม่ว่าชุดใหญ่ ชุดเล็ก ส่วนระดับเอเชีย ระดับโลกนั้น ไม่ต้องพูดถึง

ขณะที่ฟุตบอลลีกอาชีพในประเทศไทย อย่าง “ไทยลีก” ก็ดรอปลงอย่างน่าใจหาย ที่เคยคึกคัก มีการถ่ายทอดสด ก็ค่อยๆ หดหายไป แถมแฟนบอลไม่ค่อยเข้าสนามอีกต่างหาก

“สมยศ” บริหารสมาคมฯ มา 2 สมัย ทำท่าจะยังไม่พอ จะขอสมัยที่ 3

เนวิน ชิดชอบ
แต่แล้ว “สมยศ” ก็ลาออก และไม่สู้ต่อ โดยอ้างว่า เป็นไปตามคำสั่งของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ เหตุจากความล้มเหลวของทีมชาติไทย ในศึกซีเกมส์ครั้งที่ 32 และเกิดเหตุทะเลาะวิวาทในรอบชิงชนะเลิศ กับอินโดนีเซีย จนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลก

จากนั้นจึงมาถึงยุค “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ

และเมื่อวานนี้ (11 มี.ค.) “มาดามแป้ง” ก็เปิดแถลงข่าวในโอกาสครบรอบ 1 ปี ที่ได้มานั่งเป็นนายกฯสมาคม

แม้จะมีเรื่องดีๆ ที่เป็นผลงาน เกี่ยวกับการเข้ามาดูแลสมาคมฟุตบอลฯ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อย่างเช่น ได้รับรางวัลสมาคมฯ ยอดเยี่ยม จาก AFC นับเป็นรางวัลแรกในรอบ 30 ปี ตั้งแต่ปี 1994

แต่ “มาดามแป้ง” ก็ต้องแถลงด้วยน้ำตา จากสิ่งที่สมาคมฯในยุค “สมยศ” ได้ทำไว้

นอกจากเรื่องแพ้คดี “สยามสปอร์ต” ต้องชดใช้ 360 ล้าน พร้อมดอกเบี้ยแล้ว “มาดามแป้ง” ยังเล่าถึงช่วงที่ขึ้นนั่งเก้าอี้นายกสมาคมฯใหม่ๆ สภากรรมการ มีมติตรวจหนี้สิน พันธสัญญาที่ สภากรรมการตั้ง พบว่า งบการเงินของสมาคมฯในขณะนั้น มีเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด เพียง 27 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินที่ต้องชำระสูงถึง 132 ล้านบาท

หนี้ก้อนใหญ่ มาจากสมาคมฯชุด “สมยศ” ได้ไปกู้ยืมเงินระยะยาวจาก ฟีฟ่า มาใช้ในกิจการของสมาคมฯ ถึง 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเงินไทยเป็นมูลค่า 155 ล้านบาท แบ่งจ่าย 10 งวด 10 ปี และส่งผลให้สมาคมฯ จะถูกตัดเงินไปจนถึงปี 2573

นอกจากนี้ ยังมีการรับเงินเดือนจากสมาคมฯ และไทยลีกรวมเดือนละ 1 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ “ดร.ก้องศักด” บอกว่า ตำแหน่งนายกสมาคมฯ เป็นตำแหน่งจิตอาสา ไม่ใช่ลูกจ้างกกท. จึงไม่สามารถรับเงินเดือนได้ ตอนนี้เลยให้เจ้าหน้าที่ตามเช็กว่า ที่ “สมยศ” อ้างว่า ว่ามีการบริจาคคืนมาแล้ว 32 ล้านบาท นั้นจริงหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังหาหลักฐานไม่เจอ

เรื่องบริจาคเงินเดือน จึงน่าจะเป็นการ “บริจาคทิพย์”

ยังมีเรื่องที่ “สมยศ” ต่อสัญญาดูแลสิทธิประโยชน์แบบทิ้งทวน กับ “แพลนบี” ไปแล้วถึง 8 ปี ทำให้ไม่สามารถยกเลิกแพลนบีได้ จนถึงปี 2571 เพราะกลัวซ้ำรอยกับกรณี “สยามสปอร์ต”

“มาดามแป้ง” ตัดสินใจแล้วว่า จากนี้จะเข้าสู่กระบวนการประชุมกรรมการสภา อย่างเร่งด่วน เพื่อทำการฟ้องไล่เบี้ยเอาเงินคืนจากการแพ้คดี สยามสปอร์ต 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย จากจำเลยที่ 2 คือ “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” อดีตนายกสมาคมฯ และสภากรรมการชุดที่แล้ว เนื่องจากหนี้ดังกล่าว เกิดจากการทำงานของสมาคมฯชุดเก่า

หลังการแถลงข่าว “เฟซบุ๊ก Madam Pang – มาดามแป้ง – นวลพรรณ ล่ำซำ” ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า..

“ปกติทุกท่านคงจะทราบ แป้ง เป็นมือประสานสิบทิศ ไม่อยากเป็นศัตรูของใครเลย แต่การทำงานของ แป้งในวันนี้ แป้ง ทำด้วยผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก”

“กีฬาฟุตบอลไทย เป็นกีฬาที่คนไทยดูมากที่สุด 70% และคนเล่นสูงสุด รองจากมวย ดังนั้น แป้ง คิดว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาของคนทั้งชาติ สิ่งที่แป้ง และคณะกรรมการ จะทำต่อไป ไม่ได้มีความขัดแย้ง ส่วนตัวกับท่านใด แต่ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาคมฯ และของชาติไทย”


กำลังโหลดความคิดเห็น