นายอุเมส ปานเดย์ ผู้แทนการค้าไทย ได้เข้าร่วมประชุมหารือกับบริษัท APM Terminals ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านโลจิสติกส์ของโลก โดย Mr. Kaare Spange Chief Executive – Thailand ได้ขอหารือในประเด็นการจัดการเพื่อพัฒนาระบบ logistics ของไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าให้กับประเทศไทย
บริษัท APM Terminals เป็นบริษัทที่ดำเนินการในการบริหารจัดการท่าเทียบเรือ 3 แห่งในแหลมฉบัง ซึ่งได้ดำเนินการในประเทศไทยมาร่วม 30 ปี และเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านการให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลก ภายใต้บริษัท Maersk ซึ่ง APM Terminals บริหารจัดการท่าเทียบเรือตู้คอนเทนเนอร์ และให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือ และทางบกแบบครบวงจร โดยมีท่าเรือและท่าเทียบเรือ 76 แห่งใน 38 ประเทศใน 5 ทวีป
Mr. Kaare Spange Chief Executive – Thailand ได้นำเสนอประเด็นซึ่งตนเอง และผู้ให้บริการในการจัดการท่าเรือระดับโลก ได้มองเห็นศักยภาพของประเทศไทย ที่จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการเคลื่อนย้ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอุเมส เปิดเผยว่า APM Terminals ให้ความสนใจในการที่จะพัฒนาด้าน logistics และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีแนวคิดที่จะสร้างระบบบริหารจัดการรถบรรทุกร่วม Truck Appointment System ในการจัดการรถบรรทุกตู้สินค้าจากเรือทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจราจรในบริเวณท่าเรือ เพิ่มความรวดเร็ว ลดมลภาวะ อีกทั้งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางทะเลของประเทศไทย
เพื่อให้การดำเนินการเกิดขึ้นได้ นายอุเมส จึงขอให้ Mr. Kaare Spange Chief Executive – Thailand ดำเนินการร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการท่าเทียบเรือสินค้าและคอนเทนเนอร์ (Thai International Cargo And Container Terminals Association :TICTA) ในการเสนอประเด็นที่ประสงค์เพื่อให้ภาครัฐให้การสนับสนุนในการพัฒนาการเคลื่อนย้ายสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบัง
ในการนี้ นาย “อุเมส” เสนอตัวพร้อมที่จะเป็นผู้ประสานจัดการ และหารือกับภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อขจัดปัญหาอุปสรรค ส่งเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินการ และช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าในภาพรวม เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนให้กับประเทศไทยต่อไป


